ชาวเน็ตถกเถียงกันสนั่นภาพวันเจอร่างน้องชมพู่ลองนำมาปรับแสง 2 รอบ อ้าง เห็นร่างเด็ก ยืนอยู่ในที่เกิดเหตุ?

ชาวเน็ตถกเถียงกันสนั่น"ภาพวันเจอร่างน้องชมพู่"ลองนำมาปรับแสง 2 รอบ อ้าง เห็นร่างเด็ก ยืนอยู่ในที่เกิดเหตุ?

Publish 2020-07-13 01:40:01


จากกรณีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่เสียชีวิตบริเวณป่าภูเหล็กไฟ บ้านกกกอก หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ขณะนี้ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ ต่อมากลายเป็นที่จับตามองอย่างมากเมื่อนางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่น้องชมพู่ เปิดใจยอมรับว่าสงสัยลุงพลนั้นเป็นผู้ก่อเหตุกับน้องชมพู่ ซึ่งทางด้าน ลุงพล ทนไม่ไหว ประกาศตัดญาติทันที พร้อมแฉความลับของแม่น้องชมพู่ ว่าไม่เคยขึ้นไปภูเหล็กไฟเลย ไม่ยอมไปดูสถานที่เกิดเหตุเลยแม้แต่ครั้งเดียวจนชาวบ้านต่างสงสัยและพูดกันต่างๆนาๆ หรือกำลังกลัวอะไรบางอย่าง 

 




ขณะที่นพ.ศักดิ์สิทธิ์ บุญลักษณ์ หัวหน้ากลุ่มงานนิติเวช โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ผู้ผ่าชันสูตรศพน้องชมพู่คนแรก เปิดเผยผลชันสูตรศพอย่างละเอียด กับที่ประชุมคณะกรรมาธิการฯของรัฐสภา ระบุว่า ได้ทำการชันสูตรศพเมื่อเวลาบ่าย 14.00 น. ของวันที่ 15 พ.ค. 63 ยืนยันสภาพศพภายนอกมีเพียงร่องรอยขีดข่วนที่อาจเกิดจากกิ่งไม้ ซึ่งรอยขูดขีดจะกระจายเป็นกลุ่ม ๆ พบมากที่สุดบริเวณแผ่นหลัง เหนือข้อเท้าด้านซ้าย ซึ่งเป็นร่องรอยที่เกิดขึ้นขณะยังมีชีวิต ส่วนอวัยวะภายใน มีหลายส่วนเริ่มเน่าจนไม่สามารถตรวจพิสูจน์ได้

ทั้งนี้ ยืนยันว่าสมองและปอดไม่พบความผิดปกติที่เกิดจากการทำร้ายร่างกาย มีเพียงการเน่า กระโหลกศีรษะไม่พบการแตกร้าว คอไม่หัก ไม่มีรอยฟกช้ำ กระเพาะอาหารไม่มีอาหารหลงเหลืออยู่ มีเพียงของเหลว 10 มิลลิลิตร อวัยวะเพศไม่พบร่องรอยที่เกิดจากการถูกล่วงละเมิด ซึ่งหากไม่พบร่องรอยการทำร้ายร่างกาย มีความเป็นไปได้กรณีเด็กพลัดหลงป่าจนขาดอาหาร ขาดน้ำจนเสียชีวิต

ขณะที่ ผลชันสูตรศพ น้องชมพู่ ของแพทย์สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ พบร่องรอยถูกทำร้ายร่างกาย และอวัยวะเพศมีบาดแผล แพทย์จึงเก็บตัวอย่างของเหลวในช่องคลอดไปตรวจหาอสุจิ ซึ่งระยะการเสียชีวิตยังไม่นานเกินไป หากมีอสุจิก็สามารถตรวจพบได้ ว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ ส่วนร่องรอยบาดแผลที่พบ แพทย์ที่ตรวจรายงาน ยังไม่ขอให้รายละเอียด แต่ จะเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อไปตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง เนื่องจากชิ้นเนื้อ สามารถระบุได้ว่าบาดแผลที่เกิดขึ้นเกิดจากการถูกทุบตี  กดทับ หรือมีการลากร่างเกิดขึ้นหรือไม่
 



