สิ้นเกจิดัง หลังไฟไหม้กุฏิ

สิ้นเกจิดัง หลังไฟไหม้กุฏิ

Publish 2020-05-22 16:08:54


เมื่อเวลา 15.00 น.ที่ผ่านมาได้เกิดเพลิงโหมลุกไหม้อย่างแรงที่กุฏิเจ้าอาวาส  พระอาจารย์สุดใจ ทนฺตมโน พระลูกวัดได้ช่วยกันพยายามดับไฟ และช่วยเหลือหลวงพ่อ แต่ประตูแน่นหนาและเปิดยาก เมื่อสามารถเข้าไปถึงตัวท่าน พบว่าหลวงพ่อหมดสติ จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลแต่ไปไม่ถึงรพ.ท่านมรณภาพเสียก่อน

พระอาจารย์สุดใจ ทนฺตมโน เป็นพระภิกษุฝ่ายอรัญวาสี สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2554 ต่อจากหลวงตามหาบัว

 





หลวงพ่อสุดใจ ผู้ดำเนินปฏิปทาตามรอยธรรมคำสอนจากองค์พ่อแม่ครูอาจารย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน อย่างเคร่งครัด ท่านเป็นที่ไว้วางใจจากองค์หลวงตา ดังจะเห็นได้ว่า ท่านเป็นผู้เดินบาตรแทนหลวงตา คือ ตลอดระยะเวลากว่า ๑๐ ปี เส้นทางกว่า ๑ กิโลเมตรไปกลับบริเวณหน้าวัดป่าบ้านตาด ทุก ๆ เช้า ที่ท่านพระอาจารย์สุดใจ เดินถือบาตรขององค์หลวงตามหาบัว เมตตาโปรดสัตว์ รับบิณฑบาตญาติโยมลูกศิษย์ลูกหาจำนวนหลายร้อยหลายพันคน ที่กรูกันเข้ามาใส่บาตร บาตรของหลวงตามหาบัว ที่ท่านเป็นตัวแทนถือบาตร ด้วยความเมตตา และไม่ระย้อท้อถอย ท่านรับบาตรจนเต็ม แล้วถ่ายออก รับบาตรจนเต็ม แล้วถ่ายออกอีก เพียงเพราะท่านเคารพธรรมจากพ่อแม่ครูอาจารย์องค์พระหลวงตามหาบัว และยินดีในศรัทธาของมหาชน ที่มุ่งหน้ามาใส่บาตรกันทุก ๆ เช้า อีกทั้งช่วงก่อนที่องค์หลวงตาท่านจะละสังขาร ท่านได้จับมือท่านพระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน แล้วเมตตาพูดว่า “มือของครูอาจารย์ กับมือของลูกศิษย์ลูกหา ญาติมิตรเพื่อนฝูง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ใช้แทนกันได้ ไว้ใจกันได้” ท่านพระอาจารย์สุดใจ จึงถือเป็นทายาททางธรรม ที่เดินตามรอยปฏิปทาขององค์หลวงตา เสมอต้นเสมอปลายอย่างแท้จริง

 



นามเดิมขององค์ท่านชื่อ สุดใจ เชาว์สมุทร์ บิดาชื่อ นายวิง มารดาชื่อ นางปุ่น ท่านถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๔๘๗ ตรงกับวันแรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีวอก ภูมิลำเนาของท่านอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระดับปริญญาโท คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ จากสถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) NIDA ท่านได้เข้าอุปสมบท เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๑๖ ณ วัดอโศการาม ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยมีพระราชวรคุณ (หลวงปู่สำรอง คุณวุฑโฒ ภายหลังได้รับแต่งตั้งเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระเทพโมลี) เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อทอง จันทสิริ เป็นพระกรรมวาจารย์ หลวงพ่อปิ่น ตันติธัมโม เป็นพระอนุสาวนาจารย์

