น่าทึ้ง!หวานชื่นริ่นลมประโยชน์เยอะ!!เสาวรสสามารถทำรายได้ให้แก่เกษตรกรได้ดี

น่าทึ้ง!หวานชื่นริ่นลมประโยชน์เยอะ!!เสาวรส"สามารถทำรายได้ให้แก่เกษตรกรได้ดี

Publish 2017-09-06 13:24:05

วิธีเพาะใช้เมล็ดปลูกง่ายกว่า สามารถปลูกได้ทั่วไป แต่ควรเป็นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์มีน้ำฝนสม่ำเสมอ หรือมีการชลประทาน สภาพดินสมบูรณ์ระบายน้ำได้ดีั น้ำไม่ท่วมขัง ดินมีความเป็นกรดเล็กน้อย (pH) ประมาณ 6 การวางแผนปลูกมีความจำเป็นเพราะเสาวรสเป็นไม้เลื้อยอายุหลายปี สามารถอยู่ได้ 3 - 5 ปี ควรวางแนวปลูกในแนวเหนือใต้ เพื่อให้เสาวรสได้รับแสงเต็มที่ เสาวรสต้องการแสงแดดวันละ 6 - 8 ชม.การเตรียมดิน
ควรทำไว้ก่อนล่วงหน้าประมาณ 1 เดือน (ถ้าสามารถปลูกพืชที่เป็นพืชสดอย่าง ถั่วเขียว ข้าวโพด ปอเทือง แล้วถลบล่วงหน้า 1 เดือน จะทำให้ดินร่วนซุยและเก็บกักน้ำในฤดูแล้งได้ดี) โดยการไถหรือขุดพลิก หน้าดินกำจัดวัชพืช ไถกลบเพื่อให้ดินร่วมซุย สามารถกักเก็บน้ำในฤดูแล้งได้ดี
ในพื้นที่สูงควรไถเฉพาะแนวปลูกและระหว่างแถวปลูกควรตัดหญ้าให้สั้น หรือปลูกพืชคลุมดิน เืพื่อป้องกันการพังทลายของดิน รองก้นหลุมด้วยหินฟอสเฟตในอัตรา 100 - 150 กก./ไร่ หรือใช้ซุปเปอร์ฟอสเฟต อัตรา 50 กก./ไร่ ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพของดินในพื้นที่ระยะปลูกไม่แน่นอนตายตัวขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ปลูก ความอุดมสมบูรณ์ การระบายน้ำ และพันธุ์ที่ใช้ปลูก ระยะปลูกที่แนะนำ คือ 2 x3 ม., 2.5 x 2.5 ม., 3 x 3 ม., 4x4 ม., 3 x 5 ม., ระยะใดระยะหนึ่ง เมื่อเลือกระยะปลูกได้แล้วทำการขุดหลุมและเตรียมดินกว้างและลึกประมาณ 50x30 ซม.
หรือ 75 x75x75 รองก้นหลุมด้วยฟางหรือเศษพืช ใส่หน้าดินลงในหลุมก่อนและรองก้นหลุมด้วยหินฟอสเฟต หลุมละ 1 กระป๋องนม หรือ 450 กรัม เอาแกลบดิบหรือแกลบเผา ประมาณ 2-3 ปีบ จะเหลือช่วงประมาณ 1 ฟุตด้านบน ผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักหลุมละ 1-2 ปีบ
และปุ๋ยสูตร 13-23-21 หรือ 12-12-17 หลุมละ 1-2 ช้อนแกง ผสมให้ทั่วถุึงกะปริมาณดินและส่วนผสมต่างๆ ให้เต็มหลุมพอดี หรือสูงกว่าปากหลุมเล็กน้อย เพื่อป้องกันดินยุบเป็นแ่อ่งซึ่งจะทำให้น้ำขังต้นจะเกิดโรคและเน่าตาย
ฤดูปลูก







เสาวรส

ควรปลูกในฤดูฝนควรเตรียมดินกล้าในช่วง ม.ค.-มี.ค. ย้ายกล้าลงถุงประมาณเดือน มี.ค. - พ.ค. และปลูกเดือน มิ.ย. จนถึงหมดฤดู วิธีปลูก แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ อาศัยน้ำฝน และชลประทาน ในพื้นที่ที่อาศัยน้ำฝนไม่ มีน้ำชลประทานเข้าถึง
ควรปลูกในเดือน ก.ย.-ธ.ค. เพราะหลังจากปลูกแล้วดินยังมีความชุ่มชื้นพอที่จะทำให้ต้นกล้าตั้งตัวได้เร็ว และในฤดูร้อนเสาวรสจะฟักตัวไม่เหี่ยวเฉา ในพื้นที่อาศัยน้ำชลประทานไม่ต้องคำนึงถึงฤดูปลูก แต่ควรวางแผนปลูกไม่ให้ออกดอกในช่วงฤดูฝน เพราะจะทำให้การติดดอกไม่ดีเท่าที่ควร
เสาวรสจะใช้เวลาตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงออกดอกประมาณ 9 - 10 เดือน เนื่องจากเสาวรสเป็นไม้่เลื้อยจึงต้องทำหลักพยุง และค้างให้ต้นเกาะ การทำค้างมีหลายแบบ
เช่น ค้างรูปตัวที การให้น้ำมีทั้งแบบสปริงเกอร์ แบบน้ำหยด และแบบปล่อยน้ำเข้าแปลง แต่ละวิธีจะเหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ซึ่งผู้ปลูกควรเลือกวิธีให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่และวิธีปลูกของ ตนเอง วิธีการปลูก การดูแลรักษา

