"เอคิวฯ" เพิ่มทุนครั้งใหญ่ ลุยธุรกิจอสังหาฯ-นิคม

Publish 2017-02-17 14:45:54



คณะกรรมการของบริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ AQ มีมติอนุมัติให้บริษัทเพิ่มทุนจดทะเบียน จาก 159,418,670,884 บาท เป็น 165,756,012,651.50 บาท โดยการออกหุ้นใหม่จำนวน 318,837,341,768 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท แบ่งเสนอขายหุ้นให้นักลงทุนเฉพาะเจาะจง (พีพี) จำนวน 1.25 แสนล้านหุ้นในราคาหุ้นละ 0.198 บาท เป็นเงินรวมประมาณ 24,750 ล้านบาทและเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 1.25 แสนล้านหุ้น พร้อมแจกใบสำคัญแสดงสิทธิ์ซื้อหุ้น(AQ-W4) ให้ในสัดส่วน 2 หุ้นเดิมต่อ 1 วอร์แรนต์ กำหนดแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ ในราคาหุ้นละ 0.05 บาท เมื่อวอร์แรนต์มีอายุครบ 1 ปีสำหรับเงินที่จะได้รับจากการเพิ่มทุนประมาณ 37,567 ล้านบาทนั้น

 

 

 



ตามแผนเบื้องต้นบริษัท มีความจำเป็นต้องใช้เงินทั้งสิ้น17,500 ล้านบาท เพื่อนำไปชำระหนี้ธนาคารกรุงไทยตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จำนวน 10,004.47 ล้านบาท เพื่อให้รอดพ้นจากการถูกยึดทรัพย์ขายทอดตลาดและมีสิทธิในการซื้อที่ดินที่เป็นหลักประกันธนาคารกรุงไทย จำนวน 4,323 ไร่กลับคืนมาด้วย ในราคาประมาณ 1,000-1,500 ล้านบาท นอกจากนั้นบริษัทยังมีเงินในการลงทุนโครงการเดิม ซึ่งต้องใช้เงินสำหรับการก่อสร้างอีก ประมาณ 1,500-2,000 ล้านบาท หากแล้วเสร็จจะสร้างรายได้ให้กับบริษัทในอนาคต แต่หากไม่ทำต่อ ทรัพย์สินจะด้อยค่าลงมากทำให้ไม่มีเงินเพียงพอในการชำระหนี้ในที่สุดบริษัทจะไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้

 



การที่บริษัทไม่ตกเป็นผู้ผิดนัดตามคำพิพากษาของศาลและการเพิ่มทุนสำเร็จ จะทำให้บริษัทมีเครดิตกับสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น และสามารถขอสินเชื่อได้ในระยะยาว พร้อมมีฐานทุนที่ใหญ่และเข้มแข็งขึ้นสำหรับที่ดินหลักประกันที่จะซื้อกลับจากธนาคารกรุงไทยนั้น บริษัทยังไม่มีความจำเป็นต้องขายทันทีเนื่องจากจะได้ราคาที่ค่อนข้างตํ่าสามารถพัฒนาเพื่อขายในอนาคตได้ บริษัทเชื่อว่าที่ดินดังกล่าวคงมีศักยภาพเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน “การเพิ่มทุนครั้งนี้ ทำให้บริษัท เอคิวฯจะมีโครงสร้างทุนและฐานะทางการเงินที่แข็งแรงรวมถึงเงินทุนหมุนเวียนสามารถรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต แต่แผนธุรกิจยังมีความไม่แน่นอนและอาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการระดมทุนในครั้งนี้” บริษัทเอคิวฯระบุ