"รัชกาลที่ 10 " จอมทัพไทย กษัตริย์ยอดนักรบผู้ทรงกล้าหาญยิ่ง  ร่วมรบปกป้องผืนแผ่นดินไทย เคียงบ่าเคียงไหล่เหล่าทหารกล้า(เจอดี-มีคลิป)

"รัชกาลที่ 10 " จอมทัพไทย กษัตริย์ยอดนักรบผู้ทรงกล้าหาญยิ่ง ร่วมรบปกป้องผืนแผ่นดินไทย เคียงบ่าเคียงไหล่เหล่าทหารกล้า(เจอดี-มีคลิป)

“ฉันต้องไป เพราะว่าเป็นหน้าที่ของทหาร”
 
 นี่คือประโยคที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในหลวง รัชกาลที่ 10 หรือ “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร” ในขณะนั้น ทรงรับสั่ง

 

"รัชกาลที่ 10 " จอมทัพไทย กษัตริย์ยอดนักรบผู้ทรงกล้าหาญยิ่ง  ร่วมรบปกป้องผืนแผ่นดินไทย เคียงบ่าเคียงไหล่เหล่าทหารกล้า(เจอดี-มีคลิป)

 

 หากย้อนไปเมื่อสมัย 30-40 ปีก่อน เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยเคยมีปัญหาการก่อการร้ายของกลุ่มคอมมิวนิสต์ หลายครั้งถูกลอบโจมตีทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ซึ่งขณะนั้น ในหลวง รัชกาลที่ 10 พระองค์ได้ทรงเสด็จไปยังดินแดนอันตรายอย่างไม่หวั่นพระราชหฤทัยเเต่อย่างใด เพื่อไปทรงให้กำลังใจแก่ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่ อส. ซึ่งถือเป็น “รั้วของชาติ” นอกจากนี้ยังทรงร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหลกับเหล่าทหารกล้าเหล่านั้นอีกด้วย

 

"รัชกาลที่ 10 " จอมทัพไทย กษัตริย์ยอดนักรบผู้ทรงกล้าหาญยิ่ง  ร่วมรบปกป้องผืนแผ่นดินไทย เคียงบ่าเคียงไหล่เหล่าทหารกล้า(เจอดี-มีคลิป)

 

 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร พระองค์ทรงสนพระทัยในเรื่องของการทหารไม่น้อย  พระองค์ทรงศึกษาด้านวิชาทางทหาร ทรงพระวิริยอุตสาหะในการเพิ่มพูนความรู้ และประสบการณ์ด้านการทหารอยู่ตลอดเวลา

“ ข้าพเจ้าผู้เป็นสยามมกุฎราชกุมาร จะรักษาเกียรติยศและอริยศักดิ์ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานไว้ด้วยชีวิตจะภักดีต่อชาติบ้านเมือง จะซื่อสัตย์ต่อประชาชน จะปฏิบัติภาระหน้าที่ทุกอย่าง โดยเต็มกำลังสติปัญญาความสามารถและโดยความเสียสละเพื่อความเจริญสงบสุข และความมั่นคงไพบูลย์ของประเทศไทย จนตราบเท่าชีวิตร่างกายจะหาไม่ "

 

"รัชกาลที่ 10 " จอมทัพไทย กษัตริย์ยอดนักรบผู้ทรงกล้าหาญยิ่ง  ร่วมรบปกป้องผืนแผ่นดินไทย เคียงบ่าเคียงไหล่เหล่าทหารกล้า(เจอดี-มีคลิป)

 เป็นคำถวายสัตย์ปฏิญาณในการพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ณ อุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามในวันสถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ ขึ้นดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่วันที่ ๒๘ กรกฎาคม พุทธศักราช๒๕๑๕ เพื่อเป็นรัชทายาทสืบสันตติวงศ์  ซึ่งในคำปฏิญานนี้พระองค์ก็ได้ทรงแสดงให้ทุกหมู่เหล่าได้ประจักษ์ โดยในครั้งที่มีเกิดสถาณการณ์ วุ่นวายต่างๆ  พระองค์ก็ได้ทรงเสด็จไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย  เเม้จะมีเสียงจากเหล่าข้าราชการทหารในพื้นที่ ทูลพระองค์ถึงความรุนแรงของสถานการณ์ยามนั้น  พระองค์ ก็หาได้หวั่นเกรงไม่ รับสั่งยืนยันที่จะลงพื้นที่และร่วมรบ อย่างเช่นเหตุการณ์เมื่อครั้ง
 

"รัชกาลที่ 10 " จอมทัพไทย กษัตริย์ยอดนักรบผู้ทรงกล้าหาญยิ่ง  ร่วมรบปกป้องผืนแผ่นดินไทย เคียงบ่าเคียงไหล่เหล่าทหารกล้า(เจอดี-มีคลิป)

ปีพ.ศ.2519 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ซึ่งขณะนั้นดำรงพระยศทางทหารเป็นร้อยเอก) เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมตำรวจ ทหารและราษฎรในพื้นที่ ณ ฐานปฏิบัติการบ้านหมากแข้ง  อ.ด่านซ้าย  จ.เลย ที่มีการปะทะกันระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์กับทางทหารไทย   จนทำให้มีนายทหาร - ตำรวจ บาดเจ็บและเสียชีวิตในครั้งนั้น  ร้อยเอกสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมพื้นที่ดังกล่าวด้วยความเป็นกังวล  ภายหลังจากที่ได้ทรงประทับรับฟังการบรรยายสรุปถึงสถานการณ์เเล้วนั้น พระองค์ ก็ได้รับสั่ง กับพลโทสมศักดิ์ ปัญจมานนท์แม่ทัพภาคที่ 3 ด้วยพระสุรเสียงหนักแน่นว่า “จะต้องไปแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้นให้ได้”  แม้ว่า พลโทสมศักดิ์ จะกราบบังคมทูลทัดทาน  เพราะสถานการณ์ยามนั้น ขับขันและอันตรายเป็นอย่างมาก   แต่พระองค์ก็ยังทรงยืนยัน ตั้งมั่นว่าต้องไปให้ได้ โดยรับสั่งว่า “ชักช้าไม่ได้ต้องรีบไปแก้ไขให้ได้ในวันนี้และเดี๋ยวนี้” 

 

"รัชกาลที่ 10 " จอมทัพไทย กษัตริย์ยอดนักรบผู้ทรงกล้าหาญยิ่ง  ร่วมรบปกป้องผืนแผ่นดินไทย เคียงบ่าเคียงไหล่เหล่าทหารกล้า(เจอดี-มีคลิป)

 

จากนั้นก็เสด็จโดย เฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งรับสั่งให้นักบินมุ่งตรงไปที่บ้านหมากแข้งทันที  เมื่อเครื่องบินร่อนลงจอดพระองค์ทรงโผเข้าที่กำบัง ขณะที่ ฝ่ายคอมมิวนิสต์นั้นได้ใช้อาวุธปืนเล็กระดมยิงเข้าสู่ ฐานที่ตั้งบ้านหมากแข้งอย่างต่อเนื่อง   แต่หาได้เป็นข้อกังขาไม่  พระองค์ยังคงสั่งแม่ทัพภาคที่  รวมถึงนายทหารผู้ติดตามทุกนาย ระดมยิงต่อสู้กับกลุ่มคอมมิวนิสต์   พร้อมทั้งยังทรงสั่งการ ให้ชุดปฏิบัติการ ออกลาดตระเวนพิสูจน์ทราบ อันมีพระองค์ทรงทำหน้าที่เป็นหัวหน้าชุดด้วยพระองค์เอง   ในสนามรบครั้งนั้นเอง พระองค์ได้ทรงแสดงพระปรีชาสามารถทางด้านการทหารออกมาด้วยความกล้าหาญยิ่ง ทรงนำทัพบุกตะลุยฝ่าสมรภูมิรบดุเดือด  และเสี่ยงต่อการซุ่มยิงรวมถึงกับดักระเบิดมากมาย ด้วยพระสติมั่นคง จนฝ่ายคอมมิวนิสต์ต้องยอมล่าถอยกลับไปในที่สุด

 ภายหลังเสร็จสิ้นปฏิบัติการ และสถานการณ์คลี่คลายลงนั้น พระองค์ก็ทรงเสด็จโดย เฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ไปทรงเยี่ยมเยียน ทหาร และเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับบาดเจ็บทุกนายที่โรงพยาบาล    นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้  ต่อปวงชนชาวไทย  และคงจะเป็นสิ่งที่จะตราตรึงอยู่ในหัวใจของคนไทยไปอีกนานเท่านาน  ว่าในหลวงรัชกาลที่ 10 ของ ปวงประชานั้นได้ทรง สู้รบกับกองกำลังป่าเถื่อนเพื่อปกป้องผืนไผท ไว้ให้ลูกหลานไทย

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Post today และไทยรัฐ