- 14 ต.ค. 2560
พี่ชายคนโต"โอ๊ค พานทองแท้"หายไปไหน?? เหตุใดน้องสาว-หลาน ปกป้อง"พ่อ"แทน!!??
การเคลื่อนไหวตอบโต้ทางการเมือง ของตระกูลชินวัตร ในช่วงหลังๆที่ผ่านเหมือนกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างขาดหายไป จับสังเกตตั้งแต่ช่วง สิ้นเดือนกันยายน เหล่าบรรดาลูกสาวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อย่าง “เอม พินทองทา” จู่ๆก็ออกมาโพสต์ภาพลูกสาวฝาแฝดวัยกำลังช่างพูดช่างคุย เอมิ – นานิผ่านอินสตาแกรมพร้อมข้อความว่า "จูงมือกัน รักกัน ดูแลกัน สองจิ๋วของแม่โตแล้ว … รู้สึกว่าลูกโตแล้วจริงๆตอนเค้าถามแม่ว่า “ทำไมไม่เคยเจอตาตาที่เมืองไทย? อยากให้ตาตากลับบ้านด้วย” … เด็กๆโตจนพูดรู้เรื่องแล้ว เช้าอีกวันถัดมา (อีก 1 วันที่เลวร้ายของครอบครัวของเรา) เด็กๆวิ่งไปกอดตาตาแล้วพูดว่า “ตาตาสู้ๆนะคะ!! ถ้าคนใจร้ายมารังแกตาตาเราจะปกป้องเอง!! เพราะเราแข็งแรง เอมคิดว่าตัดสินใจถูกที่พาลูกๆมาทริปนี้ นี่คือความตั้งใจของเอมและพี่พงศ์ที่มายาวในครั้งนี้ เพื่ออยู่กับตาตาในวันหนักๆ … (อีกวัน…) นี่คือคำว่าครอบครัวในแบบที่เอมโตขึ้นมา เรามีกันและกันเสมอ ทั้งในวันที่แดดออก และในวันที่ฝนตก มาเติมกำลังใจให้กันและกัน แล้วเราก็แยกย้ายกลับไปใช้ชีวิตของเรา ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดในทุกๆวัน #ขอบคุณสำหรับทุกๆกำลังใจที่มีให้ครอบครัวของเราเสมออยู่ข้างๆเราเสมอนะคะมีค่ามากจริงๆค่ะ"
ถัดมาแค่เพียงหนึ่งวันถึงคิวของด้านน้องสาวคนสุดท้อง”อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” ก็ได้โพสต์คลิปของหลานสาว ฝาแฝดอีกครั้ง ที่แสดงความใสของเด็กน้อยไร้เดียงสา ที่ไม่ได้รับรู้เรื่องราวความจริงทั้งหมด มีเพียงแต่ข้อมูลที่ได้รับเพียงด้านเดียวจากพี่ป้าน้าอา ในตระกูลชินวัตร ซึ่งคลิปดังกล่าว หลานๆได้ พูด “คุณตาสู้ๆ ไม่มีคนร้ายมาจับนะคะ” พร้อมข้อความบรรยายว่า.. ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธ์คุ้มครองตาตาทุกที่ที่ไปนะคะ เติมพลังใจซึ่งกันและกันเสร็จแล้ว ต่างคนก็ต่างไปทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่เคยชินสักทีกับการแยกย้ายกัน มันมีความเหงา ความห่วง ความคิดถึง ความเสียใจ อัดแน่นอยู่ในใจเสมอ ไม่มาอยู่ตรงนี้ คงไม่เข้าใจ ได้แต่คิดว่า โชคดีแค่ไหน ที่ยังได้ยินเสียงทุกครั้งที่อยากได้ยิน อยากกอดก็ยังบินมากอดได้ อยากขอบคุณจากใจ สำหรับคนที่ให้กำลังใจเห็นใจและรักครอบครัวเรามาเสมอ ขอบคุณคนที่หยุดคิดถึงหลักเหตุผล ทำใจเป็นกลาง และเข้าใจอะไรมากขึ้น ขอบคุณคนที่หลับหูหลับตาเกลียด พวกคุณทำให้เราเข้มแข็ง และรู้สึกโชคดีที่ได้รู้ว่าคนที่รักเรานั้น มีค่ามากจริงๆ
ซึ่งแน่นอนการกระทำดังกล่าว กลับให้โทษมากว่าคุณ !! การเอาลูกมาสร้างเรื่องราวขึ้นกระดาน เผยแพร่สู่สาธารณะ ให้ลูกเป็นเป้า ท่ามกลางความขัดแย้งรุนแรง ดูแล้วหน้าขายพิลึก !!
