สนธิญาณ ชี้!! ประชาธิปไตย "คณะราษฎร"พิฆาตพวกเดียวกันเองเพื่ออำนาจ

Publish 2017-04-19 16:49:34



รายการ "ยุคลถามตรง สนธิญาณฟันธงตอบ" ประจำวันที่ 19 เมษายน 2560 ออกอากาศทางช่อง ไบรท์ทีวี หมายเลข 20 ดำเนินรายการโดย คุณยุคล วิเศษสังข์ (หนึ่ง) ได้สัมภาษณ์คุณสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม (ต้อย) บรรณาธิการอำนวยการ สำนักข่าวทีนิวส์ โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้





            สนธิญาณ : มีประเด็นที่ยังไม่จบกันในเรื่องหมุดของคณะราษฎรที่หายไปนะครับ ผมก็เรียนท่านผู้ชมว่าถึงเวลานี้สรุปว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องดี ส่วนจะตามหาหมุดเจอไม่เจอ จะพบว่าใครเป็นเจ้าของ ใครไม่เป็นเจ้าของก็ว่ากันไปนะครับ เพราะเป็นเรื่องของวัตถุนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่เราเห็นที่เกิดขึ้นตอนนี้ในโลกโซเชียลนะครับ ก็คือการรื้อเอาข้อมูลทั้งหลายมาทบทวน มาพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าชัดเจนนะครับ ชัดเจน เพราะฉะนั้นวันนี้เนี่ยนะผมก็อยากนำเสนอข้อมูลอีกด้านหนึ่ง อีกมุมหนึ่งเหมือนกัน ระหว่างที่เราพูดกันถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎรที่ต้องการนำพาประเทศไปสู่ระบอบประชาธิปไตยนะครับ ว่าในความหมายที่แท้จริงหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว ประเทศเนี่ยนะครับเดินไปความเป็นประชาธิปไตยจริงๆหรือว่านะครับเป็นแต่เพียงในนาม เป็นแต่เพียงการเปลี่ยนอำนาจจากสถาบันพระมหากษัตริย์มาสู่คณะบุคคลอีกคณะหนึ่งเท่านั้นนะครับ เราก็ต้องมาดูนี่คุณยุคล คณะราษฎรเนี่ยนะ เขาเริ่มประชุมกันครั้งแรกเนี่ยนะที่ต่างประเทศ ฝรั่งเศสนะครับในปี 2469 นะครับ เขาประชุมกันครั้งแรกเนี่ย 2469 ที่ฝรั่งเศสนะ มันกลายเป็นประวัติศาสตร์ที่เขาจารึกไว้ เขียนไว้เองนะครับ ประชุมที่บ้านเลขที่ 9 กรุงปารีส ฝรั่งเศส ตอนนั้นมีผู้เข้าร่วมประชุมอยู่ 7 คนนะครับ สาระสำคัญก็มีเอาที่รู้จักก็คือนายปรีดี พนมยงค์ กับจอมพล ป.ครับ ซึ่งขณะนั้นเนี่ยเป็นร้อยโทแปลก ขีตตะสังคะ แต่การประชุมกันเนี่ยนะครับ วันที่ประชุมกันเนี่ย ผู้ประชุมอายุประมาณ 25 26 27 ปีเองนะ คุณยุคล ก็คือว่ายังหนุ่มแน่น มีไฟอันร้อนแรง เขาก็เห็นการเปลี่ยนแปลงในยุโรป ไปเรียนยุโรปเนี่ยก็เห็นการเปลี่ยนแปลงในยุโรป ศึกษาอยู่เกือบ 6 ปี กลับมาเมืองไทยนะครับ ใช้เวลาตั้งแต่วันแรกที่ศึกษากันจนกลับมาเมืองไทยก็ทำการยึดอำนาจ ในการยึดอำนาจนะครับ วันนั้นเนี่ยแถลงความเขียนรุนแรงมากนะ โอ้โหแหม โจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์นะครับ ต้องเรียกว่าบรรดาพระราชวงศ์ในราชวงศ์จักรีนะ ถ้าเรานึกถึงตอนที่ประเทศชาตินะฮะมีสถาบันพระมหากษัตริย์นำพามาก็มีความรู้สึกต้องเศร้าสะเทือนใจแน่นะครับ เราไม่สูญเสียชาติไป ไม่ถูกพม่ากลืนไป แต่ก็ไม่เป็นไร เมื่อในยามต่อสู้กันนะครับ หมายถึงว่า ณ นาทีเป็นนาทีตายเนี่ยนะครับ สู้รบกันแล้ว พระราชสหายชนะ ก็ว่ากันไป แต่สิ่งที่น่าสนใจเนี่ยนะครับ ที่ผมบอกว่าความหมายที่ว่าพูดกันเรื่องการเมืองไทยก็คือตอนที่พวกคณะราษฎรนั่นเอง ผมจะเรียนว่าคณะราษฎรเนี่ยนะครับ ตอนเขายึดอำนาจเขาแบ่งพวกกลุ่มเนี่ยเป็น 3-4 กลุ่ม 3-4 สายด้วยกัน มีสายทหารหนุ่มนะ สายทหารหนุ่มเนี่ยก็ประกอบไปด้วยจอมพล ป. นำนะครับ จากสายทหารหนุ่มก็มีสายทหารแก่นะครับ แล้วก็มีสายพลเรือน ซึ่งมีอาจารย์ปรีดีนำ น่าสนใจอยู่ตรงทหารแก่ หรือทหารอาวุโสในขณะนั้นนะครับ เขาเรียกว่ามี 4 ทหารเสือ มีพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา ท่านที่สองก็พันเอก พระยาทรงสุรเดชนะครับ ท่านที่สามพระยาฤทธิอัคเนย์นะครับ ท่านที่สี่นะครับ พระประสาท พิทยายุทธ สี่คน ที่ต้องลำดับสี่คนนี้มาเล่าให้เห็นเป็นภาพรวมนี่นะครับว่าหลังจากที่ยึดอำนาจกันแล้วเนี่ยนะครับก็เกิดความขัดแย้งกัน ระหว่างทหารหนุ่มกับทหารแก่ นั่นก็คือขัดแย้งระหว่างจอมพล ป.พิบูลสงคราม กับพระยาทรงสุรเดช แต่ทหารแก่อย่างพระยาพหลเนี่ยเลือกอยู่ข้างจอมพล ป. ดังนั้นหลังจากที่ได้อำนาจมาแล้ว ย้ำนะหลังจากที่ได้อำนาจมาแล้วก็ทะเลาะเบาะแว้ง แตกแยกกัน แตกแยกกันท้ายที่สุดเนี่ยนะครับก็มีการเรียกว่าขจัดพระยาทรงสุรเดช ซึ่งถือว่าเป็นคนที่ทหารให้การยอมรับนับถือนะคุณยุคลตอนนั้นก็จัดการพระยาทรงฯออกนอกกลไกของราชการ แต่จัดการออกยังไม่สะใจ เพราะตอนเกิดกบฏบวรเดชในปี 2476 นะ ตุลา 2476 ซึ่งเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเมื่อปีกว่านะคุณยุคลนะ ปรากฎว่าคณะราษฎรเนี่ยนะ สงสัยว่าพระยาทรงฯเนี่ยนะไปสนับสนุนฝั่งกบฏบวรเดช รอจังหวะเวลา จนถึงปี 2481 ผ่านมา 6 ปีนะครับ ปรากฎว่าได้มีการดำเนินการจับกุมกบฎพระยาทรงฯ ดำเนินการจับกุมกบฎพระยาทรงฯ การจับกุมกบฎพระยาทรงฯในครั้งนั้นเนี่ยนะครับ คณะราษฎรยังเห็นแก่หน้าพระยาทรงฯ เห็นแก่พรรคพวกตัวเอง จึงจัดการเนรเทศพระยาทรงฯให้ไปอยู่ต่างประเทศนะครับ ไปเขมร นั่นเพราะเป็นพรรคพวกตัวเอง แต่คนที่ไม่เป็นพรรคพวกตัวเองเนี่ยนะจับหมด ที่สำคัญเนี่ยนะครับ หลังจากจับแล้ว ประชาธิปไตยที่คณะราษฎรว่าเนี่ยนะครับก็ได้มีการจัดตั้งศาลทหารพิเศษขึ้นนะครับ อันนี้กลับไปดูเลยนะครับ ที่เคลื่อนไหวต่อต้านด่าพลเอกประยุทธ์อยู่เนี่ยทุกวันเนี่ย พลเอกประยุทธ์ก็เดินในแนวทางกฎหมาย เขาเรียกอะไรคณะราษฎรคณะอะไรที่เคลื่อนไหวกันอยู่เนี่ยนะครับ ชื่นชมเชิดชูคณะราษฎรเนี่ยตั้งศาลทหารไม่ให้มีทนายจำเลย และเป็นไงครับ สั่งประหารชีวิต 18 คน ยิงเป้าวันละ 4 คน 4 คน 4 คน กบฎครั้งนั้นเรียกว่ากบฎ 18 ศพ ไม่เท่านั้นน่ะ ยังไม่เท่านั้นนะ มีผู้หนึ่งที่โดนจับกุมในครั้งนั้นคือพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนาทนเรนทรนะครับ เป็นพระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ถูกจับกุมด้วยและถูกถอดพระยศ สั่งประหารชีวิต ดีนะครับต่อมาลดโทษ ส่งไปขังนะครับ นี่เป็นเรื่องคร่าวๆที่ให้เห็นว่าในระหว่างที่โจมตีสถาบันกษัตริย์แล้วบอกว่าจะนำพาระบอบประชาธิปไตยมาสู่บ้านเมือง ท้ายที่สุดก็แก่งแย่ง ช่วงชิงอำนาจกัน เข่นฆ่ากันเอง จัดการกันเอง โดยใช้วิธีการที่เผด็จการยิ่งกว่าสมัยสมบูรณายาสิทธิราช นี่เป็นเรียกว่าน้ำจิ้ม ติดตามครับวันเสาร์นี้ ถ่ายทอดสดทาง Facebook ทีนิวส์ 17.00 – 18.00 น. เต็มอิ่มแน่ครับ ถ้าไม่จบภายในอาทิตย์เดียว ต่อไปอีกอาทิตย์นึงอีก ติดตามกันครับ ขอบคุณครับ


เรียบเรียงโดย

วรสิทธิ์ เกาะศิริ : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News

Recommend News