ใครไม่คบใครกันแน่ระหว่างนาโต กับ สหรัฐฯ!! "นาโต" จะอยู่อย่างไร เมื่อ "สหรัฐฯ" เลิกอุ้ม

Publish 2017-02-16 12:36:50



พล.อ.เจมส์ แมตทิส รมว.กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ กล่าวต่อที่ประชุมรัฐมนตรีกลาโหมขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ อาจ ลดระดับ พันธกิจในอนาคตที่มีต่อนาโต หากสมาชิกยังคงขาดความเป็นเอกภาพในการรับผิดชอบด้านงบประมาณร่วมกัน โดยไม่ได้ลงลึกในรายละเอียด แต่ถือเป็นย้ำความต้องการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเรียกร้องมาตลอดว่านาโตต้องมีการแบ่งเบาภาระด้านงบประมาณ ที่ยุติธรรมกว่านี้

อย่างไรก็ตาม พล.อ.เจมส์ แมตทิส ยืนยันว่า สำหรับสหรัฐฯ องค์การนาโตถือเป็นรากฐานสำคัญ ของการร่วมมือด้านความมั่นคงข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก และรัฐบาลของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงยึดมั่นต่อแนวทางปฏิบัติขององค์การนาโต ด้านนายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การนาโต กล่าวถึงคำกล่าวของพล.อ.เจมส์ แมตทิส ว่าเป็น การแสดงความชัดเจน ของสหรัฐ และเชื่อว่าไม่ใช่ การข่มขู่


ปัจจุบันองค์การนาโตมีสมาชิก 28 ประเทศ แต่มีเพียงสหรัฐ สหราชอาณาจักร เอสโตเนีย กรีซ และโปแลนด์เท่านั้น ที่สามารถจัดสรรงบประมาณด้านกลาโหมได้เกิน 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ( จีดีพี ) ตามแผนยุทธศาตร์ด้านความมั่นคงของสหภาพ โดยสัดส่วนของสหรัฐอยู่ที่ 3.61% เทียบกับของซึ่งเยอรมนีทำได้เพียง 1.19% เท่านั้น

 

 

 

ขณะที่สถิติเงินสนับสนุนจากทุกประเทศที่บริจาคให้แก่องค์การนาโตอยู่ที่ 892,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 31.2 ล้านล้านบาท ) เมื่อปี 2558 โดยเป็นเงินบริจาคจากรัฐบาลวอชิงตันมากที่สุด 641,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 22.43 ล้านล้านบาท ) ส่วนงบประมาณด้านกลาโหมของรัสเซียในช่วงเวลาเดียวกันอยู่ที่ 66,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 2.31 ล้านล้านบาท )







ถ้าย้อนกลับไปช่วงกลางเดือนมกราคม นายเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต ) กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า นาโตถือเป็น พื้นฐาน ของความมั่นคงข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมายาวนานเกือบ 70 ปีแล้ว และปัจจุบันไม่ใช่เวลาที่สหรัฐหรือยุโรปจะมาคอยตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์หรือวิจารณ์ความเป็นพันธมิตรต่อกัน

 

ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ เดอะ ไทม์ส ออฟ ลอนดอน ของอังกฤษ และ บิลด์ ของเยอรมนี ว่านาโตเป็นองค์กรที่ มีความสำคัญ แต่กำลังประสบปัญหาในตัวเอง เนื่องจาก ข้อหนึ่ง เป็นองค์กรที่ล้าสมัย ข้อสอง ประเทศสมาชิกไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่สมควรต้องจ่ายร่วมกันได้ ทั้งนี้ สหรัฐเป็นประเทศผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดของนาโต ด้วยสัดส่วนที่มากถึง 70%

 

นอกจากนี้ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า นาโตเป็นสหภาพทางทหารที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อคานอำนาจกับสหภาพโซเวียตในสมัยสงครามเย็น อย่างไรก็ตาม ว่าที่ผู้นำสหรัฐซึ่งจะเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 ม.ค. นี้ ยื่นข้อเสนอประนีประนอมครั้งใหม่ให้แก่รัฐบาลรัสเซีย ด้วยการกล่าวว่าจะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดในกรณีไครเมีย แต่มีเงื่อนไขคือการลดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ร่วมกัน ตามกรอบของข้อตกลงสนธิสัญญาสันติภาพระดับทวิภาคีว่าด้วยการลดอาวุธนิวเคลียร์ ที่เรียกโดยย่อว่า "นิว สตาร์ท" ซึ่งลงนามร่วมกันเมื่อปี 2553 และข้อตกลงจะหมดอายุในปี 2564



ทั้งนี้ รายงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า รัสเซียมีหัวรบนิวเคลียร์อยู่ในครอบครอง 1,796 หัว ส่วนสหรัฐมีอยู่ 1,367 หัว อย่างไรก็ตาม ทรัมป์วิจารณ์ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในซีเรียว่า เป็นเรื่องเลวร้าย เพราะก่อให้เกิดวิกฤติด้านมนุษยธรรมครั้งใหญ่ตามมา





ระหว่างให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ยุโรป 2 ฉบับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวโจมตียุโรปต่างๆนานา และยกย่องการตัดสินใจของสหราชอาณาจักรที่แยกตัวจากสหภาพุโรป พร้อมคาดหมายว่าคงมีอีกหลายประเทศที่จะออกจากอียู เช่นกัน

 

 

จากความกังวลที่มากขึ้นในยุโรปเกี่ยวกับพันธสัญญาต่อพันธมิตรข้ามแอตแลนติกของนายโดนัลด์ ทรัมป์ และต่อสัญญาณที่บ่งชี้ว่าเขาจะปักหมุดรัสเซีย ทางด้านนาง อังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีของเยอรมนี จึงออกมาเตือนว่า ณ ตอนนี้ทวีปยุโรปต้องรับผิดชอบตัวเองแล้ว ตัวเธอจะเดินหน้าทำงานเพื่อนำพายุโรปสู่ความแข้มแข็งทางเศรษฐกิจและต่อสู้กับก่อการร้าย

แฟรงก์ วอลเตอร์ สไตน์ไมเออร์ รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี บอกว่ายุโรปตกใจกับคำพูดเกี่ยวกับนาโตของ นายโดนัลด์ ทรัมป์

แต่ทางด้าน เจนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ย้ำว่าเขายังคงมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมต่อพันธสัญญาสหรัฐฯในยุโรปเขามั่นใจว่า ว่าที่รัฐบาลใหม่ของสหรัฐฯจะยังคงมีภาระหน้าที่ต่อนาโต



นายโดนัลด์ ทรัมป์ ยังได้ยื่นสัมพันธไมตรี ต่อรัสเซียมากขึ้น ขณะที่ รัสเซียถูกมาตรการคว่ำบาตรเล่นงานมาแล้วหลายระลอกภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ต่อความเกี่ยวข้องในยูเครน สงครามซีเรียและจากข้อสงสัยที่ว่าโจมตีทางไซเบอร์แทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ



ท่าทีดังกล่าวย้ำถึงจุดยืนที่แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับรัฐบาลของ บารัค โอบามา ด้วย โจ ไบเดน รองประธานาธิบดีหสรัฐฯ ในวันจันทร์ได้เดินทางเยือนยูเครน ในวาระอำลาตำแหน่งและแสดงความสนับสนุนประเทศแห่งนี้

อีกหนึ่งความคิดเห็นที่สร้างความตื่นตกใจแก่ยุโรป นายโดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธที่จะพูดว่าเขาไว้ใจ นางอังเกลา แมร์เคิล มากกว่า วลาดิเมียร์ ปูติน ผมเริ่มต้นด้วยความเชื่อใจทั้งคู่ แต่คอยดูกันว่ามันจะอยู่ได้นานแค่ไหน บางทีมันอาจอยู่ไม่ได้นานก็ได้

นอกจากนั้นแล้ว นายโดนัลด์ ทรัมป์ ยังวิจารณ์นโยบายเปิดพรมแดนรับผู้อพยพไร้ทะเบียนของ ผู้นำเยอรมนี ซึ่งทำให้เยอรมนีต้องเสี่ยงภัยด้านความมั่นคง

 

 

Sathaporn Tnews




Suggess News

Recommend News