สั่งฟันวินัย 189 ตำรวจ อมเบี้ยเลี้ยงโควิด

สั่งฟันวินัย 189 ตำรวจ อมเบี้ยเลี้ยงโควิด

Publish 2021-01-12 18:36:26


จากกรณี ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.) พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ(จตช.) เป็นประธานประชุมติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบเบี้ยเลี้ยงโควิด-19 ครั้งที่ 4 โดย พล.ต.อ.วิสนุ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการพูดคุยเพื่อสรุปตัวเลขผู้ที่กระทำความผิด ตัวเลขผู้ที่ถูกลงโทษไปแล้ว และผู้ที่อยู่ในกระบวนการสอบสวนทางวินัย หากหาพยานหลักฐานมาหักล้างได้ ก็ไม่เป็นไร หากหามาไม่ได้ ก็เป็นกระบวนการของวินัยร้ายแรง โทษสูงสุด ไล่ออก ปลดออก หากมีคดีอาญาด้วย ก็ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. พิจารณา

เบื้องต้นที่ทราบตอนนี้มีผู้กระทำผิดทั้งสิ้น 189 นาย เป็นระดับนายพล 5 นาย ระดับ พ.ต.อ. 48 นาย อย่างไรก็ตามจะสรุปผลการประชุมอย่างเป็นทางการให้ทราบต่อไป 



สำหรับความคืบหน้ากรณีดังกล่าวนั้น พล.ต.อ.วิสนุ กล่าวว่า ได้เรียกประชุมผ่านระบบทางไกล VDO conference กับ  รอง ผบช.ที่ทำหน้าที่จเรตำรวจของ บช.น.  ตำรวจภูธรภาค 1-9 เพื่อติดตามผลการดำเนินการทางวินัย โดยมีพล.ต.ท.อดิศร์ งามจิตสุขศรี รอง จตช. พล.ต.ท.เชษฏา โกมลวรรธนะ จตร.(หน.) ผู้แทน ผบช.สำนักงานตรวจสอบภายใน  ผบก.กองวินัย ตร. ร่วมประชุมด้วย ผลจากการที่ ผู้บังคับบัญชาระดับ ตร.โดยเฉพาะ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร ได้ใส่ใจติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยได้มาประชุมติดตามผลด้วยตัวเองถึง 2 ครั้ง ในช่วงเดือน พ.ย.- ธ.ค.2563 ที่ผ่านมา และ ยังสั่งการให้ ผบช.สตส จัดกำลังชุดตรวจลงพื้นที่ตรวจคู่ขนานในหน่วยที่ถูกร้องเรียนอีกครั้ง ส่งผลให้ ทุก บช. มีการตรวจสอบเพิ่มเติม และ นำไปสู่การเพิ่มโทษทางวินัยจากเดิม ให้หนักขึ้นตามพฤติกรรม

โดยพบว่า ทุก บช. มีข้าราชการตำรวจ ที่เข้าสู่กระบวนการทางวินัย ประมาณ 189 นาย จากพื้นที่ นครบาล และ ภ.จว รวม  23 จังหวัด ทั้งระดับ บก . ภ.จว และ ระดับ สถานีตำรวจ รวม 73 หน่วย โดยมีตั้งแต่ระดับ นายพล ราว 5 นาย พ.ต.อ. 48 นาย นอกนั้นเป็นระดับ รอง ผกก , สว ,รอง สว. และ ผบ.หมู่ รวม 136 นาย ซึ่งมีการพิจารณาโทษตามแต่มูลเจตนาของผู้กระทำผิดตั้งแต่ เบาไปถึงหนัก ตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือน การภาคฑัณฑ์ การกักยาม การกักขัง การตัดเงินเดือน และหนักสุดคือ การเสนอเข้าสู่การสอบสวนพิจารณาวินัยร้ายแรงซึ่งหากมีหลักฐานยืนยัน ก็จะเข้าสู่การลงโทษ ปลดออก ไล่ออก และดำเนินคดีทางอาญาต่อไป
 



นอกจากนั้น ยังได้ดำเนินการทางการปกครองอีกส่วนหนึ่ง โดย มีการย้ายข้าราชการตำรวจที่ถูกพิจารณาโทษ โดยเฉพาะระดับ ผกก. - สว. ออกจากพื้นที่ไปทำหน้าที่อื่น เช่น ตำรวจภูธรภาค 6 และ ตำรวจภูธรภาค 8 ซึ่ง พล.ต.อ.วิสนุ ฯ ได้กำชับไม่ให้มีการย้ายผู้ที่ถูกย้าย กลับไปที่เดิมโดยเด็ดขาด

ในที่ประชุม ได้ย้ำให้ ทุก บช.ระมัดระวัง การเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงของผู้ใต้บังคับบัญชาทุกประเภท โดยเฉพาะ ในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อโควิด-19 รอบใหม่ ซึ่งตำรวจโดยเฉพาะในพื้นที่ประกาศ Lock down จำเป็นต้องใช้กำลังพลสนับสนุนภารกิจ ทั้งการลาดตระเวน และ จุดคัดกรอง ดังนั้น  การพิจารณาโทษในครั้งนี้ ให้ทุกหน่วยถอดบทเรียน และต้องไม่เกิดขึ้นซ้ำรอยอีกแล้ว การเบิกจ่ายทุกชนิด ต้องไม่บกพร่อง จะอ้างว่า ไม่รู้ไม่เข้าใจระเบียบไม่ได้ ต้องทำให้ถูกต้องตั้งแต่กระดุมเม็ดแรก และ ในวันนี้ เงินเบี้ยเลี้ยงที่เบิกมาต้องถึงมือผู้ได้รับสิทธิทั้งหมด โดยให้ ผบช.สตส เข้าตรวจสอบตามกระบวนการตรวจสอบภายใน ให้เรียบร้อย โดยในลำดับต่อไป ทาง ตร.จะส่งรายงานผลการดำเนินการให้ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน และ ปปช. ทราบเป็นข้อมูล ต่อไป.




>>Lazada ดีลสุดพิเศษ สนใจคลิก<<


 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน