หมอเมืองคอนเจอเคส ผู้ป่วยเจาะหูติดเชื้อจนเป็นแผลเป็นคีลอยด์ หนักถึงขั้นต้องเข้าผ่าตัดออก

หมอเมืองคอนเจอเคส ผู้ป่วยเจาะหูติดเชื้อจนเป็นแผลเป็นคีลอยด์ หนักถึงขั้นต้องเข้าผ่าตัดออก

Publish 2020-08-10 09:56:15


กลายเป็นอุทาหรณ์ชั้นดีให้กับหนุ่มๆ สาวๆ สายเจาะทั้งหลายจริงๆ เมื่อเพจเฟซบุ๊ก โรงพยาบาลสิชล นครศรีธรรมราช ได้โพสต์อีกหนึ่งเคสที่น่าสนใจลงในหน้าไทม์ไลน์ พร้อมเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า "เจาะหูพึงระวังแผลเป็นคีลอยด์ อายุ 35 ปี



คีลอยด์ คือ แผลเป็นชนิดหนึ่งที่มีลักษณะนูนและขนาดอาจขยายใหญ่กว่ารอยแผลที่เกิดขึ้น โดยอาจเกิดขึ้นทันทีที่แผลหายหรือหลังจากแผลหายสักระยะหนึ่งแล้ว แม้จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ แต่ก็อาจทำให้รู้สึกเจ็บ คัน ระคายเคือง หรือส่งผลด้านความสวยความงามได้

 

สาเหตุคีลอยด์เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ผู้ที่มีอายุอยู่ในช่วง 10-30 ปี มีแนวโน้มที่จะเป็นได้มากกว่า และเชื่อว่าอาจมีปัจจัยด้านพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยกว่าครึ่งของผู้ที่เกิดแผลเป็นชนิดคีลอยด์มีสมาชิกในครอบครัวที่เป็นคีลอยด์มาก่อนเช่นกัน หรือเกิดจากบาดแผลไม่สะอาด ติดเชื้อ
 

 



การรักษา
การฉีดคอร์ติโซนสเตียรอยด์ เป็นวิธีการรักษาที่ปลอดภัยและไม่เจ็บมาก โดยจะฉีดสเตียรอยด์ชนิดนี้เข้าที่แผลเป็นให้ทุก ๆ 4-8 สัปดาห์เพื่อช่วยให้คีลอยด์ยุบตัวลง แต่หากก้อนมีขนาดใหญ่ อาจต้องพิจารณาผ่าตัดเสียก่อน นอกจากนั้นยังมีวิธีอื่นเช่นการเลเซอร์ ใช้ความเย็น แผ่นเจล เป็นต้น

 

คำแนะนำหากพบว่ามีแนวโน้มจะเป็นก้อนเนื้อคีลอยด์ให้รีบปรึกษาแพทย์ รักษาก่อนที่ก้อนจะมีขนาดโตขึ้น หากในครอบครัวมีความเสี่ยง ก็ไม่ควรไปเจาะ สัก ให้เกิดบาดแผลตามร่างกาย

เจอผู้ป่วยบ่อยๆที่ปล่อยทิ้งไว้จนก้อนโตมากแล้ว การรักษาก็ยากขึ้น ผ่าตัดแล้วก็ต้องติดตามการรักษา หลังผ่าก้อนมีโอกาสโตขึ้นมาได้อีก
ขออนุญาตเป็นวิทยาทาน"

 

 

ขอบคุณข้อมูล โรงพยาบาลสิชล นครศรีธรรมราช



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน