ลุงพล ตอกกลับแรง พ่อน้องชมพู่หายไปไหนไม่มีใครเห็น 08.30 - 10.22 น.

ลุงพล ตอกกลับแรง พ่อน้องชมพู่หายไปไหนไม่มีใครเห็น 08.30 - 10.22 น.

Publish 2020-07-07 03:22:53


จากกรณีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่เสียชีวิตบริเวณป่าภูเหล็กไฟ บ้านกกกอก หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ขณะนี้ยังไม่สามารถจับคนร้าย เนื่องจากหลักฐานไม่ครบถ้วน 

ต่อมากลายเป็นเรื่องใหญ่แล้ว โดยรายการทุบโต๊ะข่าวรายงานว่า นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่น้องชมพู่ ได้เปิดใจอย่างตรงไปมาว่าตัวเองนั้นอัดอั้นมานานและไม่ขอปิดข้อมูลอีกแล้ว โดยเจ้าตัวยอมรับว่าสงสัยลุงพลนั้นเป็นผู้ก่อเหตุกับน้องชมพู่ โดยสาเหตุที่แม่ชมพู่สงสัยนั้นสืบเนื่องมาจาก เพราะลุงพลนั้นไปทำเกี่ยวกับร่างทรง แต่พอเข้าไปที่ป่าช้าไม่เคยเข้ามาเหยียบที่บ้าน โดยตนสงสัยลุงพลแต่ไม่มีหลักฐาน โดยตนนั้นอยากให้ลุงพลมาชี้แจงด้วย 

 

 




ต่อมา ลุงพล ทนไม่ไหว ประกาศตัดญาติทันที พร้อมแฉความลับของแม่น้องชมพู่ ว่าไม่เคยขึ้นไปภูเหล็กไฟเลย ไม่ยอมไปดูสถานที่เกิดเหตุเลยแม้แต่ครั้งเดียวจนชาวบ้านต่างสงสัยและพูดกันต่างๆนาๆ หรือกำลังกลัวอะไรบางอย่าง และเปิดหลักฐานล่าสุดให้ดูนั่นคือ วันเผาน้องชมพู่นั้นลุงพลได้เปิดให้ดู นั่นก็คือเป็นภาพและคลิปในงานเผาศพน้องชมพู่ โดยแม่น้องชมพู่นั้นรีบเอาเสื้อผ้าน้องชมพู่ทั้งหมดมาเผาพร้อมกันทั้งหมด โดยไม่ยอมเก็บไว้เป็นหลักฐานแม้แต่ชิ้นเดียว โดยลุงพลนั้นสงสัยว่าทำไมต้องรีบเผาหลักฐานทิ้งทั้งหมด โดยเรื่องทั้งหมดเก็บไว้มานาน และลุงพลยังพูดทิ้งท้ายอีกว่า ที่น้องชมพู่ เสียชีวิต อาจจะเป็นเพราะพ่อกับแม่นั่นเอง

 

 

"ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ก็ขออยู่เฉยๆดีกว่า เราช่วยทุกอย่างเพราะมีคนขอให้ช่วย เงิน 3,000 บ. ที่ได้จากการออกรายการนึงก็ให้ครอบครัวน้องชมพู่หมด เพราะรู้ว่าทางครอบครัวเขาต้องใช้เงินถ้ารู้ว่าจะมาสงสัยกัน วันนั้นขออยู่เฉยๆดีกว่า"

 

 

ดูเหมือนว่าเรื่องราวกลายเป็นประเด็นเดือดเมื่อ ม่น้องชมพู่ สงสัยลุงพล ทำให้ฝั่งลุงพล ก็ตั้งข้อสงสัยกลับทันที ว่า  พ่อน้องชมพู่หายไปไหน 08.30 - 10.22 น.

 



ล่าสุด นายอนามัย วงศ์ศรีชา พ่อน้องชมพู่ ยืนยันว่าช่วงเวลาที่ลูกหายไป ตนเองกำลังไถนาอยู่ โดยในวันที่ 11 พ.ค.63 เวลา 07.30 น. ได้ขับรถไถคันสีส้มออกจากบ้าน เพื่อไปไถนาให้นางอุ่น เเละระหว่างที่กำลังไถอยู่นั้น เวลา 10.22 น. ได้รับโทรศัพท์จากเเม่ชมพู่ ว่าลูกหายไป ตนเองจึงรีบขับรถไถคันดังกล่าวกลับบ้าน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 นาที เเล้วก็ออกตามหากับชาวบ้านจนถึงเย็น จากนั้นช่วงกลางคืนก็เดินตามหากับเเม่น้องชมพู่อีก เเต่จำช่วงเวลาไม่ได้

 

 

 

นายอนามัย ยังกล่าวอีกว่า หลังจากที่มีพยานยืนยัน ว่าเห็นตนเองไถนาอยู่จริง ๆ ก็สบายใจขึ้น เพราะที่ผ่านมายืนยันว่าพูดความจริงมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม เมื่อสรุปไทม์ไลน์ช่วงเวลาที่นายอนามัย ขาดพยานยืนยันว่าอยู่ที่ไหน คือ ช่วงเวลา 08.30 - 10.22 น. ส่วนช่วงเวลาอื่น ๆ มีพยานยืนยันได้ทั้งหมด 