ขณะที่ นางสาวิตรี วงค์ศรีชา แม่ของน้องชมพู่ เปิดเผยว่า สำหรับภาพศพของน้องชมพู่ที่มีรูขนาดใหญ่ ลึกประมาณ 5 เซนติเมตร ซึ่งตนมองว่าไม่น่าใช่การกดทับของศพ เพราะน้องชมพู่น้ำหนักแค่ 9.5 กิโลกรัม การพูดถึงกะะเพาะอาหารของน้องชมพู่ที่ไม่มีอาหารนั้น เพราะในวันที่ 11 พ.ค. 63 น้องชมพู่ได้กินอาหารมื้อสุดท้ายในช่วงเวลา 07.00 น. โดยกินไข่เจียวเปล่าเพียงเล็กน้อย และน้ำส้มนิดหน่อย ก่อนหายตัวไป ไม่อยากคาดเดาว่าน้องชมพู่เสียชีวิตเป็นเวลาใดก่อนถูกพบศพ เพราะต้องขึ้นอยู่กับการตรวจของแพทย์ สุดท้าย หากมีใครตั้งข้อสงสัยว่าน้องชมพู่เดินขึ้นไปเสียชีวิตเองหรือไม่ ตนก็อยากถามนักข่าวที่เคยเดินขึ้นไปบนภูเขาว่า เด็กจะสามารถเดินขึ้นไปเองได้หรือไม่

ด้าน นายไชย์พล วิภา ลุงน้องชมพู่ บอกว่า เท่าที่ส่องไฟดูในวันที่พบศพ หลังจากตั้งสติได้แล้ว ตนเองก็เห็นบริเวณหน้าแข้งชมพู่มีร่อยฟกช้ำเยอะ ที่ปลายเท้ามีรอยฟกช้ำเลือด หลังแขนมีรอยคล้ายหนังกำพร้าหลุด ผิวคล้ำ ๆ ซึ่งตนไม่ได้มองนานขนาดนั้นเพราะกลัวภาพจำติดตา ยืนยันว่าไม่ได้กลิ่นศพ ตนเองก็คิดว่าระยะทางขึ้นเขา ยังมีความเชื่อว่าน้องไม่ได้เดินไปตายเอง มีคำถามเกิดขึ้น เพราะมันสูง ซึ่งหากเรื่องนี้คนตายเป็นเด็กโตหรือผู้ใหญ่ ตนเองยังเชื่อว่าหลงไปแล้วขาดอาหารตายได้ เพราะร่างกายแข็งแรง หากเป็นเด็ก 3 ขวบ มันยากที่จะเชื่อว่าเดินขึ้นไปเอง ถึงแม้ผลชันสูตรร่องรอยตามตัวจะไม่ค่อยมี แต่มันก็ยากที่ชมพู่จะเดินไปตายเอง ส่วนการตัดสินใจว่าตำรวจจะสรุปคดีอย่างไร ให้พ่อแม่ชมพู่เป็นคนตอบ ตนเองตอบแทนไม่ได้ ตอนนี้ระยะเวลานานถึง 2 เดือน หากตำรวจบอกว่าหลักฐานไม่เพียงพอ ตนเองก็มองว่าตำรวจต้องทำงานต่อไป ตนเองเชื่อว่าตำรวจทำทุกอย่าง ทุกวิถีทาง หากอะไรไม่ชัวร์ไม่ชัด ก็คงต้องให้พ่อแม่ตัดสินใจ ถึงแม้ตัวเองเป็นผู้ต้องสงสัย ตนเองก็ไม่ได้อยากให้ปิดคดี

ล่าสุด ในโลกออนไลร์มีการถกเถียงกัน ระบุว่า คุณเห็นอะไรในภาพนี้ ภาพนี้นำมาจากเพจอีจัน เราได้ปรับแสง 2 รอบ ปรากฏว่าสิ่งที่เจอคือ ร่างเด็กไม่มีหัว ในคืนวันที่14 ไม่มีเด็กขึ้นไปบนเขา แล้วร่างนี้คือใคร? 

 

 

 

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;