กุญแจดอกสำคัญโผล่แล้วคำพูดจากปากน้องสะดิ้งลั่น เก็บเรื่องนี้มานาน

"กุญแจดอกสำคัญโผล่แล้ว"คำพูดจากปาก"น้องสะดิ้ง"ลั่น เก็บเรื่องนี้มานาน

Publish 2020-07-10 04:06:49


จากกรณีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่เสียชีวิตบริเวณป่าภูเหล็กไฟ บ้านกกกอก หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ขณะนี้ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ ต่อมากลายเป็นที่จับตามองอย่างมากเมื่อนางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่น้องชมพู่ ได้เปิดใจอย่างตรงไปมาว่าตัวเองนั้นอัดอั้นมานานและไม่ขอปิดข้อมูลอีกแล้ว โดยเจ้าตัวยอมรับว่าสงสัยลุงพลนั้นเป็นผู้ก่อเหตุกับน้องชมพู่ โดยสาเหตุที่แม่ชมพู่สงสัยนั้นสืบเนื่องมาจาก เพราะลุงพลนั้นไปทำเกี่ยวกับร่างทรง แต่พอเข้าไปที่ป่าช้าไม่เคยเข้ามาเหยียบที่บ้าน โดยตนสงสัยลุงพลแต่ไม่มีหลักฐาน โดยตนนั้นอยากให้ลุงพลมาชี้แจงด้วย

ซึ่งก็เป็นทางด้าน ลุงพล ทนไม่ไหว ประกาศตัดญาติทันที พร้อมแฉความลับของแม่น้องชมพู่ ว่าไม่เคยขึ้นไปภูเหล็กไฟเลย ไม่ยอมไปดูสถานที่เกิดเหตุเลยแม้แต่ครั้งเดียวจนชาวบ้านต่างสงสัยและพูดกันต่างๆนาๆ หรือกำลังกลัวอะไรบางอย่าง และเปิดหลักฐานล่าสุดให้ดูนั่นคือ วันเผาน้องชมพู่นั้นลุงพลได้เปิดให้ดู นั่นก็คือเป็นภาพและคลิปในงานเผาศพน้องชมพู่ โดยแม่น้องชมพู่นั้นรีบเอาเสื้อผ้าน้องชมพู่ทั้งหมดมาเผาพร้อมกันทั้งหมด โดยไม่ยอมเก็บไว้เป็นหลักฐานแม้แต่ชิ้นเดียว โดยลุงพลนั้นสงสัยว่าทำไมต้องรีบเผาหลักฐานทิ้งทั้งหมด
 

 



จนต่อมากลายเป็นประเด็น จากการออกสื่อของแม่น้องชมพู่ ประเด็นคำพูดของน้องสะดิ้ง พี่สาวน้องชมพู่ ระบุว่า  ลุงพลบอกสื่อว่า สะดิ้งไปหาป้าที่บ้าน แล้วลุงพลพูดเหมือนรู้แล้วว่า น้องชมพู่ หายไปแล้ว ทั้งที่สะดิ้งยังไม่ได้บอกใคร ยกเว้นเพื่อนเพียงคนเดียว แต่ลุงพลกลับมาพูดว่าไม่เจอสะดิ้ง ไม่เจอใคร แม่น้องชมพู่ กล่าวอีกว่า ตนเองแน่ใจว่า น้องสะดิ้ง ให้ข้อมูลกับทุกคนตรงกันทุกครั้ง ส่วนเจ้าอาวาสก็มั่นใจว่าท่านจำไม่ผิดว่าลุงพลบอกว่า น้องชมพู่หาย ก่อนที่ทุกคนจะรู้ข่าว แต่สงสัยว่าเหตุใดลุงพลพูดไม่ตรงกัน แต่หากย้อนกลับไปข้อความของสะดิ้ง ไม่ตรงกับที่แม่พูดบางส่วน 

 

ล่าสุด ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้ถาม น้องสะดิ้ง พี่สาวน้องชมพู่ดังนี้ 
โดยในวันที่ 11 พ.ค.63 ที่ผ่านมา เวลา 06.00 น. น้องตื่นมาพบว่าน้องชมพู่ตื่นก่อนแล้ว  
ถัดมาเวลา 07.00 - 08.00 น. น้อง บอกว่า ตนเองนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือภายในบ้าน และเห็นน้องชมพู่วิ่งเล่นบนถนน บริเวณหน้าบ้านตลอด
ในเวลาต่อมา น้องบอกกว่า ช่วง 08.30 น. ได้พาน้องสาวออกไปซื้อน้ำส้มที่ร้านชำของนายแต ก่อนเดินกลับเข้ามาที่บ้านตามปกติเหมือนกับทุก ๆ วัน
กระทั่งในช่วงเวลา 08.50 - 09.01 น. น้องบอกว่า ตนเองนอนเล่นโทรศัพท์มือถือที่แคร่หน้าบ้าน และเห็นชมพู่นั่งเล่นดินที่บ้านน้าจุไรภรณ์ ก่อนจะเผลอหลับไป

 



แน่นอนว่าตอนนี้ คนไทยทั้งประเทศพุ่งเป้ามาที่สะดิ้ง เพราะเธออยู่กับน้องชมพู่เป็นครั้งสุดท้าย จนล่าสุด ทีมข่าวอมรินทร์ และคนไทยเขย่าขาแรงมา หลังได้พูดคุยกับ ด.ญ.บลู (นามสมมติ) หนึ่งในแก๊งจำปา ที่เล่นบริเวณต้นจำปาในวันที่น้องชมพู่หายตัวไป เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า วันที่น้องชมพู่หายตัวไป น้องสะดิ้ง พี่สาวของน้องชมพู่ ไม่ได้นอนหลับแต่อย่างใด เท่าที่ตนเห็นสะดิ้ง เขาจะนอนคว่ำหน้า เล่นโทรศัพท์อยู่ที่แคร่หน้าบ้านตนเอง

 

 

หลังจากน้องชมพู่หายตัวไปได้ 1 วัน ประมาณวันที่ 12 พ.ค.63 สะดิ้งได้มาพูดกับตนว่า "แม่ของพี่สะดิ้ง บอกพี่สะดิ้งให้โกหกนักข่าวว่าสะดิ้งนอนหลับ" และสะดิ้งก็ขอให้ตนกลับคำให้สัมภาษณ์ โดยโกหกนักข่าวว่าสะดิ้งนอนหลับตอนที่น้องชมพู่หายตัวไป ทั้งที่วันนั้นสะดิ้งไม่ได้นอนหลับแต่อย่างใด ด.ญ.บลู เล่าต่อว่า ตนเองเก็บเรื่องนี้มานาน ไม่กล้าแม้กระทั่งบอกคนในครอบครัว เพราะรู้สึกกลัวจะมีปัญหากับสะดิ้ง ตนเพิ่งตัดสินใจบอกเรื่องนี้กับแม่ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ตอนนี้ตนก็รู้สึกสบายใจขึ้น ที่ได้ออกมาพูดความจริง

 

 

ด้านนางแดง (นามสมมติ) แม่ของ ด.ญ.บลู เปิดเผยว่า เมื่อประมาณต้นเดือน ก.ค.63 ลูกสาวได้มาบอกกับว่า นางสาวิตรีแม่ของน้องสะดิ้ง ได้ให้ลูกสาวมาบอกกับแก๊งจำปาทุกคนว่า ตอนที่น้องชมพู่หายตัวไป สะดิ้งนอนหลับอยู่ ทั้งที่ ด.ญ.บลู ก็เห็นว่าช่วงเวลานั้น สะดิ้งยังนอนเล่นโทรศัพท์ที่แคร่หน้าบ้านอยู่เลย ตอนแรกตนก็ไม่ได้คิดสงสัยนางสาวิตรี จนมาถึงตอนนี้ ตนเริ่มเกิดความสงสัยว่าทำไมถึงบอกลูกสาวแบบนั้น มีอะไรเป็นความลับหรือไม่ หรือถ้าคิดในทางที่ดี ตนก็คิดว่านางสาวิตรี แค่อยากให้สะดิ้งพูดแบบนั้นไปก่อน ระยะเวลาการหลับ ของนองสะดิ้ง 10 พ.ค. เวลา 21.00 น. ได้เวลาเข้านอน ต่อมา 11 พ.ค. เวลา 06.00 น. ตื่นนอนและเผลอหลับไปอีกทีช่วงเวลา 08.50 น. ก่อนจะตื่นอีกครั้งในเวลา 09.01 น.

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน