เเรงบีบจาก"มหาเถรสมาคม"เด้งผอ.พศ. คนดีไม่มีที่ยืน -ได้เวลา คสช.สะสางกลิ่นคาววงการสงฆ์

เเรงบีบจาก"มหาเถรสมาคม"เด้งผอ.พศ. คนดีไม่มีที่ยืน -ได้เวลา คสช.สะสางกลิ่นคาววงการสงฆ์

    ยังคงตามต่อกันที่เรื่องที่กำลังเป็นประเด็นให้ได้จับตามองกันอยู่สำหรับเรื่องคำสั่งฟ้าแล่บ แบบที่เจ้าตัวเองก็ตั้งตัวไม่ติดอย่างกรโยกย้าย ผอ.พศ. อย่างท่านพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์  ซึ่งเป็นที่น่าสนใจว่า เมื่อผู้สือข่าวจ่อไมค์ถามถึงสาเหตุว่าท่าน พงศ์พร มีความผิดอันใดหรือจึงต้องมีคำสั่งนี้ออกมา   ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันจากผู้เกี่ยวข้องชั้นผู้ใหญ่ว่า ท่านหาได้มีความผิดใดใด ไม่  เพียงแต่ย้ายไปช่วยงานอีกตำแหน่งหนึ่งก็เท่านั้น  และก็เป็นตำแหน่งที่สูงจากเดิมด้วยซำ  แต่ดูเหมือนว่าอย่างไรเรื่องนี้ก็ยังดูเป็นน่าจะต้องสิ่งใดแอบแฝงอยู่หรือไม่  
โดยทางด้านคุณ สนธิญาณ  ชื่นฤทัยในธรรม  ผอ.สำนักข่าวที่นิวส์เองก็ได้มีการวิเคราะห์ถึงกรณีการโยกย้าย ฟ้าแลบ ฟ้าผาของ ผอ.พศ.คนปัจจุบันเอาได้อย่างน่าสนใจ  ผ่านรายการ คลุกวงในอินไซด์ข่าว  ในช่วงทางเดียวไม่เลี้ยวไปไหน  ระบุว่า...

 

   มาต่อกันที่เรื่องเมื่อวานที่ยังค้างอยู่ก็คือเรื่องของ ผอ.สำนักพุทธฯ  พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์  ถูกเด้ง   ที่นี้ลองถามว่าทำไมเพราะเหตุผลอะไร   เพราะตอนที่ท่านมาย้ำเลยว่า  มาด้วยคำสั่งของคสช. แสดงว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก และคสช.ต้องเชื่อมั่นมาก  แสดงว่าโปต้องดูแล้วว่าต้องแก้ปัญหาได้  ถึงได้เอาคุณพนม ศรศิลป์ ออกไป  ปรากว่า  คำสั่งนั้นออกวันที่ 25 ก.พ.   นี่ สิงหาคม 6 เดือน ไปเสียแล้ว   มีคำถามว่าผิดไหม  ทุกคนก็รีบออกมาพูดว่าไม่มี่ความผิด   ถ้าไม่มีความผิดแล้วไปย้ายเขาทำไม  ใครๆก็ว่าทำงานดี  ตอนเอาเขามาก็เรียกว่าใช้คำสั่งที่สุดยอดเอาเขามา   
    ทีนี้ต้องกลับไปดูว่าตอนเอามา มาจาก ดีเอสไอ  ตำแหน่งก็ไม่ใช่ธรรมดา  ถ้ายังให้อยู่ต่อไป เขาอาจจะเดินก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้  เพราะผลงานตอนอยู่ดีเอสไอ ก็มากมายมหาศาล    เอาเฉพาะเรื่องจัดการกับวัดพระธรรมกายซึ่งเป็นที่ปวดเศียรเวียนเกล้าของรัฐบาลนั้นก็จัดการได้ดี   สาระสำคัญเข้ามาไล่เรียงเรื่องของวงการพระ     เรื่องผลประโยชน์ จากกรณีของวัดวัง ที่นครฯ  ถึงขนาดฆ่ากันตาย  ซึ่งสะท้อนมาให้เห็น   เเต่ถ้าไม่สะท้อนออกมา ผมอยากจะเล่าแบบนี้ว่า  วัดเนี่ยมีผลประโยชน์อยู่  อย่าง 1.เงินบริจาค เงินทำบุญ  2.เงินอุดหนุนที่เป็นเงินทอนใหญ่โตเเต่ยังไม่เท่ากับเงินผลประโยชน์ของวัดนะ  โดยเฉพาะวัดในกรุงเทพมหานคร  วัดมีที่ดิน ตั้งอยู่กลางเมือง  เมื่อวัดมีที่ดิน  วัดตั้งอยู่กลางเมืองแบบนี้  ผลประโชยน์ของกลุ่มทุนธุรกิจที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ยกตัวอย่างวัดวังตะวันตก นั่นต่างจังหวัดนะ ไม่ต้องนับในกทม.  พื้นที่ธรณีสงฆ์ถูกหยิบยกไปใช้เนี่ย  ปัญหาปัญหาหนึ่งที่ พ.ต.ท.พงศ์พร  กำลังดำเนินการคือ ตั้งใจที่จะตรวจสอบบัญชีวัดทั่วประเทศ   
ความตั้งใจในการตรวจสอบบัญชีวัดเนี่ยเป็นเรื่องใหญ่ ทันทีที่มีนโยบายออกไป วัดธรรมกายก็ตอบโต้ทันที่ว่า สำนักพุทธญไม่มีอำนาจตรวจสอบบัญชีวัด     ต้องเรียนคุณผู้ฟังว่าทำไมต้องตรวจสอบบัญชีวัด  เพราะวัดเนี่ยเป็นนิติบุคคลคนที่มีอำนาจในฐานะตัวเเทนนิติบุคคลของวัดคือเจ้าอาวาสเพียงรูปเดียว  เพราะฉะนั้นวัดไหนใครประจบประแจงเจ้าอาวาสก็สามารถเข้าไปจัดการผลประโยชน์ได้  มันจึงเป็นที่มาของการวิ่งเต้นตำแหน่งเจ้าอาวาสกลายเป็นประเด็นปัญหา  วัดโสธร เจ้าคณะอำเภอ  เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นประเด็น       

  ผมย้ำนะว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ในการที่จะตรวจสอบผลประโยชน์  คิดว่าเป็นความจำเป็ฯที่จะต้องทำ  ที่จะต้องปฏิรูปสงฆ์ ชำระพระพุทธศาสนา  แต่เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องที่ทำให้พระพระสังฆาธิการ ในคณะสงฆ์ไทยนั้นเเสดงความไม่พอใจ  เป็นอย่างยิ่ง ทั้งเรื่องการตรวจสอบทุจริตเงินทอนวัด   ประกาศคว่ำบาตร ดำเนินการกันอย่างเป็นระบบ
    ผมขอย้อนรอยไปเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา  ที่วัดเทพศิรินทราวาส ในงานะพิธีสวดถวายในหลวงรัชการที่ 9 ผอ.สำนักพุทธฯ ไปร่วมพิธีด้วยแต่ไม่มีการเชิญเข้าร่วมพิธีดังกล่าว  ดังนั้นในฐานะที่ผมติดตามข่าวจึงตั้งข้อสังเกตว่า  เป็นความจำใจที่ต้องย้าย ผอ.สำนักพุทธฯออกไปเพราะ รัฐบาลไม่อยากคบกับ มหาเถรสมาคมหรือไม่   ถ้าอย่างนั้นผมจะเรียนรัฐบาลว่า ถึงเวลาที่จะล้างบางมหาเถรสมาคม   คุณผู้ฟังอาจจะรู้สึกสะอึก  สนธิญาณ อหังกาบาปนรกจะกินกบาลเอา  ผมขอใช้คำว่าได้ทบทวนเรื่องราว  ทั้งหลายมาพอสมควรแก่เหตุ  หลวงปู่ฤษีลิงดำ  ครูบาร์อาจารย์ท่านก็บอกว่าพระนี่แหละตัวดี ตกนรกเสียมากนัก  พระที่อยู่กับผลประโยชน์ที่ไม่ได้มีความเป็นพระ   

    ทีนี้ผมขอเรียนว่าทำไมต้องล้างบาง  ปัญหาของสงฆ์ปัญหาใหญ่มาจากวัดพระธรรมกาย  ผมลองย้อนรอยไปเมื่อ มหาเถรสมาคมที่ มี อยู่ 20 รูป มีถึง 12 รูปที่ลงมติว่าพระธัมมชโย ไม่ต้องอาบัติปราชิก  ย้ำนะครับในระหว่างลงมติมีพระลิขิต ของสมเด็จพระสังฆราชองค์ก่อน  ออกมาแล้วก็ไปตีความให้ไขว้เขวไปหมด ว่าเป็นเพียงแค่ความเห็นธรรมดา  หรือเป็นพระบัญชา  หรือเป็นพระราชวินิจฉัย  เอาล่ะ จะลำดับความ  สมเด็จช่วงมีวาทะเด็ดๆเพราะท่านเป็ฯประธานที่ปรึกษาโครงการ อุปสมบทหมู่นับแสนรูปแบบนี้  "อาตมาเองตั้งแต่เกิดมาจนปีนี้ 87 ปีแล้วเพิ่งจะมีวันนี้เองที่ได้เดินบนกลีบกุหลาบ"  นี่ก็ตอนธุดงก์กลางเมืองบนกลีบกุหลาบ  สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ก็เป็นที่ปรึกษา โครงการอุปสมบท 100000 รูปอย่างนี้เป็นต้น  3.สมเด็จพระพุทธชินวงษ์ นอกจากเป็นที่ปรึกษาแล้วยังเป็น พยานในคดีที่ธัมมชโยถูกคดีอาญา  ไปรับรองคำสอนของธัมมชโยว่าตรงตามพระไตรปิฎก   พระพุฒาจารย์ ก็ร่วมโครงการอุปสมบทหมู่   พระพรหมณ์วชิรญาณ..  ไล่เรียวท่านไปก็ 12 รูป   เพราะฉะนั้นวันนี้นะครับระหว่างที่พะธัมมชโยหนีหายไปนั้น  อิทธิพลของธรรมกายยังอยู่ไหม?  ยังดำรงอยู่เคลื่อนผ่านคณะสงฆ์และถ้ากลไกนี้เคลื่อนผ่านคณะสงฆ์แล้วได้ผล ผมคิดว่าก็น่าเห็นใจรัฐบาล คสช.  แต่จะเรียนว่าถึงเวลาต้องปฏิรูปจริงๆ   คณะสงฆ์ควรจะต้องปฏิรูปอย่างไร  นี่เรียนหลายครั้งเขาก็ศึกษากันอยู่  เช่น
1.วัดเจ้าอาวาสไม่ให้มีอำนาจเพียวงองค์เดียว  เป็นพระไม่รู้เรื่องเงิน  เรื่องทองพระพุทธเจ้าสอนไว้ว่าให้ละวางเสียด้วยซ้ำไป   ไปดูเงินที่ปีหนึ่งอาจจะมากถึงร้อยล้าน เหมาะสมไหม  จึงควรมีคณะกรรมการ  มีกฎหมายเข้ามารองรับคณะกรรมการไม่ให้เจ้าอาวาสรับผิดชอบเพียงรูปเดียว  เพราะประชาชนธรรมดาความสามารถยังไม่ถึงเลย  เพราะฉะนั้นขีดของพระในการมาดูแลเรื่องเงินไม่ใช่หน้าที่ด้วยซ้ำ  และจาก้จ่าอาวาสไปจนถึง เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัดต้องอยู่ในรูปของคณะกรรมการ  จนมาถึงมหาเถรสมาคม  สภาพการที่ควรจะทำควรมีสภาพสังฆาธิการ โดยมีตัวแทนมาจากเจ้าคณะจังหวัด  จังหวัดละรูป สองรูป ร้อยสองร้อยรูปว่ากันไป  ส่วนอำนาจบริหารให้มีสังฆมนตรีสมเด้จพระสังฆราชเป็นผู้บริหารจัดการ  ไม่ใช่เอาอำนาจไว้ที่มหาเถรสมาคมนี่ผมคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลควรต้องคิด  และถ้าคิดได้อย่าวนี้มันจึงจะชำระสะสาง  เพราะสภาพของคนจำนวนมาก ไม่ได้มีสภาพของความเป็นพระ  ไม่ได้อยู่ภายใต้ธุดงควัตร อยู่ภายใต้ผลประโยชน์  ลาภยศ สรรเสิรญ  ตำแหน่งแห่งหน  ญาติโยมก็พลอยบ้าตามกันไปเหมือนกัน ใครถ้าได้ไปนิมนต์ พระระดับสมเด็จมา กลายเป็ฯเรื่องวิเศษกันไป  ไม่หรอกครับความสำคัญของพระอยู่ที่ความบริสุทธิ์ของใจ   เหมือนกับคนใครเห็นบุญหรือบาป อยู่ที่ใจ  เพราะฉะนั้นภายใต้ข้อเสนอดังกล่าว  รัฐบาลต้องคิดหน่อย  ย้ายผอ.สำนักพุทธเที่ยวนี้  รัฐบาลเสียรางวัดไปดูในโลกโซเชี่ยลได้  ท่านอาจไม่รับฟังแต่ึคิดว่าตอนท่านย้ายมา คะแนนนิยมพุ่งพรวด เห็นถึงความตั้งใจจริง  มันเป็นองค์ประกอบของการปฏิรูปพระพุทธศาสนาในตอนนั้น 

    

แต่วันนี้มีเรื่องค้างคาใจ ว่าผอ.สำนักพุทธ  ท่านกำลังดำเนินการในการตรวจสอบเรื่องผลประโยชน์วัด กำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้วก็ไปย้ายท่านออก  แน่นอนครับความหมายของความเหมาะสมหรือความอัดอั้นตันใจ  ของรัฐบาลคสช. ก็คือเเรงบีบจากมหาเถรสมาคม  ผมก็ต้องย้ำนะครับมหาเถรสมาคมวันนี้ยังอยู่ภายใต้บารมี วัดพระธรรมกาย เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลไม่ลุกขึ้นมาปฏิรูปถือเป็นเรื่องใหญ่ของสังคมไทยเรืองหนึ่ง

 

เเรงบีบจาก"มหาเถรสมาคม"เด้งผอ.พศ. คนดีไม่มีที่ยืน -ได้เวลา คสช.สะสางกลิ่นคาววงการสงฆ์

เเรงบีบจาก"มหาเถรสมาคม"เด้งผอ.พศ. คนดีไม่มีที่ยืน -ได้เวลา คสช.สะสางกลิ่นคาววงการสงฆ์

เเรงบีบจาก"มหาเถรสมาคม"เด้งผอ.พศ. คนดีไม่มีที่ยืน -ได้เวลา คสช.สะสางกลิ่นคาววงการสงฆ์

เเรงบีบจาก"มหาเถรสมาคม"เด้งผอ.พศ. คนดีไม่มีที่ยืน -ได้เวลา คสช.สะสางกลิ่นคาววงการสงฆ์