มติมส.จัดการพระนอกรีต-หมดศรัทธา "สงฆ์บางเหล่า" ปฏิรูปคณะสงฆ์ "พระธรรมวินัย" คงศักดิ์สิทธิ์เหนือ"กฏหมาย"!!!??

มติมส.จัดการพระนอกรีต-หมดศรัทธา "สงฆ์บางเหล่า" ปฏิรูปคณะสงฆ์ "พระธรรมวินัย" คงศักดิ์สิทธิ์เหนือ"กฏหมาย"!!!??

ถึงเวลาชำระคณะสงฆ์แล้วหรือไม่ หลักจากได้มีการประชุมมหาเถรสมาคมเมื่อสัปหาด์ที่ผ่านมา โดยการประชุมดังกล่าวมีพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้าร่วมในการประชุมในครั้งนี้ด้วย หลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คืนตำแหน่งให้ ซึ่งหลังจากมีการประชุมได้ออกมา ในทิศทางการปฏิรูปที่ดีขึ้น  โดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะหนใหญ่ตะวันออก ได้มีคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ที่ 1/2560 ลงวันที่ 28 กันยายน เรื่อง ให้พระสงฆาธิการตรวจสอบพฤติกรรมและลงโทษพระภิกษุสามเณรในปกครอง

 

ด้านคุณ วิรังรอง  ทัพพะรังสี  อดีต นิสิตเก่ารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปปท.) ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยระบุว่า..

คำสั่งเรื่องให้พระสังฆาธิการตรวจสอบพฤติกรรมและลงโทษพระภิกษุสามเณรในปกครอง...รอมาตั้งนานเจ้าค่ะ อยากให้มหาเถรสมาคมออกคำสั่งแบบนี้บ้างมาตั้งแต่ตอนช่วงดีเอสไอปิดล้อมธรรมกาย เพราะมีผู้แต่งกายเหมือนสงฆ์แต่จริยาไม่เหมือนภิกษุ มีพฤติกรรมถูกทุกข้อตามคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก สมเด็จพระพุทฒาจารย์ ลงวันที่ ๒๘ ก.ย. ๒๕๖๐.... ถ้ามส. ออกคำสั่งแบบนี้ตอนช่วงนั้น เจ้าคณะอำเภอคลองหลวงและเจ้าคณะจังหวัดปทุมฯ อาจโดนข้อหาย่อหย่อน ไม่ตรวจสอบ กวดขันควบคุมความประพฤติพระภิกษุสามเณรในปกครอง หรืออาจได้รับโทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ....เพราะตอนนั้นภาพพระวัดธรรมกายที่ปรากฎในสื่อสาธารณะ และสื่อโซเชียล สามณสารูปแทบดูไม่ได้เลย จนขนาดมีผู้กล่าวว่านี้วัดหรือซ่..งโ..ร

มาวันนี้ คำสั่งแต่ละข้อที่เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออกระบุไว้ อ่านแล้วดูเหมือนว่าฝ่ายปกครองคณะสงฆ์ได้ออกมายอมรับอย่างจริงจังเป็นครั้งแรกว่า

๑. มีปัญหาเรื่องภิกษุสามเณรที่ไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย และประพฤติเสียหายเป็นที่ติเตียนของสังคมในลักษณะโลกวัชชะ

๒. ยอมรับความหย่อนยานของพระสังฆาธิการที่ไม่กวดขันอบรมภิกษุในปกครอง...ที่สำคัญคือ...

๓. ปัญหาเหล่านี้ต้องได้รับการแก้ไข

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงเห็นว่าการดำเนิน "การปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์"น่าจะจำเป็นต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน

เรื่องนี้ถ้าถามดิฉัน ดิฉันคิดว่า กฎมหาเถรสมาคมก็ดี ระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ก็ดี เป็นต้น ล้วนออกมาซ้ำซ้อนกับพระธัมมวินัยทั้งสิ้น หากภิกษุสามเณรเคร่งครัดในพระธัมมวินัย มีพระธรมและพระวินัยอันหมดจรดเป็นที่พึ่งที่ระลึก ถ้าคณะสงฆ์สามารถปกครองกันและกันโดยธรรมวินัย กฏ ระเบียบ คำสั่งอื่นใดในทางโลกๆ ก็ไม่มีความจำเป็น เพราะไม่ว่าจะพยายามขีดเขียนกฏ ระเบียบ คำสั่งอื่นใดในทางโลกๆ ให้ครอบคลุมเพียงใดก็ยังมิอาจเทียบได้กับพระธัมมวินัยซึ่งทรงบัญญัติไว้ดีแล้วนั้น