เมื่อบวชแล้วในพรรษาแรกท่านได้อยู่ศึกษาอบรมกับหลวงปู่อ่อน ญาณสิริ วัดป่านิโครธาราม อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี จากนั้นในพรรษาที่ ๓ ได้มาอยู่ศึกษาอบรมกับองค์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี จนถึงปัจจุบันรวมเป็นระยะเวลาเกือบ ๔๐ ปี สำหรับพระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน ซึ่งเป็นพระที่อยู่วัดป่าบ้านตาด ทำงาน และดูแลหลวงตามหาบัว มายาวนาน แม้จะมีพระหลายรูปไปปลีกวิเวก แต่พระอาจารย์สุดใจ ก็ยังคงอยู่กับหลวงตาจนวาระสุดท้ายขององค์หลวงตา ท่านมีนิสัยพูดน้อย ถ่อมตน แต่ทำงานอย่างเอาจริงเอาจัง และได้รับความไว้วางใจจากองค์หลวงตามหาบัว ให้ดูแลเรื่องหนังสือธรรมะต่าง ๆ โดยหนังสือหลวงตาเกือบทุกเล่ม ตลอดถึงกัณฑ์เทศน์ต่าง ๆ ที่ลงในเว็บหลวงตา www.luangta.com จะต้องผ่านการตรวจทานจากท่านทั้งหมด ดังคำกล่าวที่หลวงตามหาบัว เคยเทศน์ไว้ว่า “..อย่างเราเทศน์ทางนี้ ไปทางนู้นก็ให้ท่านสุดใจตรวจอีกทีหนึ่ง เพราะท่านสุดใจรู้เรื่องของเราดี การพูดการจาแง่หนักเบาท่านสุดใจเข้าใจเรื่องเรา เพราะเป็นพระปฏิบัติด้วยกัน ถ้าภาคปริยัติกับปฏิบัติไปตรวจกันไม่ได้เรื่อง ภาคปริยัติไปอย่างหนึ่ง ภาคปฏิบัติไปอย่างหนึ่ง ถ้าเป็นภาคปฏิบัติตรวจภาคปฏิบัติเข้าใจทันที..”

ก่อนที่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ท่านจะละสังขาร ท่านได้จับมือท่านพระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน แล้วเมตตาพูดว่า “มือของครูอาจารย์ กับมือของลูกศิษย์ลูกหา ญาติมิตรเพื่อนฝูง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ใช้แทนกันได้ ไว้ใจกันได้” ต่อมาเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๔ องค์หลวงตามหาบัว ได้เข้าสู่อนุปาทิเสสนิพพาน ณ วัดป่าบ้านตาด หลังจากนั้นจึงได้มีการแต่งตั้งท่านพระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี รูปใหม่แทน หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน โดยมี พระราชวราลังการ (หลวงปู่สิงห์ อินทปัญโญ) วัดโพธิสมภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานในพิธีการมอบตราตั้งให้พระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน รักษาการเจ้าอาวาส ที่ ๐๔/๒๕๕๔ ลงวันที่ ๗ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๔ ที่ศาลาการเปรียญวัดป่าบ้านตาด ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยมีใจความว่า.. “อาศัยอำนาจตามความในข้อที่ ๒๗ แห่งกฎหมายมหาเถระสมาคมฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ.๒๕๔๑) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ จึงแต่งตั้งให้ พระสุดใจ ฉายา ทนฺตมโน อายุ ๖๗ พรรษา ๓๘ วิทยฐานะ น.ธ.ตรี วัดป่าเกษรศิลคุณ ดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดป่าเกษรศิลคุณ ตำบลบ้านตาด อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี มีหน้าที่และอำนาจตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ พระภิกษุสามเณรและคฤหัสถ์ที่อยู่ในวัดดังกล่าวข้างต้น จงอยู่ในโอวาทของรักษาการเจ้าอาวาสที่ได้รับแต่งตั้งแล้วนั้น ซึ่งปฏิบัติการโดยชอบด้วยพระธรรมวินัย กฎหมาย กฎมหาเถระสมาคม ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง มติ ประกาศ ของมหาเถระสมาคม ขอจงถือความเจริญงอกงามไพบูลย์ในพระพุทธศาสนา ตลอดกาลนาน เทอญฯ ลงชื่อ เจ้าอธิการสุพิศ สุนฺทโร เจ้าคณะตำบลบ้านตาด เขต ๑ (ธรรมยุต) ..”

"พอบวชเริ่มภาวนาใจได้รับความสุขสงบเย็นแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นึกย้อนถามตัวเองว่า ถ้าเรานั่งอยู่มีคนเดินมาด่าเรา เราจะโกรธมั๊ย คนทั่วไปที่ไม่รับการฝึกอบรมจิตใจมา ย่อมมีความโกรธเป็นธรรมดา แต่คนที่ได้รับการฝึกฝนมาจะไม่โกรธ กลับสงสารว่า...เค้าไม่เคยเจอความสุขที่แท้จริง เค้าน่าสงสาร ถ้าเรารักตัวเอง เราจะไม่ส่งจิตออกไปให้ใจโกรธ แต่จะมีสติรักษาจิตให้มีความสุข สงบเย็น..” โอวาทธรรมคำสอนหลวงพ่อสุดใจ ทันตมโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี

“...คนเรามันก็เหมือนมีงานอยู่ตลอดเวลาหล่ะนะ หมดพรรษาแล้วใครอยากจะไปอยู่วิเวกก็ไปได้ คือพระเราที่จะอยู่ไปวันนึง วันนึง แบบฆราวาสเขาก็ไม่ได้น่ะ นับวันมันจะมีภาระมากขึ้น พรรษาก็มีมากตามไปด้วย หน้าที่ของเราที่ต้องปฏิบัติต่อตัวเราเอง อย่างน้อยให้มีความสงบเป็นที่พึ่งของใจมันก็อยู่ได้ ถ้าไม่มีเลยนี่ มันก็จะคว้าเอาเรื่องทางโลกมาปฏิบัติกัน ในสายตาของครูบาอาจารย์ก็จะมองว่ามันไม่เป็นการดีเลยที่จะเป็นอย่างนั้น

...พระพุทธเจ้าออกบวชก็มุ่งที่จะชำระล้างกิเลสที่มีอยู่ในใจขององค์ท่านให้ออกไปให้หมด ท่านเห็นอะไร ไม่ว่าต้นไม้ ใบหญ้าหรือคน ท่านก็จะตีเข้ามาหาตัวเป็นธรรมเสมอว่า โลกนี้มันเป็นโลกที่ไม่เที่ยงนะ มีกฏของไตรลักษณ์ คืออนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เข้าบังคับบัญชาอยู่ตลอดเวลา แล้วมนุษย์เราแต่ละคน แต่ละคน ไม่ใช่ว่าอายุจะยืนยาวอะไรนักหนา แล้วก็บอกไม่ได้ด้วยว่า คนแก่จะต้องตายก่อนวัยเด็กเสมอไป เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุทำให้เสียชีวิตลง เกิดโรคภัยไข้เจ็บเข้ามาเบียดเบียนทำให้ตายก่อนวัยอันควร ท่านจึงสอนว่าอย่าประมาทในคุณงามความดี อย่าคิดว่าทำน้อยนิดมันจะไม่ให้ผล เมื่อทำอยู่บ่อย ๆ มันก็จะติดเป็นนิสัย แล้วสิ่งเหล่านี้แหละที่จะชักนำเราให้พ้นทุกข์ไปภายในวันหนึ่งแน่นอน

ทำอะไรก็พยายามน่ะ ทำเอาจริงเอาจัง ผู้ปฏิบัติทางด้านธรรมะ มันจะเอานิสัยทางด้านนั้นมาใช้ แล้วคนที่จริงจัง คือว่ามีการตั้งสติ ความรู้อยู่กับสติไม่คลาดเคลื่อนไปไหน จิตที่มันฟุ้งซ่านที่เคยมีอยู่ มันต้องสงบลงได้อย่างแน่นอน เมื่อจิตเราเกิดความสงบ เพียงครั้งแรกเท่านั้นแหละ มันก็มีความตื่นเต้นแล้ว แล้วยิ่งสงบเข้าไปหลายครั้งหลายหน ได้ความสว่างกระจ่างแจ้ง มันก็จะเกิดขึ้น เราถึงว่าจิตมันเริ่มสัมผัสกับธรรมแล้ว ต่อจากนั้นความขี้เกียจขี้คร้าน ในการที่จะทำความพากความเพียร มันก็ค่อย ๆ จะหมดไป ๆ แล้วเราก็จะมองเห็นว่า เฮ้ย..ตัวขี้เกียจขี้คร้านเนี่ย มันเป็นกิเลสโดยแท้เลย ซึ่งแต่ก่อนเราไม่เคยคิดเคยนึกนะ พอจิตเจริญขึ้นมันมีความสงบของมันเป็นปกตินี่ เวลาเดินจงกรม มันก็จะขยันเดิน เดินไปบางที นึกว่ามันแค่ครึ่งชั่วโมง หนึ่งชั่วโมง บางทีเดินไป สามชั่วโมง สี่ชั่วโมงก็มี เมื่อมีความสงบจากนั้นมีโอกาสก็ก้าวทางปัญญา พิจารณาสิ่งทั้งหลายลงไปสู่ไตรลักษณ์ จนกระทั่งถึงสุดท้าย ที่มันถอดถอนได้สุด “หมดกิเลส” และไอ้ความทุกข์ของใจที่มันหมดกิเลสแล้ว มันหาอะไรเทียบไม่ได้นะ แล้วก็จะสามารถรู้ได้ด้วยตนเองได้ว่าจะไม่กลับมาเกิดอีกแล้ว...วันนี้ก็ให้ธรรมะย่อ ๆ แค่นี้นะ เสียงมันไม่มีแล้ว...” โอวาทธรรมคำสอนท่านพระอารย์สุดใจ ทันตมโน เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ ณ วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;