- 11 ก.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แถลงผลการตีความมาตรา 7 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ของคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า เรื่องนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี โดยให้ความเห็นว่าการดำเนินการของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติว่าการเสนอมติของมหาเถรสมาคมไม่เป็นตามมาตรา 7 ของพ.ร.บ.คณะสงฆ์ โดยผู้ตรวจการมีหนังสือให้ตน ตนเห็นว่ามีปัญหาข้อกฎหมายจึงทำหนังสือถึงคณะกรรมการกฤษฎีกาใน 2 ประเด็น ได้แก่การตีความมาตรา 7 และแนวทางปฏิบัติต่อจากนี้
“คณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นว่ามาตรา 7 มีเงื่อนไขสำคัญเกี่ยวกับการเสนอนามสมเด็จพระสังฆราชของนายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะที่มีสมณศักดิ์สูงสุด และประโยคที่ว่าต้องได้รับความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคม (มส.) กฤษฎีกาไม่ได้บอกว่าต้องริเริ่มจากนายกฯก่อน คือนายกฯต้องดูตามที่มส.เสนอ สิ่งที่พศ.เสนอนามสมเด็จพระสังฆราชมาจึงไม่ขัดกับพ.ร.บ.คณะสงฆ์ แนวทางปฏิบัติความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ได้เป็นบทบังคับที่นายกฯต้องปฏิบัติ แต่สามารถนำความเห็นมาประกอบการดำเนินการได้” นายสุวพันธุ์ กล่าว
นายสุวพันธุ์ กล่าวต่อว่า แนวทางหลังจากนี้จะยึดตามมติครม.วันที่ 28 กุมภาพันธุ์ 2482 เมื่อรัฐบาลขอความเห็นจากคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยปกติให้เป็นไปตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกานั้น สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือต้องมีบันทึกเรียนถึงนายกฯ และครม. เพื่อพิจารณา
เมื่อาถมว่า รายชื่อที่มส.เสนอมาถือว่าถูกต้องหรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ถือว่าถูกต้องแล้ว ตอนนี้เรื่องยังอยู่ที่ตน และตนจะทำความเห็นถึงนายกฯ และขอเวลาดูเรื่องอื่นที่เป็นปัจจัยเกี่ยวข้องก่อนจะทำความเห็นถึงนายกฯ ซึ่งไม่สามารถระบุเวลาได้ ตนขอแบกเรื่องนี้ให้เป็นภาระของตัวเองก่อน
เมื่อถามว่า กรณีพระธัมชโยที่จะนัดคุยกับพระชั้นผู้ใหญ่ในสัปดาห์นี้ กล่าวว่า ตนขอพบคณะสังฆ์เพื่อหารือ เพราะได้ทำเรื่องนี้มาตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม ซึ่งคณะสงฆ์ยังไม่ได้แจ้งความคืบหน้าให้ตนทราบ ซึ่งขอนัดหมายไว้แล้ว ตนจะไปพบกับคณะสงฆ์ตามที่ท่านสะดวก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้พิจารณาวินิจฉัยข้อกฎหมาย มาตรา 7 ของพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมปี 2535 หมวดสมเด็จพระสังฆราช ว่า หน่วยงานใดมีอำนาจในการเสนอชื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช
ต่อมา ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติว่า การเสนอชื่อสมเด็จสังฆราชพระองค์ใหม่ มติที่ประชุม มส. เมื่อวันที่ 5 ม.ค.2559 ทำข้ามขั้นตอนไม่ถูกต้องตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2535 เนื่องจากผู้ตรวจฯ เห็นว่ากระบวนการเสนอชื่อ ต้องให้นายกฯ เป็นผู้นำรายชื่อให้ที่ประชุม มส.เห็นชอบ แต่มติ มส.วันดังกล่าวได้เห็นชอบสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ แล้วนำส่งไปที่นายกฯ เพื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ซึ่งผู้ตรวจฯเห็นว่าข้ามขั้นตอน จากนั้น ผู้ตรวจการฯ ได้ส่งมติดังกล่าวมาให้รัฐบาล และรัฐบาลได้ส่งเรื่องไปให้ คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความต่อ