ท่านผู้อ่านก็ลองอ่านคำสั่งเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออกดูสิคะ ทั้ง ๔ ข้อ เป็นเรื่องที่ดิฉันในฐานะชาวพุทธอ่านแล้วก็เห็นว่ารากเหง้าหรือเหตุของปัญหาคือภิกษุสามเณรส่วนหนึ่งมิได้เคร่งครัดในพระธัมมวินัยนั้นเอง ดังนั้นปัญหาจึงมิได้อยู่ที่พระธัมมวินัย แต่อยู่ที่ตัวของภิกษุสามเณร เมื่อพระธัมมวินัยมอันอาจกล่าวได้ว่าเป็นกฎสูงสุดของภิกษุสามเณรไม่ใช่ปัญหา เหตุใดต้องไปสรรสร้างกฎทางโลกขึ้นมาอีก เพราะไม่ว่าจะเขียนกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่งใดๆ ขึ้นมาใหม่อีกกี่ฉบับต่อกี่ฉบับ ก็ไม่อาจมีศักดิ์และสิทธิ์เสมอพระธัมมวินัยได้

ดังนั้นหากการปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์จะเกิดขึ้นในอนาคต ดิฉันในฐานะพุทธศาสนิกชนหวังว่า ผู้รู้ทั้งหลายที่จะมีส่วนร่วมในการนี้ จะยกพระธัมมวินัยเป็นที่ตั้ง ให้พระธัมมวินัยคงความศักดิ์สิทธ์เหนือกม. กล่าวคือคณะสงฆ์ต้องปกครองเสมอกันโดยธรรม มีพระธัมมวินัยเป็นเครื่องอยู่ เครื่องตัดสินและปกครอง

ถ้าเป็นได้เช่นนี้ ปัญหาพระเบี่ยงเบนทางเพศก็จะไม่มี เพราะบวชไม่ได้แล้วตั้งแต่แรก (นี้อ้างว่าก่อนบวชไม่ทราบ แต่พอทราบแล้วไม่จับสึกจึงเป็นปัญหาอยู่ทุกวันนี้) พระเดินสะพายกล้อง ถือโทรศัพท์ ไอแพด ถ่ายรูปตามสถานที่ท่องเที่ยวก็ไม่มี อย่างที่พระมหาโชว์ขึ้นเวทีการเมืองใช้วาจาหยาบคายด่าทออย่างเมามันก็จะไม่มี (คลิปยูทูปหาดูได้ค่ะ) พฤติกรรมที่พระประสาร (พระเมธีฯ ) ประกาศระดมก่อม๊อบพระรายวัน และพระผลิต-ขายเครื่องลางของขลัง ผ้ายันต์บันลือโลก ก็จะไม่มี เหล่านี้ไม่ต้องอาศัยการการสนับสนุนและอารักขาจากทางราชการ ไม่ต้องออกกฎหมายมาจัดการป้องกัน-แก้ไข เพราะเรื่องเหล่านี้ พระธัมมวินัยเอายู่หมดทุกเรื่อง เพียงขอให้นำพระธัมมวินัยมาใช้อย่างจริงจัง

ข้อปฏิบัติที่เร่งด่วนของพระสังฆาธิการและพระภิกษุสามเณรทั่วไป ๘ ข้อนั้น ดิฉันเห็นว่า มีเขียนว่า “ให้ตรวจสอบ” แต่ดิฉันหวังว่าถ้าตรวจสอบพบแล้วก็ขอให้ท่านกรุณาแก้ปัญหาอย่างจริงจังอย่างต่อเนื่องด้วยนะคะ อย่าแค่ทำเป็นแต่สร้างกระแสตื่นตัวชั่วครู่ชั่วคราว เพราะชาวพุทธจำนวนมากหมดศรัทธาใน "สงฆ์บางหมู่เหล่า” (ไม่ใช่ทั้งหมด)ที่ปฏิบัติตนไม่สมควรแก่การรับสักการะละการต้อนรับ แต่ไม่ใช่ว่าจะหมดศรัทธาในพระบรมศาสดาและพระธรรมคำสอน ดังนั้นพวกเราชาวพุทธก็ยังหวังว่า ฝ่ายปกครองคณะสงฆ์จะสามารถโฟคัสไปที่ภิกษุสามเณรนอกรีตให้กลับมาเป็นที่พึ่งที่ระลึกของพวกเราชาวพุทธได้ หรือมิฉะนั้นก็ขจัดออกไปเสียให้สิ้นทราก

