- 23 ส.ค. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม http://headshot.tnews.co.th
วันที่ 23 สิงหาคม นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้มีการกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้ใช้มาตรา 44 กำหนดมาตรการป้องกันการบิดเบือนศาสนา ว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ที่จะทำให้คนเกิดความเข้าใจว่าประเทศนั้นไม่มีเลือกที่รักมักที่ชัง และไม่มีการเลือกปฏิบัติระหว่างศาสนาและนิกายต่างๆ ซึ่งเรื่องนี้ในร่างรัฐธรรมนูญก็ได้บัญญัติเอาไว้ ทั้งนี้ ตามเจตนาของร่างรัฐธรรมนูญนั้นแม้จะเขียนให้ทำนุบำรุงศาสนาพุทธนิกายเถรวาทที่เป็นศาสนาที่คนไทยนับถือมากที่สุด แต่ก็ไม่ได้ไปเขียนกีดกันเสรีภาพของศาสนาอื่น หรือนิกายอื่น ขอยืนยันว่าคนทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา และทุกศาสนาควรจะได้รับความคุ้มครองด้วย เท่าที่ตนดูมา ผู้ที่มีปัญหากับเนื้อหาตรงนี้ มักจะเป็นนักวิชาการหรือนักการศาสนาเสียมากกว่าผู้ที่นับถือศาสนาหรือนิกายอื่นๆ
นอกจากนี้นายอุดมยังกล่าวถึงการพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับคำถามพ่วงของสนช. ว่า ตามมารยาทยังให้ความเห็นเรื่องนี้ได้ เบื้องต้น คือ กรธ.เห็นไม่ตรงกับสนช.ตั้งแต่แรกแล้ว จึงนำไปสู่การตั้งคำถามพ่วง แล้วเมื่อประชาชนเห็นชอบกับคำถามพ่วง ก็หน้าที่กรธ.จะต้องปรับแก้ ซึ่ง กรธ.พร้อมรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม คาดว่า การประชุมกรธ.ในวันที่ 24 สิงหาคม จะมีความชัดเจนขึ้น น่าจะพิจารณาปรับแก้แล้วเสร็จ สามารถส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ช่วงต้นเดือนกันยายน นี้ ซึ่งเป็นไปตามความตั้งใจของกรธ. ที่ต้องการปรับแก้ร่างให้เสร็จโดยเร็ว ไม่ใช้เวลามาก
ส่วนข้อห่วงกังวลว่า การปรับแก้จะกระทบต่อบทหลักของร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น เมื่อดูจากคำถามพ่วงที่ใช้คำว่า ในวาระแรกเริ่ม 5 ปี ก็ค่อนข้างชัดเจนว่า จะปรับแก้แค่บทเฉพาะกาล
