ยังมีเบื้องหลังสังหารโหด!! เปิดปาก ทีมฆ่า 8 ศพ ตั้งแต่วางแผน ถึงวินาทีลงมือสังหาร ขณะที่ชาวบ้านผวา บังฟัตไม่ใช่เจ้าของเงินขายฝากที่ดิน

Publish 2017-07-18 05:53:02



ผู้ต้องหารายหนึ่ง ได้ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนเองนั้นเป็นคนสนิทของบังฟัต โดยมีอาชีพรับจ้างกรีดยางและทำงานก่อสร้างโดยก่อนหน้านี้ได้รับหน้าที่เข้าไปทวงหนี้ให้บังฟัตมาแล้ว 2 ครั้ง โดยแต่ละครั้งบังฟัตจะส่งลูกน้องไปครั้งละ 5-6 คน ซึ่งแต่ละครั้งจะได้ค่าจ้าง 1,000 บาท และที่ผ่านมาสองครั้งก็ทวงหนี้ไม่สำเร็จ



 

กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 (ร.15พัน1) คลองท่อม จ.กระบี่ ซึ่งเป็นสถานที่ใช้ควบคุมตัวตาม ม.44 ผู้ต้องสงสัย 6 คนที่ร่วมกับนายซูริก์ฟัต บ้านนบวงศ์สกุล หรือบังฟัต ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมสังหารโหดครอบครัวผู้ใหญ่บ้านวรยุทธ สังหลัง 8 ศพด้วยกัน ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดไว้ได้แล้วจำนวน 9 ราย โดยประกอบไปด้วย ชาย 7 คน และ หญิง อีก 1 คน ที่เป็นเพื่อนหญิงคนสนิทของบังฟัต ที่จัดหาเสื้อลายพรางให้กับผู้ก่อเหตุ นอกจากนั้นแล้วยังมี อีก 1 ราย ที่เป็นข้าวของรถฟอร์จูนเนอร์สีดำ ที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุในคืนวันที่ 10 กรกฎาคม 2560

ขณะที่พนักงานสอบสวนนั้นได้ดำเนินการเตรียมแจ้งข้อหาต่อคนร้ายดังนี้ 1. ร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

2. ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน

3. ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวโดยทำร้ายจิตใจผู้อื่น

4. แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ทหาร

นอกจากนั้นแล้วยังมีข้อหาอื่นอีกซึ่งจะมีการแจ้งข้อหาเป็นรายบุคคล ซึ่งเบื้องต้นนั้นทางเจ้าหน้าที่ไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ควบคุมตัว และทราบว่าขณะนี้ผู้ต้องหาเริ่มมีอาการเครียด



 

การสอบสวนครั้งนี้ ได้มีข้อมูลเพิ่มเติมจากการให้ปากคำของทางด้านเพื่อนสาวคนสนิทของบังฟัต และ น้องชาย ว่าเพื่อนสาวคนสนิทของบังัตนั้นเป็นผู้วางแผนให้บังฟัตและลูกน้อง ว่าผู้ใหญ่วรยุทธ มีปัญหาเรื่องการเงิน และหนี้สิน เลยเกิดอาการเครียด หลังจากนั้นได้ทำการลงมือฆ่าภรรยาและลูก ก่อนฆ่าตัวตายตาม พร้อมกันนั้นได้วางแผนในการเซ็นต์ชื่อโอนหนังสือสัญญาซื้อขายรถยนต์โตโยต้ายาริส ให้กับทางบังฟัต เพื่อยืนยันว่า ผู้ใหญ่วรยุทธเป็นหนี้บังฟัต ขณะที่น้องชายเพื่อนสาวคนสนิทของบังฟัต เป็นคนขับรถของกลางที่บังฟัตใช้ก่อเหตุนำไปซุกซ่อน

ซึ่งทางน้องชายเพื่อนสาวคนสนิทของบังฟัต ให้การว่าวันเกิดเหตุพี่สาวได้ให้นำรถยนต์ของตนเองไปเปลี่ยนกับรถบังฟัตและไม่ทราบว่ามีเหตุฆาตกรรมขึ้น

 

ขณะที่นายจักร ผู้ต้องหารายหนึ่ง ได้ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนเองนั้นเป็นคนสนิทของบังฟัต โดยมีอาชีพรับจ้างกรีดยางและทำงานก่อสร้างโดยก่อนหน้านี้ได้รับหน้าที่เข้าไปทวงหนี้ให้บังฟัตมาแล้ว 2 ครั้ง โดยแต่ละครั้งบังฟัตจะส่งลูกน้องไปครั้งละ 5-6 คน ซึ่งแต่ละครั้งจะได้ค่าจ้าง 1,000 บาท และที่ผ่านมาสองครั้งก็ทวงหนี้ไม่สำเร็จ

และครั้งล่าสุดได้รับการติดต่อจากบังฟัตอีก และไม่เคยรู้มาก่อนว่าครั้งนี้จะมีการฆ่ากันตายมากขนาดนี้ โดยในวันเกิดเหตุ บังฟัตได้นัดให้ทุกคนแต่งชุดทหารเหมือนกับทุกครั้ง และให้เรียกบังฟัตว่าผู้พัน อีก 4 คนรวมทั้งตนให้เรียกว่าจ่า อีกคนให้เรียกว่าผู้กอง คนสุดท้ายเรียกว่าหมวด เพื่อแสดงตัวตนว่าเป็นกลุ่มทหารให้คนในบ้านนายวรยุทธกลัว แต่ครั้งนี้บังฟัตสวมหมวกไหมพรมปิดหน้า ซึ่งที่ผ่านมานั้นไม่เคยสวมหมวกปิดหน้าแบบนี้

