- 06 ก.ย. 2559
สถานการณ์ทางการเมืองที่ถูกมองข้ามฉ็อตไปสู่การเลือกตั้งช่วงปลายปี 2560 พร้อมกับคำถามที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่
ว่าด้วยสถานการณ์ทางการเมืองที่ถูกมองข้ามฉ็อตไปสู่การเลือกตั้งช่วงปลายปี 2560 พร้อมกับคำถามที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่ อย่างไรก็ตามจากการที่สำนักข่าวทีนิวส์และรายการเจาะข่าวร้อน ล้วงข่าวลึก ย้ำกับคุณผู้ชมมาโดยตลอดก็คือ บทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญ ที่แม้จะเปิดโอกาสให้พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีได้ แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องยากอยู่ดี ยกเว้นเสียว่าพรรคการเมืองขนาดใหญ่อย่างพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคเพื่อไทย หรืออย่างใดอย่างหนึ่งจะให้การสนับสนุน โดยสถานการณ์ของพรรคการเมือง ณ ขณะนี้ต้องจับตามองไปที่การออกพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งกำลังถูกจับตามองว่าจะมีเนื้อหาที่นำไปสู่การเซตซีโร่หรือจัดระเบียบพรรคการเมืองใหม่
แต่ถ้าหากมองในเชิงสร้างสรรค์ก็อาจจะเป็นหนทางแรกที่นำไปสู่การปฏิรูปพรรคการเมือง โดยที่นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ผู้อำนวยการสำนักข่าวทีนิวส์ได้ออกมาเปิดประเด็นเอาไว้ว่า เนื้อหาของกฎหมายพรรคการเมืองใหม่นั้น ควรเปิดโอกาสให้สมาชิกพรรคมีโอกาสเลือกกรรมการบริหารพรรคด้วย
จริงๆแล้ว ประเด็นที่ว่าจะให้สมาชิกพรรคการเมืองเข้ามามีส่วนร่วม กับพรรคการเมืองที่ต้นสังกัดให้มากขึ้นนั้น ได้มีการระบุอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญแล้วด้วยซ้ำ นั่นก็คือในมาตรา 90 ที่ให้สมาชิกพรรคการเมืองมีส่วนร่วมในการคัดเลือกบัญชีรายชื่อส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์
มาตรา ๙๐
พรรคการเมืองใดส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแล้วให้มีสิทธิส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อได้
การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ให้พรรคการเมืองจัดทาบัญชีรายชื่อพรรคละหนึ่งบัญชี โดยผู้สมัครรับเลือกตั้งของแต่ละพรรคการเมืองต้องไม่ซ้ำกัน และไม่ซ้ำกับรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยส่งบัญชีรายชื่อดังกล่าวให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งการจัดทาบัญชีรายชื่อตามวรรคสอง ต้องให้สมาชิกของพรรคการเมืองมีส่วนร่วมในการพิจารณาด้วย โดยต้องคำนึงถึงผู้สมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคต่าง ๆ และความเท่าเทียมกันระหว่างชายและหญิง
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับต่างๆ ว่า ได้มอบหมายให้คณะกรรมาธิการรวบรวมความเห็นและข้อเสนอแนะ ไปศึกษาภาพรวมตามบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ ในรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับร่างกฎหมายลูกและร่างกฎหมายที่ต้องออกตามร่างรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นยังได้มอบหมายให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญ ของสนช. แต่ละคณะไปศึกษารายละเอียดร่างกฎหมายที่มีความสอดคล้องกับหน้าที่ กมธ. ล่วงหน้าและให้นำร่างกฎหมาย ที่ออกตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาเปรียบเทียบกับร่างกฎหมาย ที่ต้องออกตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อให้หลังจากได้รับร่างกฎหมายจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญแล้ว จะทำงานได้ทันที เพราะสนช. จะต้องพิจารณากฎหมายเหล่านี้ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอของสมาชิกสภาปฏิรูปประเทศ(สปท.) ที่ให้กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้งแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ว่า ประเด็นนี้ยังไม่มีความชัดเจน แต่ไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะการจัดการเลือกตั้งเป็นเรื่องของกกต. ตามชื่อหน่วยงาน ถ้าไม่มีอำนาจจะตั้งเป็นองค์กรอิสระได้อย่างไร ฉะนั้น กกต.จึงเกี่ยวกับการเลือกตั้งอยู่แล้ว เมื่อถามต่อถึงแนวคิดการเซ็ตซีโร่พรรคการเมือง พล.อ.ประวิตร ตอบว่าจะเซ็ตที่ไหนก็ไปเถอะ ในคสช.ไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ เป็นคำถามที่ตลกที่สุด