ปลูกเสาวรส (Passion fruit) หรือที่เราเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า กะทกรกฝรั่ง ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง แถมยังเป็นพืชที่ปลูกได้ง่าย ให้ผลผลิตต่อไร่สูง ประกอบกับตลาดต่างประเทศมีความต้องการสูง เป็นผลไม้ที่สามารถทำรายได้ให้แก่เกษตรกรได้ดี

เสาวรส เป็นไม้ผลเขตร้อน ประเภทเถาเลื้อย อยู่ในตระกูล Passifloraceae โดยมีลักษณะลำต้นเป็นเถา มีมือเกาะออกตามซอกใบ ผลเสาวรส มีรูปร่างกลมหรือรูปไข่ เปลือกนอกเรียบแข็งเป็นมันเงา ผลอ่อนเปลือกสีเขียว เมื่อแก่มีหลายสีทั้งแดง เหลือง และม่วงขึ้นอยู่กับลักษณะของพันธุ์ ภายในเมล็ดสีน้ำตาลเข้มหรือดำจำนวนมากแต่ละเมล็ดถูกหุ้มด้วยรกที่เป็นเยื่อ เมือกฉ่ำน้ำสีเหลืองหรือสีส้ม ลักษณะเหนียวข้น รสเปรี้ยวจัด มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และเมื่อผลสุกจะ มีสีต่างๆ กัน ขึ้นอยู่กับชนิดของพันธุ์ โดยพันธุ์ที่นิยมปลูกกันมากในประเทศไทยมี 3 พันธุ์ คือ พันธุ์เสาวรส ผลสีม่วง, เสาวรส ผลสีเหลือง และ เสาวรสพันธุ์ลูกผสม

พันธุ์เสาวรส ผลสีม่วง เมื่อผลสุกจะมีสีม่วงเข้มผิวเป็นมัน น้ำจาก พันธุ์ผลสีม่วง มีรสชาติดีกว่าพันธุ์ผลสีเหลืองมีกรดต่ำสีสวยและหวาน จึงเหมาะสำหรับรับประทานผลสด ข้อเสียของพันธุ์นี้คือ ค่อนข้างจะอ่อนแอต่อโรค

พันธุ์เสาวรส ผลสีเหลือง เมื่อผลสุกจะมีสีเหลืองขมิ้น ผิวเป็นมัน น้ำคั้นของพันธุ์นี้ มีรสเปรี้ยวและมีกรดมาก ซึ่งมี pH ต่ำกว่า 3 จึงเหมาะสำหรับส่งเข้าโรงงาน เพื่อนำมาแปรรูปเป็นเครื่องดื่มผสมน้ำผลไม้ชนิดต่าง ๆ มากกว่าที่จะกินผลสด ข้อดีของพันธุ์นี้คือ ให้ผลดก และมีความต้านทานโรคและแมลงสูงกว่าพันธุ์ผลสีม่วง ทั้งยังให้ผลดกและมีขนาดใหญ่กว่าพันธุ์สีม่วง

เสาวรส พันธุ์ลูกผสม เป็นพันธุ์ที่เกิดจากการผสมระหว่างพันธุ์ผลสีม่วงกับพันธุ์ผลสีเหลือง เพื่อคัดเลือกต้นพันธุ์ใหม่ ที่รวมลักษณะผลที่เด่นของแต่ละพันธุ์ไว้ ทำให้มีลักษณะผลใหญ่ ให้ผลดก มีรกห่อหุ้ม เมล็ดมาก เปลือกบาง ต้านทานโรค และมีช่วงเวลาในการให้ผลที่ยาวนาน พันธุ์นี้จะให้ทั้งผลที่มีสีม่วงและผลสีเหลือง พันธุ์ลูกผสมนี้ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน และมีรกห่อหุ้มเมล็ดมาก เหมาะสำหรับปลูกเพื่ออุตสาหกรรมการทำน้ำเสาวรส เพราะสามารถเก็บผล ผลิตป้อนเข้าโรงงานได้ตลอดทั้งปี

วิธีกินเสาวรสสดให้อร่อย คือผ่าครึ่งผลตามขวางโรยน้ำตายราดน้ำผึ้ง หรือโรยเกลือลงไปเล็กน้อย แล้วใช้ช้อนตักกิน จะได้สัมผัสกับรสเปรี้ยวและกลิ่นหอมเฉพาะตัว แต่หากทนรสเปรี้ยวจัดของผลสดไม่ไหว ก็สามารถนำไปดัดแปลงหรือใช้เป็นส่วนผสมในอาหารหรือเครื่องดื่มต่าง ๆ ได้ เช่น น้ำผลไม้รวม แยม เยลลี่ เค้ก ไอศกรีม รวมไปถึงไวน์
 



เสาวรส1เสาวรส 2เสาวรส 3เสาวรส 4

การใช้ประโยชน์ของเสาวรส

เนื้อในหรือรกที่หุ้มเมล็ดของผลเสาวรส ใช้รับประทานสดได้ โดยผ่าผลแล้วเติมน้ำตาลทรายเพียงเล็กน้อยก็สามารถรับประทานได้ทั้งเมล็ดเลย หรือจะนำไปทำเป็นแยมผลไม้ก็ได้

เปลือกและเนื้อส่วนนอก สามารถนำไปหมักทำเป็นอาหารสัตว์และปุ๋ยหมักได้

น้ำคั้นจากเนื้อซึ่งส่วนนี้มีกลิ่นหอมและ มีกรดมาก ใช้ผสมเป็นเครื่องดื่ม หรือใช้ผสมกับน้ำผลไม้ชนิดอื่น เช่น น้ำแอปเปิ้ล น้ำส้ม น้ำสัปปะรด น้ำพีช เป็นต้น โดยอัตราการผสมน้ำเสาวรส ประมาณ 5 หรือ 10 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติที่ดี ซึ่งเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ เพราะนอกจากทำให้เครื่องดื่มมีกลิ่นและรสชาติที่ดีขึ้นแล้ว ยังมีคุณค่าทางอาหารสูงอีกด้วย และน้ำเสาวรสยังสามารถนำไปใช้แต่งกลิ่นและรสชาติของไอศกรีม ขนมเค้ก เยลลี่ เชอร์เบท พาย ลูกกวาด และไวน์


ด้านประโยชน์ของเสาวรส แน่นอนด้วยความที่มีรสเปรี้ยวจะต้องมีวิตามินซีที่สามารถช่วยสร้างคอลลาเจนรวมไปถึงการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย อีกทั้งยังมี โพแทสเซียม เหล็ก และการกินเสาวรสทั้งเมล็ดยังได้รับใยอาหาร ที่ช่วยทำความสะอาดลำไส้ด้วย สรรพคุณโดยรวมของเสาวรสนั้นมีมากมาย เช่น ช่วยลดความดันโลหิต บำรุงสุขภาพดวงตาและผิวพรรณ ช่วยป้องกันและรักษาภาวะโลหิตจาง นอกจากนี้ เสาวรสมีวิตามินเอค่อนข้างสูง โดยเฉพาะสารแคโรทีนอยด์ จึงช่วยบำรุงสายตา และผิวพรรณ จากการศึกษาพบว่า มีวิตามินซีค่อนข้างสูง คือ 39.1 mg/100 g ของน้ำเสาวรส ซึ่งมากกว่าที่พบในมะนาวและพบสาร albumin-homologous protein จากเมล็ดของผลเสาวรส ซึ่งสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราได้ และยังมีสรรพคุณ ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ ลดไขมัน ในเส้นเลือด และโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
 


เสาวรส 5เสาวรส 6เสาวรส 7

ดังจะเห็นว่าเสาวรสเป็นผลไม้ที่นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ แต่ในประเทศไทยกลับไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ทั้งๆ ที่เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ค่อนข้างสูง และใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง แถมยังเป็นพืชที่ปลูกได้ง่าย ให้ผลผลิตต่อไร่สูง ประกอบกับตลาดต่างประเทศมีความต้องการสูง สามารถทำรายได้ให้แก่เกษตรกรได้ดี ดังนั้น ทั้งภาครัฐบาลและเอกชนจึงควรทำการส่งเสริมการปลูก การแปรรูปผลิตภัณฑ์ ให้เป็นไม้ผลเศรษฐกิจ พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ ผลไม้ชนิดนี้ให้รู้จักกันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

-รู้แล้วรีบแชร์....เสาวรส สามารถระงับโรคมะเร็งขั้นต้นได้ แต่กินแบบไหนถึงจะดี ต้องอ่าน...!!! (รายละเอียด)

-ประโยชน์และสรรพคุณของ เสาวรส สุดยอดผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหารช่วยรักษาอาการและต้านทานโรค ได้อย่างไม่น่าเชื่อ!!

ขอบคุณที่มา : องค์การเภสัชกรรม


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สมชาย แพงผา