น้อมส่งหลวงปู่สรวง..สู่พระนิพพาน!! เปิดคำกล่าวของ "หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ" ยืนยัน "หลวงปู่สรวง วรสุทโธ" ท่านเป็นพระแท้และไม่ธรรมดา !!

Publish 2018-01-26 12:35:48


            หลวงปู่สรวง วรสุทโธ วัดถ้ำพรหมสวัสดิ์ ต.ช่องสาริกา อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ได้ละสังขารอย่างสงบ ในวันอังคารที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๑ เวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น. สิริอายุ ๘๔ ปี ๑๑ เดือน ๑๑ วัน พรรษา ๕๙ ขอน้อมส่งองค์หลวงปู่สรวง สู่พระนิพพาน

เช่าพระคลิ๊กที่นี่
เช่าพระที่นี่


 



(หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสระแก)

 

          หลวงปู่สรวง วรสุทโธ ท่านเคยไปร่ำเรียน อบรมกัมมัฏฐาน กับหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสระแก มีครั้งหนึ่งหลวงปู่ดู่เคยกล่าวกับลูกศิษย์ที่มาหาท่านว่า "หากสิ้นบุญหลวงปู่แล้วต่อไปให้ไปทำบุญสร้างวัดกับหลวงพ่อสรวง จังหวัดลพบุรีนะ เพราะท่านเป็นพระแท้และไม่ธรรมดาเลยทีเดียว"

          หลวงปู่สรวง วรสุทฺโธ วัดถ้ำพรหมสวัสดิ์ ท่านเป็นหลานแท้ๆ ของพ่อท่านลี ธัมมธโร วัดอโศการาม พระมหาเถราจารย์ผู้ศึกษาทั้งด้านปริยัติ วิชา อาคม จนแตกฉาน ปฎิบัติวิปัสสนากัมมัฎฐาน จนเข้าถึงแก่นธรรมขั้นสูงคือ อภิญญาฌาน การรู้แจ้ง อายุกาลพรรษามาก ภูมิธรรมเอกอุ พระกัมมัฎฐานหนึ่งเดียวในจังหวัดลพบุรี เสกอะไรเป็นแรง ทำอะไรเป็นขลัง ด้วยอานุภาพพลังสมาธิจิตที่แก่กล้า เจ้าตำรับไก่ฟ้าพญาเลี้ยง ตะกรุดโทน "ไก่เถื่อน" สืบสานตำนานการสร้างตามตำราโบราณสมเด็จสังฆราช (สุก) ไก่เถื่อน ซึ่งได้รับการถ่ายทอดวิทยาอาคมจากหลวงปู่แขม วัดสำเภาล่ม จังหวัดสุพรรณบุรี ศิษย์เอกหลวงพ่อเนียม วัดน้อย ได้รับการถ่ายทอดวิชาการทำตะกรุดโทนอันลือลั่น  จากหลวงปู่โทน กันตสีโล ศิษย์หลวงปู่ใหญ่สมเด็จลุน เมืองเวินไซนครจำปาสัก ประเทศลาว

 

          พระครูสุทธิวราภรณ์ (หลวงปู่สรวง วรสุทฺโธ) นามเดิม สรวง นามสกุล พรหมสวัสดิ์ เกิดเมื่อวันพุธที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๖ ขึ้น ๓ ค่ำเดือน ๓ ปีระกา บ้านน้อยนาเวิน บ้านเลขที่ ๗ หมู่ ๑๐ ตำบลโพนเมืองน้อย อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันจังหวัดอำนาจเจริญ) บิดา นายประสาร มารดา นางสอน พรหมสวัสดิ์ มีพี่น้องทั้งหมด ๘ คน หลวงปู่สรวง วรสุทฺโธ อายุ ๗๘ ปี พรรษา ๕๔ สมถะ เรียบง่าย สงบ นิ่งบริสุทธิ์ สุขุม สาธุชนกล่าวขานถวายนามว่า “เทพเจ้าแห่งขุนเขาสาลิกา” อุปสมบทเมื่อปี ๒๔๙๖ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสเสด็จกลับประเทศไทย ที่วัดศรีบุรีรัตนาราม จังหวัดสระบุรี มีภิกษุอุปสมบทด้วยกันสมัยนั้นมากถึง ๒,๐๐๐ รูป ได้ย้ายไปจำพรรษาที่วัดสำเภาล่ม จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อขอถวายตัวเป็นศิษย์หลวงปู่ขอม วัดไผ่โรงวัว พระอมตะเถราจารย์ร่างไม่เน่า เปื่อย หลวงปู่แขม วัดสำเภาล่ม ศิษย์เอกหลวงพ่อเนียม วัดน้อย สหธรรมิก หลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน ผู้เป็นอาจารย์หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค และหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี ได้รับการถ่ายทอดวิชาเป่านะหน้าทองจากหลวงปู่อิ่ม และอาจารย์แขก วัดหัวเขา ผู้เป็นทายาทอาคมแห่งหลวงปู่สุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ได้รับการสักยันต์ และวิชาการสักยันต์ การทำวัวธนู จากอาจารย์ผาด จอมขมังเวทย์ฆราวาสที่เรียนวิชาจากหลวงพ่อน้อย วัดศรีษะทอง หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม เมื่อครั้งธุดงค์อยู่ตามชายฝั่งแม่น้ำโขงได้ถวายตัวเป็นศิษย์หลวงปู่ตาเดียว พระกัมมัฎฐานในป่า ผู้เรียนวิชาจากสมเด็จลุน และญาท่านกรรมฐานแพง ได้เรียนวิชาตำราโบราณตะกรุดไก่แก้ว-ไก่เถื่อน สาลิกา สีผึ้งพญาหงส์ทองจาก อาจารย์ทา ฆราวาสชาวเขมรที่จังหวัดศรีษะเกษ และอาจารย์เพ็ง จังหวัดอุบลราชธานี ศิษย์ฆราวาสสมเด็จลุน หลังจากเดินธุดงค์มาสร้างวัดที่จังหวัดลพบุรีแล้วหลวงปู่สรวง ยังได้มีโอกาสถวายตัวเป็นลูกศิษย์หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสระแก ได้รับการถ่ายทอดวิชาการสร้างพระยันต์ นะ ครอบจักรวาลกับหลวงปู่ดู่ด้วย

 

           เมื่อเข้าใจถึงแก่นแท้แห่งวิชาอาคมที่ได้ศึกษามาแล้ว กรอป์กับต้องการศึกษาในด้านกัมมัฎฐานในปี พ.ศ.๒๕๐๐ จึงได้เดินทางกลับ อุบลราชธานี และได้มีโอกาสเจอกับพระอาจารย์คำบุ ธัมมธโร ศิษย์ในหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จากนั้นพระอาจารย์คำบุ ได้เทศนาพร่ำสอนจนเกิดความเลื่อมใสในการปฏิบัติกัมมัฏฐานและได้พาธุดงค์ขึ้น ไปหาพระอาจารย์จวน กุลเชฎฺโฐ ที่สำนักสงฆ์ถ้ำจันทร์ จังหวัดหนองคาย ได้เรียนวิชายันต์เกราะเพชร และปรอทปราบหงส์สา จากพระอาจารย์จวน ซึ่งท่านได้รับถ่ายทอดมาจากหลวงปู่มั่น ภายหลังได้ญัติเป็นพระสงฆ์ฝ่ายธรรมยุตในปี พ.ศ.๒๕๐๒ เพื่อศึกษาด้านจิตภาวนาวิปัสสนากัมมัฎฐานโดยมี พระครูพุฒิวราคม ศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เป็นพระอุปัชฌาย์ ที่พระอุโบสถวัดประชานิยม ตำบลคล้อใต้ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนครในปีนั้น หลังจากอุปสมบทแล้วได้จาริกธุดงค์ไปจำพรรษากับหลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล หลวงปู่ฝั้น อาจาโร หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม หลวงปู่แหวน สุจิณโณ หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี หลวงปู่จวน กุลเชฎฺโฐ หลวงปู่วัน อุตฺตโม หลวงปู่สิงห์ทอง ธัมมธโร และหลวงปู่คำบุ ธัมมธโร พ.ศ.๒๕๐๙ ถึง ๒๕๑๓ ได้จาริกธุดงค์ไปกับพระอาจารย์จวน พระอาจารย์คำบุ เพื่อสร้างสำนักสงฆ์ภูทอกดังที่ได้เห็นในปัจจุบัน พ.ศ.๒๕๑๘ ได้จาริกธุดงค์ไปกับพระอาจารย์คำบุ ธัมมธโร เพื่อสร้างสำนักสงฆ์สันติวนาราม จังหวัดอุบลราชธานี (ปัจจุบันเป็นจังหวัดอำนาจเจริญ) พ.ศ.๒๕๒๔ ได้อำลาพระอาจารย์คำบุเพื่อเดินทางไปศึกษาธรรมะกับหลวงพ่อพุธ ฐานิโย วัดป่าสาลวัน จังหวัดนครราชสีมา

       



         จากนั้นก็ได้จาริกธุดงค์ไปเรื่อยๆ ตามชายนา ป่าเขา ลำเนาไพร ได้พักจำวัดปักกลดอยู่ที่ใต้ต้นมะเดื่อต้นหนึ่ง ริมคลองน้ำในเขตอำเภอหมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี หลังจากนั่งสมาธิ จนจิตสงบแน่นิ่งแล้วหลวงปู่ได้นิมิตเห็นเทวดาสามองค์ลอยมาจากภูเขาด้านทิศ ตะวันออกพอถึงก็ก้มลงกราบ พร้อมกับเอ่ยวาจาอาราธนานิมนต์หลวงปู่ไปโปรดญาติที่ถ้ำภายในภูเขาอันเป็นที่ ตั้งของวัดถ้ำพรหมสวัสดิ์ในปัจจุบัน หลวงปู่รับอาราธนาพร้อมกับเดินทางไปยังภูเขาที่เห็นในนิมิตภายในรุ่งเช้า หลังจากฉันภัตราหารเสร็จ เมื่อถึงก็ได้พบถ้ำใหญ่ดังที่เห็นในนิมิตหลวงปู่ได้พักปักกลดและปุรณะ ปฏิสังขรณ์จนเป็นวัดในปัจจุบัน

          เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๑ เวลาประมาณ ๑๓.๐๐ น. หลวงปู่สรวง วรสุทโธ ได้ละสังขารอย่างสงบ สิริอายุ ๘๔ ปี ๑๑ เดือน ๑๑ วัน พรรษา ๕๙ ขอน้อมส่งองค์หลวงปู่สรวง สู่พระนิพพาน

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ หลวงปู่สรวง วรสุทโธ วัดถ้ำพรหมสวัสดิ์

             

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน