สาวน้อยเพชรบูรณ์จากไปกะทันหัน พ่อแม่ใจบุญไม่ลังเล ตัดสินใจบริจาคอวัยวะต่อลมหายใจให้อีก 5 ชีวิต

สาวน้อยเพชรบูรณ์จากไปกะทันหัน พ่อแม่ใจบุญไม่ลังเล ตัดสินใจบริจาคอวัยวะต่อลมหายใจให้อีก 5 ชีวิต

Publish 2020-05-29 09:34:35


กลายเป็นเรื่องที่ชาวเน็ตให้ความสนใจและร่วมอนุโมทนาบุญกันอย่างมาก เมื่อได้ทราบข่าวว่าที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบริจาคอวัยวะ ประกอบด้วยหัวใจ 1 ดวง ดวงตา 2 ข้าง และไต 2 ข้าง ให้แก่บุคคลอื่น โดยจะมีคณะแพทย์จากสภากาชาดไทย เดินทางมาเพื่อผ่าตัดเอาอวัยวะ และทางโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ พร้อมด้วยศูนย์บริจาคอวัยวะ รวมทั้งสภากาชาดไทยได้มอบประกาศเกียรติคุณ ให้แก่พ่อแม่ของผู้บริจาค 



โดยนายนิยม ดวงดารา อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 323 หมู่ 1 ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า ผู้ที่เสียชีวิตและบริจาคอวัยวะดังกล่าว เป็นลูกสาวของตนเอง ชื่อเด็กหญิงมัลลิกา ดวงดารา อายุ 14 ปี กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนบ้านทุ่งสมอ ต.ทุ่งสมอ อ.เขาค้อ โดยเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา เด็กหญิงมัลลิกาได้ขับรถจักรยานยนต์ จะไปเอาใบรายงานที่บ้านเพื่อนมาทำเพื่อเรียนออนไลน์ แต่ได้ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนตร์เสียหลักล้ม และถูกรถยนต์ที่วิ่งตามมาชนซ้ำ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเขาค้อ และถูกส่งต่อมาที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ในสภาพที่อาการสาหัส และได้รับแจ้งจากทางแพทย์ว่า สมองของลูกสาวตาย ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่าเสียชีวิตแล้ว

 

 

ต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่พยาบาลมาชักชวนให้บริจาคอวัยวะของลูกสาว ซึ่งมีหลายส่วนที่น่าจะนำไปช่วยชีวิตคนอื่นๆ ได้หลายชีวิต ตนจึงตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล เพราะลูกสาวเป็นคนจิตใจดีชอบช่วยเหลือคนอื่นอยู่แล้ว ตนรู้สึกดีใจที่ลูกได้สร้างบุญสร้างกุศลด้วยการต่อชีวิตให้คนอื่น แต่ตนไม่คิดว่าสิ่งที่ลูกเคยพูดไว้กับตนมันจะเกิดขึ้นเร็วแบบนี้ เนื่องจากก่อนหน้านี้แม่ของตนป่วย ตนได้มานอนเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาลหลายเดือน ได้พาน้องมัลลิกาซึ่งตอนนั้นเรียนอยู่ ป 5-ป 6 มาด้วย และได้เห็นคนเจ็บคนป่วยคนเสียชีวิต และถามตนว่าคนเขาป่วยเป็นอะไรแล้วถ้าจะบริจาคอวัยวะจะบริจาคอะไรได้บ้าง ตนก็ตอบลูกว่าบริจาคได้หมดทั้งร่างกาย อันไหนที่ใช้ได้ แต่ต้องถามหมอเพราะเราไม่รู้ว่าเมื่อเสียชีวิตแล้วจะมีอวัยวะส่วนไหนที่ยังใช้ได้ ลูกสาวบอกตนว่าถ้าตายแล้วพ่อช่วยบริจาคอวัยวะให้ด้วย เขาพูดเพราะจิตใจเขาเป็นกุศล แต่ไม่คิดว่าสิ่งที่ลูกเคยพูดจะเกิดขึ้นเร็วแบบนี้

 

 



ด้านนายแพทย์ศิริชัย แมงมีนาม ประธานองค์กรแพทย์และหัวหน้าศูนย์ประกันสุขภาพโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า หลังจากทราบว่า ผู้เสียชีวิตมีอาการสมองตาย จึงได้แจ้งญาติทราบโดยทางการแพทย์ถือว่าเสียชีวิตแล้ว แต่อวัยวะบางส่วน ยังทำงานอยู่ จึงได้แนะนำญาติถึงโครงการบริจาคอวัยวะเพื่อช่วยเหลือบุคคลอื่น ซึ่งต่อมาญาติได้ยินยอม จึงได้ประสานไปยังทีมแพทย์จากสภากาชาดไทย เพื่อมาผ่าตัดนำอวัยวะไปช่วยเหลือบุคคลอื่น แต่เนื่องจากช่วงนี้อยู่ในสถานการณ์ที่มีโรคระบาดโควิด 19 ทำให้ขบวนการต่างๆ ต้องใช้เวลานาน เพราะต้องตรวจคัดกรองก่อนว่า ผู้บริจาคอวัยวะไม่ได้มีภาวะติดเชื้อ ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งวันกว่าที่ผลจะออกมาว่า น้องไม่มีสภาวะติดเชื้อโควิด 19 จึงจะสามารถที่จะดำเนินขั้นตอนรับอวัยวะได้ตามปกติ

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน