ฝูงโลมาว่ายน้ำตามถวายอารักขา ในหลวงร.9  ครั้งทรงเรือใบข้ามอ่าวสัตหีบด้วยพระองค์เองเพียงลำพัง

ฝูงโลมาว่ายน้ำตามถวายอารักขา ในหลวงร.9 ครั้งทรงเรือใบข้ามอ่าวสัตหีบด้วยพระองค์เองเพียงลำพัง

Publish 2019-06-23 15:08:48


ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงแล่นเรือใบ โอ.เค. จากพระราชวังไกลกังวล หัวหิน ข้ามอ่าวไทยด้วยพระองค์เองพระองค์เดียว ใช้เวลา 17 ชั่วโมงเต็ม กว่าจะแล่นเรือมาถึงหาดเตยงาม อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในวันนั้นหลังจากที่ทรงแล่นใบห่างจากฝั่งมาได้ประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง

 

 

ผู้ที่อยู่ในเรือยางถวายอารักขา ซึ่งติดตามเรือใบพระที่นั่งอย่างใกล้ชิด รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากที่นอกจากมีเรือใบพระที่นั่งแล่นฝ่าคลื่นลมตัดอ่าวมาอย่างโดดเดียวลำเดียวแล้ว ปรากฏว่ามีฝูงปลาโลมาอีกประมาณเกือบ 10 ตัวว่ายน้ำตามเสด็จมาห่างๆ และเริ่มกระโดดขึ้นเหนือน้ำ พร้อมกับส่งเสียงร้องเมื่อเรือพระที่นั่งออกมาไกลจนผู้ติดตามมองไม่เห็นฝั่ง เหมือนเป็นการส่งสัญญาณให้พวกเรารับทราบว่าพระองค์ท่านทรงอยู่จุดไหน ซึ่งเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มาก

 




หลังจากนั้นอีกไม่นานก็เริ่มมีฝูงปลาโลมาว่ายมาสมทบมากขึ้น สร้างความประหลาดใจให้กับชุดนักทำลายใต้น้ำที่ถวายอารักขาเป็นอย่างยิ่ง ร.ท.อนุวัต บุญธรรม ร.น. และ พ.จ.อ.ฉลองศักดิ์ ไตรสนธิ ซึ่งเป็นหัวหน้าชุดและรองหัวหน้าชุด ต่างช่วยกันนับได้ประมาณร้อยกว่าตัว ยิ่งเรือพระที่นั่งใกล้เข้ามาทางฝั่งสัตหีบ ก็ยิ่งมีฝูงปลาว่ายมาสมทบมากขึ้นทุกที ขณะนั้นเป็นช่วงบ่าย อากาศแจ่มใส ทะเลเรียบไม่มีคลื่นลม จึงสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ฝูงปลาโลมาเป็นร้อยๆตัวเหมือนนัดหมายกันมารับเสด็จ หรือไม่ก็มาคอยถวายความปลอดภัยคุ้มกันอันตรายใต้น้ำ

 

 

จ่าเอก กาย โพธิ์งาม เล่าต่ออีกว่า “ปลาที่อยู่ใกล้เรือพระที่นั่งว่ายน้ำเคียงคู่อยู่ข้างเรืออย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ห่างไม่ชิดเกินไป แต่ว่ายล้อมรอบเรือพระที่นั่ง พวกเราเฝ้าสังเกตฝูงปลาโลมาเหล่านี้อย่างเงียบๆจากเรือยางที่แล่นถวายอารักขา จนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนเย็นตะวันลับฟ้า พวกเราก็ยังรู้สึกว่าฝูงปลาโลมายังถวายงานว่ายเคียงคู่ไปกับเรือพระที่นั่ง จวบจนเรือพระที่นั่งแล่นใบเข้ามาใกล้จุดหมายที่อ่าวเตยงามเมื่อเวลาประมาณสองทุ่ม

 



สิ่งที่ชุดนักทำลายใต้น้ำถวายอารักขาเห็นกันในวันนั้นเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างยิ่ง และเชื่อว่าเป็นเพราะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หากไม่ได้เห็นด้วยตนเองแล้วคงยากที่จะเชื่อ จึงได้แต่พูดคุยกันเฉพาะแต่กับพวกเราที่ไปด้วยกันในครั้งนั้น

 

 

บัดนี้กาลเวลาได้ล่วงเลยผ่านพ้นมากว่า 50 ปีแล้ว จึงได้นำเรื่องที่ประสบพบเห็นด้วยตนเองมาเปิดเผยให้แก่ประชาชนชาวไทยได้รับทราบ เพื่อน้อมระลึกถึงพระบารมีและพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ การที่เกิดเหตุอัศจรรย์ อยู่บ่อยครั้งนั้น พสกนิกรชาวไทยล้วนมีความเห็นตรงกันว่าเพราะในหลวงท่านเป็นผู้มีบุญญาธิการ และเป็นพระโพธิสัตว์ ลงมาบำเพ็ญบารมี

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;