ผบ.ตร.ลงโทษ ดาบตำรวจ หลังรีดเงิด 8 หมื่นจาก แม่ค้าหอย แถมสั่งให้แกะหอยนางรมให้กิน

ผบ.ตร.ลงโทษ ดาบตำรวจ หลังรีดเงิด 8 หมื่นจาก แม่ค้าหอย แถมสั่งให้แกะหอยนางรมให้กิน

Publish 2020-06-05 01:09:47


จากกรณีนายไสว รุยันต์ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวอีกครั้งว่า “#ช่วยกันแชร์แลความเปรตของตำรวจเมืองพัทลุง# …. ศาสเตี้ย..พฤติกรรมของตำรวจเลวๆ นอกรีต…เมืองลุง ตั้งจุดตรวจก่อนเคอร์ฟิว เรียกจับแม่ค้า ขายอาหารทะเล กำลังเดินทางกลับบ้าน 5 นาทีก่อนเคอร์ฟิว ต่อรองเรียกเงิน 80,000 บาท

เอาตัวหญิงสาวแม่ค้ายึดรถ ยึดโทรศัพท์ เอาตัวไปคุยในเซฟที่ สภ.เมืองพัทลุง ก่อนเจรจา นาน 3 ชั่วโมง รีดเงิน จาก 80,000 เหลือ 40,000 จนเหลือ 10,000 แม่ค้ามีเงินแค่ 5700 บาท แต่ไม่เพียงพอ ขอ กุ้ง หอย ที่รับมาขายบวกจนครบ 10,000 ก่อนปล่อยตัวกลับ เหลือเงินในกระเป๋าแค่ 9บาท กลับบ้าน ลูกน้องเปรต ผกก.ถึง ผู้การหุ้นด้วยมั๊ย

แล้วทำไมตำรวจเปรตชุดนี้อยู่สบาย ตำรวจน้ำดีอยู่ไหนหมด ฝากผู้การลงมาตรวจสอบที …อย่าให้พวกโจรในเครื่องแบบชุดนี้มีที่ยืนในสังคม …หลักฐานมีอีก เดี่ยวรอ… เป็นถึงสารวัตร แต่กลับทำตัวเยี่ยงโจร ไม่แน่จริงไม่นักเลง ตอนให้เขาโอนเงินทำไมไม่ให้โอนเข้าบัญชีตัวเองหละ ถ้าแน่จริง แต่ก็ก๊วนเดี่ยวกัน ดาบตำรวจหรือสารวัตร มันก็โจรในเครื่องแบบเพ….#ช่วยกันแชร์แลความเปรตของตำรวจเมืองพัทลุง## ….”

ทำให้ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า ต้องแชร์ไปให้โลกรับรู้ โจรในเครื่องแบบมันร้ายหนักหนา ชาวบ้านเดือนร้อนกันอยู่แล้ว ยังมาซ้ำเติมอีก บ้างก็เข้ามาคอมเม้นต์ว่า ถ้าโดนกระทำโดยมิชอบหรือถูกรีดไถ ให้นำเรื่องร้องเรียนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุงหรือถ้าไม่กล้าแนะนำให้ร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม(อยู่ที่ศาลากลางจังหวัด) อย่าให้ตำรวจนอกแนวต้องลอยนวล

 



 

 

ล่าสุด พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.เผยถึงกรณีแม่ค้าอาหารทะเล​ ชาวจ.พัทลุง​ ถูกตำรวจจับฝ่าเคอร์ฟิว​เนื่องจากเดินทางไปซื้ออาหารทะเลขที่​จ.ตร​ เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งหลายข้อหา​ เรียกรับเงิน80,000บาท​ แลกกับการปล่อยตัว​ แต่มีให้เพียงเล็กน้อย​ ตำรวจยังยึดอาหารทะเล และนั่งแกะหอยนางรมให้รับประทานแกล้มเหล้า ว่าได้รับรายงานจาก สภ.เมืองพัทลุง แล้ว​

ผกก.สภ.เมืองพัทลุง ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ประกอบกับได้มีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจ ยศดาบตำรวจ ซึ่งเป็นผู้ที่ชื่อปรากฏอยู่บนสลิปโอนเงิน พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่งานสืบสวน โดยให้มาประจำที่ศูนย์ปฏิบัติการสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทลุง ไม่ให้พบปะกับประชาชน พร้อมรายงานข้อเท็จจริงให้ทราบภายใน 3 วัน​ขณะนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องและรอสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ผู้ที่เกี่ยวข้อง และความผิดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
 



รองโฆษก ตร . กล่าวว่า ขอให้ผู้ที่ได้รับความเสียหาย นำพยานหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องมามอบให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอีกทั้งคงต้องรอให้ต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องทำการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำผิด ไม่มีการปล่อยไว้ หรือ ให้การช่วยเหลือกันอยู่แล้ว จะดำเนินการทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาดตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

" พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้รับรายงานถึงกรณีดังกล่าวแล้วและได้กำชับให้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากผลการตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำผิด ใช้อำนาจหน้าที่เรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ หากินบนความเดือดร้อนของผู้อื่น และเป็นการซ้ำเติมประชาชน ให้ต้นสังกัดดำเนินคดีทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับตำรวจที่ทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ประชาชนในภาพรวมของประเทศได้รับผลกระทบทุกพื้นที่พร้อมกันนี้ได้กำชับและมีข้อสั่งการไปยังกองบัญชาการทุกภาคส่วน ผู้บังคับการ ผู้กำกับการ หน.หน้าหน่วยในทุกต้นสังกัดทุกพื้นที่ ให้มีการควบคุม ดูแลความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ทั้งเวลาราชการและนอกเวลาราชการ ตามคำสั่งที่ 1212/2537 โดยที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการลงทัณฑ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กระทำในลักษณะนี้ทั้ง ไล่ออก ปลดออก ให้ออก หากความผิดชัดเจน ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศมาโดยตลอดไม่ปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี"

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน