นักเศรษฐศาสตร์เตือน ทรัมป์เก็บภาษีนำเข้าเหล็ก มีหวังสหรัฐฯจะทรุดเอาได้ง่ายๆ

Publish 2017-07-13 15:52:15



    นักเศรษฐศาสตร์ซึ่งอดีตเคยเป็นที่ปรึกษาของอดีตประธานาธิบดีจากพรรคการเมืองใหญ่ทั้ง 2 พรรคของสหรัฐ ได้ส่งหนังสือถึงทำเนียบขาวโดยระบุว่า "การรายงานของสื่อชี้ชัดว่า ท่านกำลังพิจารณาเรื่องการใช้อำนาจตามมาตรา 232 ของตัวบทกฎหมาย 'Trade Expansion Act of 1962' เพื่อเริ่มต้นกระบวนการจัดเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก เพราะเชื่อว่ามันเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งเราขอเรียกร้องให้ท่านยุติการดำเนินการเช่นนั้น"



    นักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่า สหรัฐฯมีภาษีตอบโต้และต่อต้านการทุ่มตลาดอยู่แล้วกว่า 150 รายการที่นำมาใช้กับการนำเข้าเหล็ก และเตือนว่าการเก็บภาษีเพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯและประเทศพันธมิตรรายใหญ่ๆ ที่เป็นแหล่งนำเข้าเหล็กของประเทศ
    คณะนักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า "ทางการแคนาดา อังกฤษ สหภาพยุโรป เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ ต่างก็ออกมาแสดงความกังวลถึงเรื่องดังกล่าว" พร้อมทั้งเสริมว่า การปรับขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กจะเป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
    นอกจากนี้ ในจดหมายดังกล่าวยังให้เหตุผลว่า "การกำหนดภาษีใหม่จะส่งผลให้ต้นทุนของกลุ่มผู้ผลิตปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะบีบให้ผู้ผลิตเหล่านี้ต้องลดการจ้างงาน และเพิ่มราคาสินค้าที่ขายให้กับผู้บริโภค"



    คณะนักเศรษฐศาสตร์สรุปว่า "เราขอเรียกร้องให้ท่านหลีกเลี่ยงนโยบายที่อาจจะทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจและทางการทูต และขอให้ท่านพิจารณาถึงผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติเป็นหลัก"
    ทั้งนี้ ผู้ที่ลงนามในจดหมายฉบับดังกล่าวรวมถึง นายเบน เบอร์นันเก้ อดีตประธานเฟด (ธนาคารกลางสหรัฐ) ผู้เคยดำรงตำแหน่งประธาน CEA ในรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช, นายมาร์ติน ฟิลด์สเตน อดีตประธาน CEA สมัยประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน และนายเจสัน เฟอร์แมน ที่ปรึกษาของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา
    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งให้คณะทำงานสอบสวนการนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศ ภายใต้มาตรา 232 ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวดูเหมือนจะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการค้าเพื่อจำกัดการนำเข้าเหล็กจากต่างประเทศ ตามเหตุผลที่ว่าเพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ
    ในขณะเดียวกัน บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าของสหรัฐก็ได้ออกมาเตือนว่า การดำเนินการดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลเสียต่อการผลิตของสหรัฐ


 


เรียบเรียงโดย

ศวิตา ประพันธ์พจน์ : สำนักข่าวทีนิวส์