ต้นไม้ที่รากเน่าหรือแห้งผุจากภายในลำต้นย่อมโค่นล้มลงได้ง่าย พระพุทธศาสนาก็เช่นกัน จำเป็นที่จะต้องเร่งสร้าง "ความมั่นคงภายใน”ให้เกิดขึ้น เพื่อเป็นเกราะป้องกันการบ่อนทำลายจากภายนอก หากเราสามารถรักษาพระธรรมคำสอนไว้ได้ (ดังนั้นจึงหวังว่า ฝ่ายปกครองคณะสงฆ์จะจัดการอย่างเด็ดขาดกับการเผยแพร่คำสอนและการปฏิบัติที่วิปริตของธรรมกาย) และที่สำคัญหากภิกษุดำรงตนเป็นตัวอย่างที่ดีให้ชาวพุทธเห็นว่า นี้คือผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณสามารถอบรมสั่งสอนให้ชาวบ้านได้รู้ตามด้วยปัญญา เช่นนี้จะนำความมั่นคงไพบูลย์และความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในประเทศไทยไว้ต่อไปได้ ภัยภายนอกที่คุกคามนั้นมีอยู่จริง แต่จะไม่สามารถบ่อนทำลายพระพุทธศานาให้อ่อนแอลง

อาจมีผู้แย้งว่า ดิฉันกล่าวถึงแต่ภิกษุ อะไรๆ ก็มาลงที่ภิกษุ แล้วอุบาสก อุบาสิกาล่ะ

เรื่องนี้เห็นว่า หน้าที่ของภิกษุที่ทรงแสดงไว้มีแค่ ๒ คือ คันถธุระ และวิปัสสนาธุระ ดังนั้นผู้ที่สละทางโลกแล้วก็ควร ๑. ศึกษาเล่าเรียนคำสอน (คันถธุระ) ๒. บำเพ็ญเพียรเพื่อออกจากทุกข์ (วิปัสสนาธุระ) นี้คือบรรพชิตในสายตาของชาวพุทธผู้มั่นคงต่อคำสอนของบรมศาสดา ที่มีต่อภิกษุสามเณรผู้น่าเลื่อมใสศรัทธา และคาดหวังว่าท่านเหล่านั้นจะเผยแผ่พระธรรมคำสอน อบรมให้ความรู้ชาวพุทธตามกำลัง

ส่วนอุบาสก อุบาสิกา คือผู้ครองเรือน ดีกรีความคาดหวังของสังคมต่อเขาเหล่านั้นย่อมน้อยกว่าความคาดหวังที่มีต่อภิกษุ แต่ภิกษุและอุบาสก อุบาสิกา ก็ต้องเกื้อกูลกันจึงจะเกิดเป็นประโยชน์ต่อบวรพระพุทธศาสนา หากอุบาสก อุบาสิกา ไม่เคารพ ไม่เลื่อมใสศรัทธาในพระสงฆ์ ก็จะพากันไม่ทำบุญไม่เข้าวัดไม่อุปัฏฐาก หรือถ้าอุบาสก อุบาสิกาเป็นมิจฉาทิฏฐิ คือเป็นผู้ที่มีความเห็นผิด พระสงฆ์ก็จะอยู่ยาก แต่หากพระสงฆ์เป็นผู้เจริญด้วยปัญญา ก็จะเป็นตัวอย่างที่ดี เป็นที่พึ่งแก่สังคมและประเทศชาติ เป็นผู้สืบต่อพระศาสนาไว้ได้ ดังในสมัยพุทธกาลที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมแล้วทำผู้ที่เห็นผิดปฏิบัติผิด ได้เปลี่ยนหันมานับถือพระพุทธศาสนาได้เป็นจำนวนมาก

ประการสุดท้าย อ่านข้อความในภาพประกอบเรื่องข้อปฏิบัติเร่งด่วนที่สุดของพระสังฆาธิการและภิกษุสามเณร  ด้วยนะคะ และอยากให้เจ้าคณะจังหวัดทุกจังหวัดตั้งศูนย์รับเรื่องนี้จากชาวบ้านด้วย เพื่อแบ่งเบาภาระพระสังฆาธิการในการสำรวจตรวจตรา เพราะชาวบ้านก็มีหลักฐานข้อมูลไม่น้อย ดิฉันก็พอมีนะคะ 55555

วิรังรอง ทัพพะรังสี
พุทธมามกะ
๒ ต.ค. ๒๕๖๐

ป.ล. หลังจากโพสไปก็ได้รับอีกหลายภาพ คำสั่งสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง พระเทพเมธี เจ้าคณะภาค ๙ พระพรหมดิลก เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร

มติมส.จัดการพระนอกรีต-หมดศรัทธา "สงฆ์บางเหล่า" ปฏิรูปคณะสงฆ์ "พระธรรมวินัย" คงศักดิ์สิทธิ์เหนือ"กฏหมาย"!!!??

ที่มา  วิรังรอง ทัพพะรังสี