ก่อนหน้านี้ ร่างทรง เผยว่ามีคนร้าย 3 คน นำร่างน้องชมพู่ไปวางไว้บนหิน โดยใช้กุมารพาน้องชมพู่เดินไป และเป็นคนที่อยู่ในเครือญาติของแม่น้องชมพู่ ,คนที่ 2 สักอยู่ที่หลัง อายุ 25 ปี ลักษณะเหมือนคนติดยา ,คนที่ 3 มีไฝอยู่ใบหน้า อายุ 35 ปี ซึ่งทำให้นางสาวิตรีตอบกลับไปว่า คุณต้องการอะไร

 

 

คลิปตอนหมอดูทัก

 

 

ขณะที่ นางดอกไม้ (นามสมมติ) ชาวบ้านกกกอก ให้ข้อมูลกับ อมรินทร์ทีวีว่า ตนได้ยินชาวบ้านกกกอก เล่าต่อ ๆ กันมาว่า เมื่อวันที่ 11 พ.ค.63 ในช่วงเช้านายอนามัย พ่อของน้องชมพู่ ได้ไปไถนา และมีการสวมใส่เสื้อสีส้ม แขนสั้น ส่วนตัวแล้วตนก็สงสัยในตัวพ่อน้องชมพู่ ว่าจะตรงกับเสื้อสีส้มที่แก๊งจำปาให้ข้อมูลการแต่งกายของคนร้ายหรือไม่ ที่ตนให้สัมภาษณ์ในวันนี้ ตนไม่ได้กล่าวหาพ่อน้องชมพู่แต่อย่างใด ตนก็เป็นชาวบ้านคนหนึ่ง ตนมีสิทธิ์ที่จะสงสัย เพราะทุกคนในหมู่บ้านก็ล้วนแต่เป็นผู้ต้องสงสัยทั้งหมด สำหรับนายอนามัย เท่าที่ตนเองรู้จัก เขาจะเป็นคนไม่ค่อยพูด ถามคำตอบคำ แต่ก็เป็นคนปากหนักอยู่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม นางดอกไม้ยังบอกอีกว่า ชาวบ้านกกกอกหลาย ๆ คน รู้ข้อมูลดี แต่เขาไม่ค่อยอยากจะพูดกัน บางคนเห็นเหตุการณ์จริง ๆ แต่พอเจ้าหน้าที่ไปสอบถาม เขาก็บอกว่าไม่เห็น 

 

 

ส่วนในวันที่ 11 พ.ค.63 เวลาประมาณ 19.00 น. มีคนโทรศัพท์มาหาแม่และพ่อน้องชมพู่ว่า ให้ไปรับน้องชมพู่อยู่บ้านหลังหนึ่งที่ตีนเขาบ้านกกตูม จากนั้นพ่อและแม่น้องชมพู่ จึงได้พากันไปรับลูกตามสายโทรศัพท์ดังกล่าว  โดยตอนนั้น แบตเตอรี่โทรศัพท์ของแม่น้องชมพู่หมด เขาจึงชาร์ตโทรศัพท์ไว้ที่แคร่หน้าบ้าน ไม่ได้เอาไปด้วย ตนและชาวบ้านอีกหลายคนจึงนั่งเฝ้าโทรศัพท์ของแม่น้องชมพู่ไว้ กระทั่งประมาณ 19.30 น. ก็มีสายปริศนาโทรเข้ามาหาแม่น้องชมพู่ ตนจึงถือวิสาสะรับโทรศัพท์ให้แม่น้องชมพู่ 

เมื่อตนรับสาย จากนั้นเสียงในสายก็เงียบไป ก่อนจะมีเสียงผู้ชายวันกลางคนพูดขึ้นมาว่า นุช นุช (นุชคือชื่อเล่น นางสาวิตรี) ตนจึงบอกชายในสายโทรศัพท์ว่า "นุชไปรับลูกอยู่ค่ะ มีอะไรหรอคะ" จากนั้นชายคนดังกล่าวก็ไม่พูดอะไรต่อ และชายคนดังกล่าวก็หัวเราะออกมา คล้ายคนกำลังสะใจ จากนั้นตนเองจึงกดวางโทรศัพท์ และมีการสอบถามชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นว่าชายคนดังกล่าวเป็นใคร แต่ไม่มีใครรู้ข้อมูล หลังจากนั้น ป้าแต๋น ภรรยาลุงพล ก็ได้เดินเข้ามาถามว่าใครโทรมา ตนจึงให้ป้าแต๋นโทรศัพท์หาชายคนดังกล่าว ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่าวันนั้น ป้าแต๋นได้โทรศัพท์ไปที่เบอร์ปริศนาหรือไม่ สำหรับกรณีนี้ตนก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ ว่าตนเคยรับโทรศัพท์ชายปริศนารายนี้ จึงออกมาให้ข้อมูล

นอกจากเหตุการณ์วันที่ 11 พ.ค.63 แล้ว นางดอกไม้ยังบอกอีกว่า กลุ่มคนที่ขึ้นไปเจอศพน้องชมพู่ ในวันที่ 14 พ.ค.63 ได้เล่าต่อกันมาให้ตนฟังว่า มีชายปริศนาได้โทรศัพท์ขึ้นไปหาคนบนเขาภูเหล็กไฟ ที่อยู่กับศพน้องชมพู่ว่า “อย่าทำให้เรื่องเล็ก กลายเป็นเรื่องใหญ่” ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าชายในสายปริศนานั้นคือใคร และข้อมูลนี้ตนก็ได้ยินชาวบ้านเล่าต่อ ๆ กันมา ไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;