ศรัทธาไม่เปลี่ยนแปลง!! ชาวพุทธ ยันศรัทธาไม่เปลี่ยน แม้มีข่าวโกงเงินวัด แต่อยากให้สอบสวนอย่างจริงจัง

Publish 2017-07-09 14:28:32



วันที่ 9 ก.ค. 60 กรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้เผยแพร่ผลสํารวจเรื่อง “เงินทอนกับความเลื่อมใสในพุทธศาสนา” โดยผลสำรวจพบว่า
ชาวพุทธส่วนใหญ่ 57.7% เห็นว่ากรณีเงินทอนวัดหรือการทุจริตเงินอุดหนุนวัดไม่มีผลต่อการทำบุญ 64.7% เชื่อกรณีเงินทอนวัดไม่มีผลต่อความเลื่อมใสและศรัทธาในพทธศาสนาอย่างไรก็ตาม 66.1% เชื่อมั่นน้อยถึงน้อยที่สุดต่อหน่วยงานที่ดูแลพุทธศาสนาว่าจะทำงานดวยความโปร่งใส ไม่คอร์รัปชั่น 51.6% อยากให้ใช้มาตรการป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์ทางพุทธศาสนา โดยให้มีการตรวจสอบอย่างจริงจัง 



กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ดําเนินการสํารวจความคิดเห็น เรื่อง “เงินทอนกบความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา” โดยเก็บข้อมูลจํานวนท้งสิ้น 1,193 คน พบว่า เมื่อถามความเห็นของชาวพทธต่อมีผลต่อการทำบุญหรือไม่อย่างไร พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 57.7 เห็นว่าไม่มีผลต่อ การทำบุญ คิดว่าจะบริจาคเหมือนเดิม เพราะทำบุญให้วัดขณะที่ร้อยละ 42.3 เห็นว่ามีผลต่อการทำบุญ โดยในจำนวนร้อยละ 25.0 ทำให้ต้องคิดก่อนตัดสินใจบริจาครองลงมาร้อยละ 11.3 ทำให้ไม่อยากบริจาคให้แก่กิจกรรมใดๆทางพุทธศาสนาและ ร้อยละ 6.0 ทำให้ต้องตรวจสอบวัดนั้นๆ 
ทั้งนี้เมื่อถามต่อว่ากรณีเงินทอนวัดหรือการทุจริตเงินอุดหนุนวัดมีผลมากน้อยเพียงใดต่อการทำให้ความศรัทธา หรือเลื่อมใสในพุทธศาสนาลดลง ส่วนใหญ่ร้อยละ 64.7 เห็นว่ามีผลค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด ขณะที่ร้อยละ 35.3 เห็นว่ามีผลค่อนขางมากถึงมากที่สุด 
ด้านความเห็นต่อมาตรการที่ควรใช้เพื่อป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์ทางพุทธศาสนา พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 51.6 อยากให้มีการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นในพุทธศาสนาอย่างจริงจังรองลงมาร้อยละ 32.1 อยากให้ออกกฎหมายดูแลควบคุมทรัพย์สินวัดอย่างรัดกุมและร้อยละ 10.3 อยากให้ใช้ม.44 ในการปฏิรูปพุทธศาสนา
สุดท้ายเมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานที่ดูแลพุทธศาสนาว่าจะทำงานด้วยความโปร่งใส ไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 66.1 เชื่อมั่นค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด ขณะที่ร้อยละ 33.9 เชื่อมั่นค่อนข้างมากถึงมากที่สุด โดยมีรายละเอียดตามประเด็นข้อคำถามดังต่อไปนี้

 



ขอบคุณกรุงเทพโพลล์



เรียบเรียงโดย

เเสงจันทร์ กันธิยะ