กทท.เร่งเดินหน้าพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่3ศาลปกครองสูงสุดกลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้นให้คำสั่งทางปกครองคณะกรรมการคัดเลือกฯชอบด้วยกฎหมาย

กทท.เร่งเดินหน้าพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่3ศาลปกครองสูงสุดกลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้นให้คำสั่งทางปกครองคณะกรรมการคัดเลือกฯชอบด้วยกฎหมาย

Publish 2020-04-02 11:32:51


เรือโท กมลศักดิ์ พรหมประยูร ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 พร้อมด้วย เรือโท ยุทธนา โมกขาว ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) และ ดร.ธาริศร์ อิสสระยั่งยืน ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าการดำเนินการ คัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือ F โดยมีรายละเอียด ดังนี้ มีกลุ่มบริษัทที่สนใจเข้ายื่นซองข้อเสนอรวม 2 ราย ได้แก่ กลุ่มกิจการร่วมค้า NCP และกลุ่มกิจการร่วมค้า GPC
 



ปรากฏว่ากลุ่มกิจการร่วมค้า GPC ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้นและข้อเสนอทางเทคนิคตามที่กำหนดใน RFP แต่กลุ่มกิจการร่วมค้า NCP ไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอเนื่อง จากเอกสารในส่วนสัญญากิจการร่วมค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่ของกลุ่มฯ ไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ใน RFP หรือเอกสารคัดเลือกเอกชนของโครงการฯต่อมากลุ่มกิจการร่วมค้า NCP ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ซึ่งศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาว่าคำสั่งของคณะกรรมการคัดเลือกฯ เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมทั้งมีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา คณะกรรมการคัดเลือกฯ จึงได้ยื่นคำอุทธรณ์คำพิพากษา พร้อมทั้งได้ยื่นคำร้องขอให้ระงับคำสั่งเกี่ยวกับวิธีคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา ซึ่งในระหว่างนั้นทำให้การดำเนินการต้องหยุดชะงักลงวันที่ 13 มีนาคม 2563 ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษายกฟ้อง กรณีที่กลุ่มกิจการร่วมค้า NCP (ประกอบด้วย บริษัท นทลิน จำกัด บริษัท แอสโซซิเอท อินฟินิตี้ จำกัด บริษัท พริมา มารีน จำกัด บริษัท พีเอชเอสออแกนิค จำกัด และ China Railway Construction Corporation Limited) ฟ้องเพิกถอนคำสั่งทางปกครองของคณะกรรมการคัดเลือกโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือ F  ที่มีมติให้กลุ่มกิจการร่วมค้า NCP เป็นผู้ไม่ผ่านการประเมินเอกสารข้อเสนอซองที่ 2 นั้น เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว  

 

 



ทั้งนี้ สาเหตุของการไม่ผ่านคุณสมบัติ เพราะกลุ่มกิจการร่วมค้า NCP ไม่ลงนามในแบบฟอร์มสัญญากิจการ ร่วมค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคลใหม่ กำหนดตามเอกสารการคัดเลือกเอกชน หรือ Request forProposal (RFP) จึงถือเป็นการผิดสาระสำคัญ ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกับผู้ยื่นรายอื่น และกลุ่มกิจการร่วมค้า NCP ไม่ได้ชี้แจงเหตุผลของการไม่ลงนามในช่องที่กำหนด ถือเป็นความบกพร่องของกลุ่มกิจการร่วมค้า NCP คณะกรรมการคัดเลือกฯ จะได้ดำเนินการเจรจาผลตอบแทนและร่างสัญญากับ กลุ่มกิจการร่วมค้า GPC (ประกอบด้วย บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ และ China Harbour Engineering Commpany Limited) ที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนออีกหนึ่งรายที่เหลืออยู่ ให้เป็นไปตาม RFP คาดว่าจะแล้วเสร็จ และลงนามสัญญาได้ภายในเดือนเมษายน 2563

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน