เปิดไทม์ไลน์ ตร.ย้อนศรจับ พันธ์ยศ ปธ.ยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพ ซ่อนเงื่อนฉาวผุดบริษัทเถื่อน

Publish 2020-04-09 17:27:03


ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี  นาย ศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี  หรือ  เสี่ยบอย ไนท์มาร์เก็ต   กรณีเข้าข่ายกักตุนหน้ากากอนามัยเพื่อจำหน่ายในราคาเกินกว่ากฎหมายกำหนด  ตามด้วยการขยายผลจับกุม  นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพ และบริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด  อีกหนึ่งผู้ต้องหาจำหน่ายหน้ากากอนามัยและเวชภัณท์


เปิดไทม์ไลน์ ตร.ย้อนศรจับ พันธ์ยศ ปธ.ยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพ ซ่อนเงื่อนฉาวผุดบริษัทเถื่อน

ล่าสุด  พล.ต.ท. ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  หรือ ศปอส.ตร. ได้เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าว  ว่า  แนวทางการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด  มีการความเกี่ยวโยงกับการจดทะเบียน ชื่อ   บริษัทไทยเฮลท์ อินเตอร์เนชันแนล (ประเทศไทย จำกัด)  และการทำหน้าที่เป็นผู้ส่งหน้ากากอนามัยให้กับนายศรสุวีย์  หรือ เสี่ยบอย  ผู้เริ่มต้นโพสต์ขายหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น และถูกดำเนินคดีฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งตำรวจกำลังอยู่ระหว่างสรุปสำนวนส่งฟ้อง

 


รวมถึงยังสอดคล้องกับการจับกุมนายอานนท์วัฒน์ วรเมธชยางกูร อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคภราดรภาพ  ที่หน้าบริษัทแห่งหนึ่ง ย่านวังทองหลาง พร้อมหน้ากากอนามัย 100 กล่อง รวม 5,000 ชิ้น เมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา โดยนายอานนท์ รับสารภาพว่ารับหน้ากากอนามัยมาจากนายพันธ์ยศไปจำหน่าย โดยจะได้รับส่วนแบ่งชิ้นละ 10 สตางค์


ขณะที่พฤติการณ์ของ บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด เดิมประกอบธุรกิจจำหน่ายอาหารเสริมสุขภาพ  และมีแจ้งจดทะเบียนเลิกกิจการไปเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2562   แต่เมื่อต้นปี พ.ศ. 2563  ในช่วงที่ประเทศไทยมีปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5  กลับพบว่าบริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด กลับยังคงประกอบกิจการอยู่  และเปลี่ยนแปลงสถานภาพทางธุรกิจ มาค้าขายหน้ากากอนามัย  ต่อเนื่องจนกระทั่งมีการแพร่ระบาดของเชื้อไว้รัส COVID 19 ในหลายชาติ  รวมทั้งประเทศไทย

 

เปิดไทม์ไลน์ ตร.ย้อนศรจับ พันธ์ยศ ปธ.ยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพ ซ่อนเงื่อนฉาวผุดบริษัทเถื่อน


โดยแนวทางการสอบสวน  พบว่า นายพันธ์ยศ และบริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด  ไม่ได้เป็นผู้ผลิตสินค้าหน้ากากอนามัย  แต่จะเป็นผู้รวบรวม  ระดม สั่งซื้อสินค้าหน้ากากอนามัยจากแหล่งต่างๆ   ก่อนนำมาบรรจุกล่องภายใต้แบรนด์ของ ไทยเฮลท์  แล้วเสนอขายโดยใช้ใบรับประกันคุณภาพสินค้าของ บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด  เพื่อให้ผู้ซื้อเกิดความเชื่อถือ 

 

 

และเมื่อมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีการขยายตัวมากขึ้น  นายพันธ์ยศ  และ บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด  ก็ถือโอกาสนำหน้ากากอนามัยที่รวบรวมไว้  มาปล่อยออกมาจำหน่ายในราคาสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด  โดยการโฆษณา ประกาศขายในสื่อโซเซียลมีเดียต่าง ๆ รวมทั้งให้คนใกล้ชิดทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการติดต่อซื้อขายกับประชาชนทั่วไป  


กระทั่งเมื่อเจ้าหน้าที่สืบสวนมีการล่อซื้อจับกุมนายอานนท์วัฒน์ วรเมธชยางกูร ข้อหา จงใจให้ราคาต่ำเกินสมควร หรือสูงเกินสมควร หรือทำให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคาของสินค้า (หน้ากากอนามัย) ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการฯ พร้อมของกลางหน้ากากอนามัย  จำนวน 5,000 ชิ้น  แล้วนำมาขยายผลจึงพบว่าของกลางที่นำมาจำหน่ายนั้น ถูกนำส่งต่อมาจาก นายพันธ์ยศ และบริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด อีกทอดหนึ่ง     


จึงได้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับนาย นายพันธ์ยศ   พร้อมข้อมูลเบื้องต้นว่ามีการนำเข้าหน้ากากอนามัย จำนวน 513,300 ชิ้น  และมีปริมาณขายหน้ากากอนามัย จำนวน 614,800 ชิ้น   ด้วยเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 14,000,961 บาท 


พร้อมตั้งข้อหาว่า    "จงใจให้ราคาต่ำเกินสมควร หรือสูงเกินสมควร หรือทำให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคาของสินค้า (หน้ากากอนามัย) และ เป็นผู้ผลิตไม่แจ้งปริมาณสถานที่เก็บ ต้นทุน ค่าใช้จ่าย แผนการผลิต กระบวนการผลิต และวิธีการจำหน่ายสินค้าหรือบริการควบคุมต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ” 


โดยศาลอาญาตลิ่งชัน ได้อนุมัติหมายจับที่ 122/2563  ลงวันที่ 7 เม.ย.  2563  ที่ผ่านมา   จากนั้นเมื่อวันที่ 8 เม.ย.2563   เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ตร. ได้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. นำหมายค้นของศาล เข้าปิดล้อมตรวจค้น 2 จุด  คึอ

 

1.) บริษัท ไทยเฮลท์ จำกัด 35/530 ซอยเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ 8/4 ถ.เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กทม.
2.) คอนโดมิเนียมชีวาทัย ห้อง 83/77 ถนน.เพชรเกษม 27 แขวงบางแวก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เพื่อจับกุม นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว สามารถจับกุมตัวได้ที่คอนโดมิเนียมชีวาทัย ดังกล่าว ทั้งนี้ ในชั้นจับกุม นายพันธ์ยศฯ รับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ แต่ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา 

 

พร้อมตรวจค้นยึดสิ่งของได้หลายรายการ อาทิ หน้ากากอนามัยกว่า 6 ยี่ห้อ ทั้งหมด 2,826 ชิ้น จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมหน้ากากอนามัยที่ตรวจยึด ส่งพนักงานสอบสวน บก.ปคบ. ดำเนินการตามกฎหมาย

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน