- 17 ส.ค. 2560
อาชีพเกษตรกรมือใหม่!!เลี้ยงนกกระทาใช้เนี้อทีน้อย"แต่มีกำไร"รีบกดแชร์
ข้อดีของการเลี้ยงนกกระทา
นกกระทาสามารถให้ไข่ได้ 7-8% ของน้ำหนักตัว อัตราการให้ไข่เฉลี่ย 70% ให้ผลตอบแทนเร็ว เริ่มให้ไข่เมื่ออายุ 42-45 วัน ระยะเวลาในการให้ผลผลิตไข่นานประมาณ 11 เดือน ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อย พื้นที่ประมาณ 3 ตารางเมตร สามารถเลี้ยงนกกระทาได้กว่า 500 ตัว จึงใช้เงินลงทุนน้อย วิธีการเลี้ยงดูง่าย โตเร็ว เนื้อนกกระทาสามารถนำปปรุงอาหารได้หลากหลายชนิด และเนื้อมีคุณภาพดี
เราสามารถเริ่มเลี้ยงโดยซื้อพันธุ์นกกระทา จากฟาร์มที่เพาะลูกนกกระทาขายซึ่งมักจะขายลูกนกกระทาเมื่อมีอายุประมาณ 18 วัน หรือซื้อไข่มีเชื้อมาฟักเอง สำหรับมือใหม่หรือผู้ที่ต้องการความง่ายและชัวร์ แนะนำให้ซื้อลูกนกมาเลี้ยงเลย โดยควรซื้อลูกนกที่มีอายุประมาณ 30 วัน มาเลี้ยง จะทำให้สามารถให้ผลผลิตเร็วขึ้นอาหารสำหรับนกกระทานั้นจะใช้อาหารสำหรับนกไข่โดยเฉพาะ ควรมีโปรตีนที่เพียงพอ อาจใช้อาหารสำเร็จรูปหรือผสมเอง อาหารจะมีผลต่อการออกไข่ของนก ถ้าอาหารดี มีโปรตีนที่เพียงพอ นกจะให้ไข่สูงถึงวันละสิบกว่าฟองต่อตัวเลยทีเดียว ปกตินกหนึ่งตัวจะกินอาหารวันละ 15-20 กรัม เราควรให้อาหารนกสามเวลา เช้าเที่ยงเย็น
ก็มีสูตรการผสมง่ายๆ แต่ใช้ได้ผล มานำเสนอ โดยใช้อาหารไก่ไข่ 3 กิโลกรัม รำข้าว 5 กิโลกรัม ปลายข้าว 3 กิโลกรัม และวิตามิน 1 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากันเป็นอันใช้ได้ น้ำที่ใช้เลี้ยงเราจะใช้น้ำสะอาด และจะมีการผสมวัคซีนเมื่อนกเป็นโรคนอกจากนี้เราจะมีการให้แสงสว่างกับนกในตอนกลางคืนเพื่อให้กินอาหารได้เต็มที่ และเป็นการให้ความอบอุ่นแก่นก โดยใช้หลอดไฟที่มีความสว่างประมาณ 5 แรงเทียน หรืออาจจะใช้หลอดนีออนยาว 40W ก็ได้
หลังจากนกได้กินอาหารที่เพียงพอ ได้รับโปรตีนเต็มที่ ได้ดื่มน้ำที่สะอาด ผ่านไป 45-50 วันก็จะเริ่มออกไข่ให้เราได้เก็บ ถ้าไข่ออกเยอะเราอาจต้องเก็บสามเวลา เช้าเที่ยงเย็น และควรเก็บขี้นกไปทิ้งในตอนเช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้นทุกวันด้วย
เมื่อเก็บไข่ได้แล้วเราจะมาเลือกคัดเฉพาะไข่ที่สมบูรณ์ส่งขายเลือกฟองที่เปลือกหนามีลายชัดเจน โดยราคาขายส่งตอนนี้จะอยู่ที่ 75-80 บาทต่อ 100 ฟอง และขี้นกกะทาสามารถขายได้ราคากะสอบละ 30-40 บาทเลยทีเดียว
อ้างอิงข้อมูลจาก Farmfriend

