หนุ่มเห็นเด็กน้อยมีแผลไฟลวกเต็มตัว เดินมารับของหน้าตู้ปันสุข ก่อนเข้าไปสอบถามถึงกับน้ำตาไหลกับชีวิตน้อยๆที่เกือบไร้ลมหายใจ

หนุ่มเห็นเด็กน้อยมีแผลไฟลวกเต็มตัว เดินมารับของหน้าตู้ปันสุข ก่อนเข้าไปสอบถามถึงกับน้ำตาไหลกับชีวิตน้อยๆที่เกือบไร้ลมหายใจ

Publish 2020-06-16 11:36:22


เมื่อวันที่  15  มิ.ย. 63 ที่ผ่านมาผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่งได้ออกมาเผยเรื่องราวสะท้อนสังคมหลังเจอเข้ากับเด็กน้อยมีแผลไฟลวกเต็มตัว โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านนี้เล่าว่าผมแอบมองน้องคนนี้มาหลายวันแล้ว น้องและแม่เพิ่งจะรู้ข่าวว่าที่นี่มีตู้ปันสุขเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว น้องชื่อแมนยู จะสังเกตเห็นว่าที่ตามตัวน้องเค้ามีรอยไฟไหม้ คุณแม่น้องเล่าว่า เมื่อตอนประมาณหนึ่งขวบ ไฟไหม้บ้าน น้องแมนยูนอนอยู่กับตาที่เป็นอัมพาตช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

 




ไฟไหม้ครั้งนั้น คุณตาเสียชีวิต แต่น้องแมนยูถูกเพื่อนบ้านช่วยออกมาได้ แต่ต้องนอนโรงพยาบาลกว่าสามเดือนโดยใช้เครื่องช่วยหายใจ เพราะน้องดมควันและปอดถูกทำลายไปมาก สุดท้ายเหมือนมีปาฎิหาริย์ในวันที่ทุกคนตัดสินใจว่าจะเอาเครื่องออกซิเจนออกเพื่อให้น้องไปสบาย น้องแมนยูหายใจขึ้นมาเองหลังจากเอาเครื่องออกซิเจนออกได้ไม่นาน แต่บาดแผลจากไฟไหม้ลึกผิวหนังตามร่างกายหลายแห่งยังคงต้องรักษาจนถึงปัจจุบัน

 

แม่น้องซึ่งอนุญาตให้เรานำเรื่องและรูปออกมาเปิดเผย ซึ่งบอกว่ามีอาชีพรับจ้างทั่วไป ตั้งแต่โควิดมาก็ไม่มีงานทำ ตัวเองมีลูก 4 คน น้องแมนยูเป็นคนสุดท้อง สามีเลิกรากันไปนานแล้ว สงสารลูกเวลาหิว พอรู้ข่าวว่าที่นี้มีตู้ปันสุขก็เลยมาที่ตู้นี้ทุกวัน และยังไม่รู้ข่าวว่าตู้เราจะปิดแล้ว ผมเห็นครอบครัวนี้หลายครั้ง การมายืนเข้าคิวรอรับของในแต่ละครั้งไม่เคยละเมิดกฎและปฏิบัติตัวดีน่ารัก แม้จะมากันหลายคน พี่สาวพี่ชายก็คอยดูแลน้องแมนยูอย่างดี น้องเดินไม่ถนัดก็ช่วยอุ้มน้อง

 



น้องแมนยูจะเป็นที่รักของน้องๆ ในทีมปันสุข น้องจะได้ขนม ของกินของเล่นกลับไปทุกครั้ง จากสีหน้ารอยยิ้มที่ไม่มีเลยในวันแรกๆ ที่พวกเราเจอ จนเราแอบอยากรู้เรื่องราวของน้องเขา คุณแม่บอกว่าถ้าหมดโควิดนี้น้องแมนยูจะได้เข้าเรียนอนุบาลที่ประจันตคาม วันนี้เราได้เห็นรอยยิ้มและความร่าเริงนั้นบ้างแล้วที่หน้าตู้ปันสุข และเรายังอยากให้น้องแมนยูมีรอยยิ้มแบบนี้นานๆ ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวหนึ่งที่เราแอบจดประวัติไว้เพื่อเยียวยาต่อไปหลังจากตู้ใบนี้ปิดตัวลง

สำหรับเงินที่เหลือหลังจากการปิดตู้จะมีการนำมาดูแลเคสที่พวกเราเห็นว่าควรเยียวยาต่อไป เรากำลังทำการเก็บข้อมูลในทุกๆ วัน โดยจะเน้นเคสผู้สูงอายุที่ขาดผู้ดูแล เคสเด็กน้อยๆ ที่พ่อแม่ยังตกงาน และเคสที่มองเห็นแล้วว่าลำบากจริงๆ เราจะเยียวยาไปจนกว่าพวกเขาจะดีขึ้นหรือเงินเราที่มีจะหมดลงไป บางเคสมีผู้รับอาสาดูแลต่อจากพวกเราก็มีบ้างแล้ว


 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;