นายจักรเล่าต่อว่าตนเองทำหน้าที่ยืนเฝ้าหน้าบ้าน จนกระทั่งช่วงค่ำจึงได้ยินปืนนัดแรก ก็ตกใจเช่นกันเพราะไม่คาดคิดว่าจะมีเหตุร้าย



ขณะที่ทางด้านบังฟัต ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวอยู่ในค่ายทหาร ร.15 พัน.1 อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ได้ให้การว่า การก่อเหตุฆ่ายกครัวครั้งนี้ตนพยายามที่จะเบี่ยงประเด็นการสังหารให้เป็นเรื่องความเครียดในเรื่องหนี้สินของนายวรยุทธ จึงก่อเหตุฆ่ายกครัวแล้วฆ่าตัวตายตาม อย่างไรก็ตาม โดยตนเองนั้นได้นำ พล็อตเรื่องและเทคนิคมาจากภาพยนตร์แนวสืบสวนสอบสวน ของภาพยนตร์ต่างประเทศมาใช้ และก่อนก่อเหตุได้มีการวางแผนหลบเลี่ยงกล้องวงจรปิดตามเส้นทางต่างๆ รวมทั้งเอาเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดในบ้านไปทำลายด้วย

กลุ่มคนร้ายในการก่อเหตุครั้งนี้ประกอบไปด้วย
บังฟัต, นายจักร, บังเลาะ ,บังจี, บังโกบ, บังยะฝาด และอีกคนไม่ทราบชื่อ โดยเข้ามายังบ้านของผู้ใหญ่วรยุทธ เวลาประมาณ 16.00 น. ในวันที่ 10 กรกฎาคม หลังจากนั้นได้แสดงหมายศาลที่ปลอมขึ้นมาแล้วอ้างว่ามาตรวจค้นยาเสพติดอาวุธปืนและสิ่งผิดกฎหมาย ก่อนเข้าควบคุมตัวคนในบ้าน 8 คน ประกอบด้วย

นางดวงพร สังหลัง อายุ 36 ปี ภรรยาผู้ใหญ่บ้าน

นายสุริยา สังหลัง อายุ 28 ปี

ด.ญ.กิ่งเทียน สังหลัง อายุ 6 ขวบ

ด.ญ.เพชรดาว สังหลัง อายุ 11 ขวบ

ด.ญ.แพรไหมทอง สังหลัง อายุ 13 ขวบ โดยเด็กทั้งหมดนั้นเป็นลูกผู้ใหญ่วรยุทธ

น.ส.แอนนา บุตรเติบ อายุ 26 ปี น้องเมียผู้ใหญ่บ้าน

ด.ญ รัญชิดา พริกดำ อายุ 13 ขวบ

ด.ญ.รยิดาน์ พริกดำ อายุ 2 ขวบ

โดยควบคุมทั้งหมดเอาไว้ในบ้าน ต่อมา นายสุทธิพงศ์ พริกดำ อายุ 29 ปี มาตาม ด.ญ รัญชิดา และ ด.ญ รยิดาน์ ลูกสาวที่มาเล่นในบ้านที่เกิดเหตุให้กลับบ้านก็ได้มาเจอกลุ่มคนร้ายเลยถามว่าพวกมึงเป็นใคร มาทำอะไรกัน จนเกิดการต่อสู้จนชุลมุนวุ่นวาย ก่อนที่คนร้ายจะจับนายสุทธิพงศ์แยกไปขังอีกห้อง

 

และทางด้านบังฟัต ก็ได้ใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิตเป็นศพแรก จากนั้นเมื่อเห็นว่านายสุทธิพงศ์ สามีมาตามลูกสาวนานผิดปกติ นางอัญชลี บุตรเติบ อายุ 30 ปี จึงได้อุ้มลูกวัย 3 เดือนมาตามสามี จึงถูกควบคุมตัวไว้อีกราย
 

จนถึงเวลา 22.00 น. นายวรยุทธ สังหลัง ได้กลับมาที่บ้าน จึงได้เกิดการต่อสู้ และถูกจับกุมตัว ก่อนบังคับให้โทรศัพท์ไปยืมเงินเพื่อน 5 แสนบาท เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนบังฟัตก็ลงมือยิงศีรษะคนที่เหลืออย่างเลือดเย็นจนเสียชีวิตอีก 7 ศพ รวม 8 ศพ ส่วนทารกวัย 3 เดือน บังฟัตไม่ได้ยิงศีรษะเหมือนเหยื่อคนอื่นแต่อย่างใด

 

ขณะที่เมื่อวานนี้ (17 กรกฎาคม 2560บรรยากาศที่บ้านของผู้ใหญ่วรยุทธ สังหลัง บ้านเลขที่ 14/3หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก บ้านที่เกิดเหตุ ยังคงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.อ่าวลึก ตรึงกำลังรักษาสถานที่อย่างแน่นหนา แ ในขณะที่ชาวบ้านต่างก็ จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีความหวาดกลัว หลังจากทราบสาเหตุความขัดแย้งที่แน่ชัดว่ามาจากการขายฝากที่ดิน เนื่องจากยังมีชาวบ้านอีกหลายรายเป็นลูกค้าของบังฟัต ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าบังฟัต ไม่ได้เป็นเจ้าของเงินที่นำมารับขายฝากที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์


เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล : สำนักข่าวทีนิวส์


Suggess News

Recommend News