ชาวเน็ตขุดคลิป เมื่อครั้งพระเดือนชัยตามหาเสื้อน้องชมพู่

ชาวเน็ตขุดคลิป เมื่อครั้ง"พระเดือนชัย"ตามหาเสื้อน้องชมพู่

Publish 2020-07-08 16:17:50


จากกรณีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่เสียชีวิตบริเวณป่าภูเหล็กไฟ บ้านกกกอก หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ขณะนี้ยังไม่สามารถจับคนร้าย เนื่องจากหลักฐานไม่ครบถ้วน

ต่อมากลายเป็นเรื่องใหญ่แล้ว โดยรายการทุบโต๊ะข่าวรายงานว่า นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่น้องชมพู่ ได้เปิดใจอย่างตรงไปมาว่าตัวเองนั้นอัดอั้นมานานและไม่ขอปิดข้อมูลอีกแล้ว โดยเจ้าตัวยอมรับว่าสงสัยลุงพลนั้นเป็นผู้ก่อเหตุกับน้องชมพู่ โดยสาเหตุที่แม่ชมพู่สงสัยนั้นสืบเนื่องมาจาก เพราะลุงพลนั้นไปทำเกี่ยวกับร่างทรง แต่พอเข้าไปที่ป่าช้าไม่เคยเข้ามาเหยียบที่บ้าน โดยตนสงสัยลุงพลแต่ไม่มีหลักฐาน โดยตนนั้นอยากให้ลุงพลมาชี้แจงด้วย

ต่อมา ลุงพล ทนไม่ไหว ประกาศตัดญาติทันที พร้อมแฉความลับของแม่น้องชมพู่ ว่าไม่เคยขึ้นไปภูเหล็กไฟเลย ไม่ยอมไปดูสถานที่เกิดเหตุเลยแม้แต่ครั้งเดียวจนชาวบ้านต่างสงสัยและพูดกันต่างๆนาๆ หรือกำลังกลัวอะไรบางอย่าง และเปิดหลักฐานล่าสุดให้ดูนั่นคือ วันเผาน้องชมพู่นั้นลุงพลได้เปิดให้ดู นั่นก็คือเป็นภาพและคลิปในงานเผาศพน้องชมพู่ โดยแม่น้องชมพู่นั้นรีบเอาเสื้อผ้าน้องชมพู่ทั้งหมดมาเผาพร้อมกันทั้งหมด โดยไม่ยอมเก็บไว้เป็นหลักฐานแม้แต่ชิ้นเดียว โดยลุงพลนั้นสงสัยว่าทำไมต้องรีบเผาหลักฐานทิ้งทั้งหมด โดยเรื่องทั้งหมดเก็บไว้มานาน และลุงพลยังพูดทิ้งท้ายอีกว่า ที่น้องชมพู่ เสียชีวิต อาจจะเป็นเพราะพ่อกับแม่นั่นเอง ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ก็ขออยู่เฉยๆดีกว่า เราช่วยทุกอย่างเพราะมีคนขอให้ช่วย เงิน 3,000 บ. ที่ได้จากการออกรายการนึงก็ให้ครอบครัวน้องชมพู่หมด เพราะรู้ว่าทางครอบครัวเขาต้องใช้เงินถ้ารู้ว่าจะมาสงสัยกัน วันนั้นขออยู่เฉยๆดีกว่า

 




ต่อมา รายการโหนกระแสได้เชิญนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล มาอีกครั้ง เกี่ยวกับประเด็นที่กำลังพูดถึงว่าตนเป็นผู้ต้องสงสัยในสายตาของครอบครัวน้องชมพู่ พร้อมทั้งนำจดหมายจากป้าแต๋ม ภรรยาลุงพล ที่เขียนถึงเรื่องราวในครั้งนี้มาเปิดในรายการด้วย เจ้าตัวรับว่าการมาครั้งนี้จะต่างจากครั้งแรกคือ เป็นการเปิดใจในความสงสัยที่ตนมีแต่แรก ที่สังคมาต้องรับรู้ แต่ไม่ได้พูดออกไปเพราะเห็นแก่หน้าพ่อแม่ของน้องชมพู่ และยังคงยืนยันว่าน้องเดินเข้าไปบนเขาไม่ได้เพราะเขาสูงเกินกว่าเด็กจะขึ้น นอกจากมีคนพาไป อีกทั้งยังได้พูดคุยกับทางแม่ยายพบว่า ตัวแม่ยายกับพ่อตานั้นไม่ได้สงสัยตน แต่เป็นตัวของแม่เด็กคนเดียว ส่วนเรื่องที่มีการประชุมในครอบครัวที่ตนไม่ได้ไป รับไม่รู้เรื่องและไม่มีคนบอกว่ามีประชุม และถึงรู้ก็ไม่ไป เพราะมันผิดปกติสำหรับตนที่ไม่ค่อยได้ไปบ้านน้องชมพู่อยู่แล้ว อยู่บ้านคนเดียว ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็ไม่ไป ซึ่งตนมองว่าหลังจากที่เผาศพน้อง ก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปอีกตามปกติของตน

และประเด็นที่ตนสงสัย คือ วันที่ล้างหน้าศพน้อง คนอื่นล้างหน้าศพ ยกเว้นตัวพ่อแม่ของน้องชมพู่ ซึ่งมันผิดวิสัยพ่อแม่ ต่อให้เสียใจแต่นี่เป็นวาระสุดท้ายของลูก ยังไงต้องทำ เรื่องการค้นหาตนไม่แน่ใจว่าพ่อแม่ออกค้นหาตอนไหนบ้าง นอกจากตอนกลางคืนวันที่ยังไม่เจอน้องชมพู่ ก็ไม่เคยขึ้นภูเหล็กไฟอีกเลยแม้ยังไม่เจอตัวน้อง แล้ววันที่เจอรองเท้านั้น เป็นพ่อของน้องเองที่ยื่นกระเป๋าเสื้อผ้า ของกินมาให้ตน และไม่ยอมขึ้นไป ซึ่งมันแปลกมาก เพราะพ่อแม่ถ้าได้ยินเบาะแสของลูกก็ต้องขึ้นไปหา และพบความผิดปกติหลายอย่างของพ่อแม่ ในระหว่างที่เจ้าหน้าสืบหาพยานหลักฐาน จนหลายครั้งทำให้ตนไม่เข้าใจว่า ทำไมตนถึงโดนเพ่งเล็งทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไร เช่น หาดีเอ็นเอในรถ ซึ่งยังไงก็ต้องมีดีเอ็นเอของน้องอยู่แล้ว เพราะน้องเพิ่งขึ้นรถตนและอาเจียนใส่ไปก่อนหน้าที่จะหายไป และตนไม่ได้ทำความสะอาด อีกทั้งประเด็นที่ตนขับรถไปรับพระอีก

 

 



ต่อมา ในเฟซบุ๊ก พันธนะ ไชยช่อฟ้า โพสต์ข้อความระบุว่า มีคนเดียวที่ฆ่าน้องชมพู่#บาปกรรมจริงๆหนอ พร้อมระบุว่า พูดมากไม่ดีครับ เร็วๆนี้มีข่าวดี รอติดตามจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนะครับ ชัวที่สุด รู้แค่ว่า เหลือคนเดียวแล้วครับ รอรวบรวมหลักฐาน ออกหมายจับ

 

 

 

แต่ว่าล่าสุด กลายเป็นประเด็นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อชาวเน็ตหูดีมาก มีการขุดคลิป พระเดือนชัย ธมวิจโย เมื่อครั้งไปหาเสื้อน้องชมพู่ และมีอาการคล้ายถูกสิงจากสิ่งที่มองไม่เห็น 

ย้อนกลับไปเมื่อ วันที่ 31 พ.ค.63 อมรินทร์ทีวี ศิษย์และญาติโยม นิมนต์หลวงปู่พระเดือนชัย ธมวิจโย เจ้าอาวาสวัดถ้ำจารย์ครูภูหินต่าง จ.มุกดาหาร ซึ่งเดินทางมากับศิษยานุศิษย์ เนื่องจากวานนี้ศิษย์กลุ่มนี้เดินทางมาแล้วตามนิมิตในทางธรรมที่ระบุว่า เสื้อของชมพู่อยู่ไม่ห่างจากที่พบศพมาก ทั้งนี้เหตุที่ไม่พบเนื่องจากจุดที่พบศพ ไม่ใช่จุดที่น้องชมพู่สิ้นใจตาย โดยเมื่อหลวงปู่เดือนชัย เดินทางมาถึง พร้อมพระสงฆ์ 1 รูป และลูกศิษย์ 4 คน ได้จอดรถที่สวนยางใกล้กับทางไร่มันสำปะหลังหลังบ้านน้องชมพู่ จากนั้นได้ทำพิธีรับขันธ์ 5 ซึ่งเป็นความเชื่อตามของคนภูไท เมื่อรับขันธ์ 5 แล้ว หลวงปู่ได้มีการสวดมนต์บทต่าง ๆ เพื่อรับธรรม จากนั้นนำจานที่ใส่ขันธ์ 5 คว่ำลง และใช้ปากกาเคมีเขียนที่ก้นจานเป็นตัวเลข 765 และเขียนลักษณะคล้ายลายแทง คล้ายกับเส้นทางจะไปพบเสื้อของน้องชมพู่ โดยตอนแรกไม่อนุญาติให้ทีมข่าวถามจนกว่าจะทำพิธีเสร็จสิ้น

 

 

จากนั้นหลวงปู่ ได้ขอเสื้อผ้าของน้องชมพู่ และนำหุ่นปั้นคล้ายกุมารมาวางไว้ในเสื้อและใช้เสื้อผ้าห่อ เพื่อเป็นการนำทางไปหาเสื้อตามนิมิต ระหว่างนั้นหลวงปู่ มีอาการอ้าปากค้าง คล้ายกับมีอะไรบางอย่างเข้าสิงร่าง และมีเสียงแหลมเล็กดังออกมาราวกับเด็ก 3-4 ขวบ

 

 

ซึ่งในขณะนั้นถ้าหลายคนไม่ทันฟัง ก็อาจไม่ได้ยิน แต่ถ้าลองฟังดีๆ มีเสียงปริศนาพูดออกมาแผ่วๆ งานนี้ต้องติดตามกันว่า เสียงที่พูดเป็นเสียงของใคร หรือน้องชมพู่จะบอกตัวคนฆ่าตั้งนานแล้ว แต่เราไม่ทันฟัง?

 

ย้อนชมคลิป นาทีที่ 3.42 (ต้องลองฟังหลายๆรอบ)




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;