มองไปข้างหน้ากับเกาะติดสงครามโลกครั้งที่3 "สหรัฐฯส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินเยือนเวียดนามใครได้ใครเสีย"

Publish 2018-03-09 10:34:47



สหรัฐฯและรัสเซียรวมถึงชาติพันธมิตรของแต่ละฝ่ายยังเดินหน้าแข่งขันขับเคี่ยวกันทุกเรื่องทั้งเศรษฐกิจการเมืองการทหารและกลยุทธ์ทางการทูต เรียกว่าไม่เกรงใจไม่กลัวกันอีกต่อไปโดยมีจีนร่วมผสมอยู่ตลอดเวลา เหตุการณ์ล่าสุดซึ่งถือว่าสะเทือนไปทั่วภูมิภาคแถบเอเซียและแปซิฟิกก็คือ การส่งหมู่เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส คาร์ล วินสัน เยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการของสหรัฐฯ

 

 

ก่อนหน้านี้ช่วงสงครามเย็นสหรัฐฯ ต้องสูญเสียทหารมากกว่า 500,000นายที่เวียดนามและยังเป็นบาดแผลที่สหรัฐฯ ต้องจดจำไปอีกนานแม้เวลาจะผ่านมาแล้วสี่สิบกว่าปี แต่ขณะนี้ทุกอย่างกำลังย้อนกลับเมื่อจีนและรัสเซียมีอิทธิพลทุกด้านครอบคลุมซีกโลกตะวันออกและท้าทายผลประโยชน์จำนวนมหาศาลของสหรัฐฯ และพันธมิตรโดยตรงทำให้ต้องเร่งหาทางสกัดและทำลายฝ่ายตรงข้ามให้ได้เมื่อจีนและเวียดนามมีข้อพิพาทนับทศวรรษเรื่องหมู่เกาะต่างๆแถบทะเลจีนใต้จึงเป็นจังหวะให้โดนัลด์ ทรัมป์ สอดแทรกด้วยเงื่อนไขทางทหารแก่เวียดนามได้สำเร็จในวันนี้



สำหรับความเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญครั้งนี้ของสหรัฐฯ ทางด้านคุณสัมฤทธ์ ทองอินทร์ ผู้เขียนหนังสือสงครามโลก ครั้งที่ 3 ได้ทำการวิเคราะห์ ว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้ใครได้ใครเสีย เอาไว้ดังนี้

 

 

1. เวียดนามถือว่าได้มากกว่าเสียเพราะมีข้อต่อรองกับจีนมากขึ้นอย่างน้อยจีนจะใช้ความได้เปรียบทุกด้านกดดันเวียดนามในกรณีความขัดแย้งเรื่องหมู่เกาะพิพาทเช่นก่อนๆได้ลำบากขึ้น แม้หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างจีนและเวียดนามจะมีมากแต่ในแง่ความมั่นคงทางทหารเวียดนามต้องเลือกหนทางที่ปลอดภัยไว้ก่อนจึงไม่แปลกที่ชาวเวียดนามจะดีใจกับการเยือนดานังของกองเรือรบสหรัฐฯ ในครั้งนี้แต่ทางรัฐบาลเวียดนามคงได้แต่อมยิ้มโฉ่งฉ่างมากไม่ได้


2. สหรัฐฯ ถือว่าตนเองได้ประโยชน์สูงสุดอย่างน้อยทำให้จีนพะวงหน้าพะวงหลังเท่ากับว่าสหรัฐฯ ได้ทอดสมอกองเรือติดกับจีนในระยะที่ใกล้มาก ซึ่งรอคอยโอกาสนี้มานานแล้ว สามารถวาดฝันอนาคตที่จะใช้เวียดนามบีบจีนในหลายด้านต่อไป


3. กลุ่มประเทศอาเซียนอาจจะไม่ตื่นเต้นมากนักเพราะทุกวันนี้ต้องต้อนรับผู้บริหารระดับสูงทั้งทางการเมืองและทางทหารจากจีนสหรัฐฯ และรัสเซียจนดูเป็นเรื่องปกติและรู้เท่าทันมหาอำนาจทุกประเทศอย่างถ่องแท้



4. จีนและรัสเซียไม่แสดงออกมากนักเพราะรู้มาก่อนว่าสหรัฐฯต้องใช้วิธีนี้เพียงแต่ถ้าสหรัฐฯและเวียดนามมีความร่วมมือเป็นพิเศษทางทหารนั่นแหละย่อมเป็นเรื่องใหญ่แน่นอนเพราะวันนี้จีนก็ได้ออกมาประกาศแล้วว่าจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

 


บทสรุป แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกที่เวียดนามได้ต้อนรับกองเรือรบขนาดใหญ่ของสหรัฐฯในศตวรรษที่21.แต่ผลต่อเนื่องสะเทือนประเทศต่างๆทั่วภูมิภาคทั้งเอเชียและแปซิฟิกเพราะเชื้อไฟแห่งความขัดแย้งทางทหารของหลายประเทศมีความตึงเครียดมาโดยตลอดทุกประเทศไม่ยอมกันเสริมแต่อาวุธและกำลังรบตลอดวันตลอดปีเหลือเพียงแต่  การนำอาวุธออกมาใช้ฟาดฟันกันเท่านั้น

 

 

บทความโดยสถาพร เกื้อสกุล สนับสนุนข้อมูลโดย สัมฤทธิ์ ทองอินทร์

 



เรียบเรียงโดย

อุมาพร พ่วงผลฉาย