ตามต่อที่ประเด็นหลักข้างต้น “ตระกูลชินฯ” มีบางสิ่งหายไป มาถึงกรณล่าสุด ที่นายชูชีพ ชีวะสุทธิ์. หรือที่รู้จักกันในนาม “ลุงสนามหลวง” ได้กล่าวเชิญชวนให้นายทักษิณร่วมมือสร้างสถานการณ์ก่อเหตุร้ายในวันที่26 ตุลาคม โดยระบุว่า “คุณทักษิณ ได้ยินเสียงนี้นะ วันที่26 คุณปิดเกมได้เลยนะ” เป็นสาเหตให้บรรดาคน ใน“ตระกูลชินฯ” ดาหน้าออกมาปฏิเสธ ไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องดังกล่าว เริ่มจากเบอร์ 1 ตัวนายทักษิณได้ออกมาทวิตเตอร์ ขู่จะดำเนินคดีกับทุกคนที่นำตนไปเกี่ยวข้อง กับเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ และยืนยันว่าตนไม่เคยรู้จักบุคคลดังกล่าว และไม่เคยแม้แต่จะคิด ที่จะล่วงเกินสถาบันฯ เลยแม้แต่น้อย
ตามด้วยลูกสาวทั้ง2คนเดิม!! โดย "พินทองทา" ได้โพสต์ข้อความ คำบรรยาด้วยว่า "เห็นใจและเหนื่อยใจแทน กับทุกๆครั้งที่พ่อโดนใส่ร้ายเรื่องนี้ ตลอดเวลาในชีวิตรับราชการ, ออกมาทำธุรกิจ, เป็นนักการเมือง หรือแม้กระทั่งหลายๆปี ที่พ่อจากประเทศไทยไป ลูกๆทุกคนรู้ว่าพ่อมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย อดทนไว้นะคะพ่อ ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ขอให้พ่อเข้มแข็ง และขอให้กำลังใจพ่อค่ะ"
ส่วน"แพทองธาร" ก็ได้เอา รูปภาพข้อความทวิตเตอร์ มาโพสต์ใหม่
มาถึงตรงนี้ ก็พอจะจับสังเกตได้แล้วว่า สิ่งที่หายไปจากการเคลือนไหวของ "ตระกรูชิน" ก็คือ “โอ๊ค พานทองแท้” ลูกชายคนเดียว และยังเป็นพี่คนโต ของครอบครัว ซึ่งการหายไปดังกล่าว ดูแล้วท่าทีแปลกๆ เพราะปกติแล้วโดยส่วนตัวไม่ว่าเรื่องอะไรจะเล็กหรือใหญ่ ที่ส่งผลกระทบ หรือเสียผลประโยนช์กับตระกูลชิน ที่ผ่านมา “โอ๊ค พานทองแท้” มักจะออกมาเป็นรายแรกในการตอบโต้โดยทันทีเสมอ ๆ แต่ครั้งนี้กลับมีอย่างสิ่งแปลกๆ ซึ่ง“โอ๊ค พานทองแท้” ไม่ออกมาเคลื่อนไหวใดๆเลย ทั้งโลกโซเชียล และต่อหน้าสื่อ ซึ่งหากไล่เรียงระดับเวลาแล้ว บังเอิญเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกัน หลังจากที่ ทางดีเอสไอ มีมติแจ้งข้อหานายพานทองแท้ กับพวก ในข้อหาฟอกเงินคดีการทุจริตปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย ให้กับกลุ่มบริษัท กฤษดามหานคร มีเพียงแต่ทนายความเท่านั้น ที่เดินสายอยู่ขณะนี้ !!
และในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ ทางดีเอสไอออกหมายเรียกนายพานทองแท้ กับพวกรวม 4 คน ให้มารับทราบข้อกล่าวหา แต่หากวันที่ 24 ตุลาคมนี้ นายพานทองแท้ไม่เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน หรือมีการขอเลื่อน พนักงานสอบสวนก็จะพิจารณาถึงเหตุผลความจำเป็นก่อน และจะพิจารณาไปตามกระบวนการออกหมายเรียกและหมายจับตามความเหมาะสมต่อไป
ฉะนั้นก็ได้แต่รอลุ้นว่าวันที่ 24 เราจะได้เห็นภาพายพานทองแท้ มารับทราบข้อกล่าวหาหรือไม่ และถ้าหากว่านายพานทองแท้ มั่นใจว่าในความบริสทุธิ์ของตนเอง ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในคดีกรุงไทยเดินทางไป ก็ยิ่งต้องมาปรากฏตัว แต่หากไม่มาแล้วสุดท้ายก็หนีไม่พ้นการเดินตามรอยเท้าพ่อและอา!
