- 19 ต.ค. 2560
เผยภาพ"ครูบาน้อย"ปลงผมแล้ว!!หลังออกจากถ้ำ พร้อมเปิดใจ!! 3ปี3เดือน3วัน ไม่เปล่งวาจาเลยสักคำ!!??
จากกรณีที่สังคมออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพความเลื่อมใสของชาวบ้านที่แห่รับ พระมหาณัฐวุฒิ ญาณวิชชโย หรือ “ครูบาน้อย” หลังจากจำพรรษาในถ้ำเชตวัน ต.สันทะ อ.นาน้อย จ.น่าน นาน 3 ปี 3 เดือน 3 วัน โดยฉันเพียงน้ำและผลไม้ จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์นั้น ทั้งว่าทำไมอยู่ในถ้ำเป็นเวลานานถึง3ปี ถึงมีเนื้อตัวสะอาดสะอ้าน หนวดเคราไม่มีเเถวมีผมยาวอีก จนเป็นกระเเสวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนาๆ
ทีมข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปยังถ้ำเชตวัน ต.วันทะ อ.นาน้อย จ.น่าน เพื่อหาความจริงหลังจากทีมข่าวไปถึง ได้สอบกับทางลูกศิษย์ของครูบาน้อย ได้ความว่า สถานที่เเห่งเป็นพุทธสถานที่เก่าเเก่ก่อนจะมีการปรับปรุงซ่อมเเซม จากปากของชาวบ้านเล่าว่าครูบาน้อยได้บวชตั้งเเต่เป็นเณร เเละปฎิบัติตามหลักพระธรรมวินัยมาโดยตลอด หลังจากนั้นทางทีมข่าวได้ไปสนทนาธรรมกับครูบาน้อยเเละได้ถามข้อสัยสัยที่เป็นประเด็นของสังคม ครูบาน้อยเล่าปกติก็ทำจำศีลเเบบนี้มาโดยตลอด เเต่เป็นเวลาช่วงเข้าพรรษา ระยะเวลา3เดือน เเต่ครั้งนี้ได้เข้าไปตั้งเเต่ปี57 จึงทำให้ลูกศิษย์ที่เลื่อมใสมารอคอยเพราะได้เข้าไปถึง 3ปี 3เดือน 3วัน ระหว่างที่เข้าไปปฎิบัติธรรม
ครูบาน้อยเล่าว่า ได้ปฏิบัติตามกิจของสงฆ์อย่างเคร่งคัด โดยก่อนที่จะเข้าไปนั้น ได้ตั้งจิตอธิฐานว่าจะไม่มีการเปล่งวาจา เเละมีการเขียนเพียงข้อความเท่านั้นที่จะเป็นการติดต่อกับคนภายนอกเเละคนที่จะสามารถนำอาหารไปให้ฉันท์มีเพียงเเค่สองคนที่นำอาหารมาให้ มีโอกาสเข้าพบ “ครูบาน้อย” ซึ่งอยู่ระหว่างเทศน์ธรรม ภายในถ้ำที่เคยจำศีล โดยลักษณะพื้นที่เป็นกำแพงศิลาแลงสูงกว่า 3 เมตร ล้อมรอบกุฏิ และปากถ้ำเอาไว้ มีประตูเหล็กทึบด้านหน้าและหลัง บริเวณด้านหน้ามีป้ายติดว่า ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต ด้านในรั้ว เป็นกุฏิขนาดใหญ่ สูง 2 ชั้น 1 หลัง และกุฏิไม้ชั้นเดียว 1 หลัง ภายในมีทางเข้าถ้ำซึ่งก็เขียนประกาศชัดเจนว่า เป็นพื้นที่จำศีลครูบาน้อย เมื่อเข้าไปด้านในถ้ำพบพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ โดยมีแท่นปูนยกสูงสำหรับเป็นที่จำวัดของครูบาน้อย มีเพียงเสื่อ และกลดสำหรับพระธุดงค์ ไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าใดๆความลึกจากปากถ้ำเข้าไปภายในเพียง 20 เมตรเท่านั้น โดยจากภายในสามารถมองเห็นแสงจากภายนอกได้
ซึ่ง “ครูบาน้อย” เปิดเผยกับทีมข่าวว่า หลังจากที่ตัวเองออกมาจากการจำศีล ก็มีข่าวต่างๆ ที่นำเสนอออกไปในหลายมุม มีลูกศิษย์นำข้อมูลมาเล่าให้ฟัง ซึ่งหลายอย่างมีการบิดเบือนข้อเท็จจริง
อย่างกรณีที่ระบุว่าตนเองไม่ฉันข้าว ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง เพราะตนฉันแต่ผลไม้ น้ำดื่ม นม รวมทั้งขนมปัง รวมถึงกรณีที่บอกว่า ลูกศิษย์ใช้เชือกผูกอาหารหย่อนลงมาให้ ระบุว่าไม่ใช่ความจริง ในกุฏิจะมีอาหาร น้ำดื่มบางส่วน จัดเตรียมไว้ให้ หากต้องการสิ่งใด ตนก็จะเขียนจดหมายทิ้งไว้หน้าประตู ลูกศิษย์จะนำมาถวายด้านหน้าประตูเท่านั้น
“ครูบาน้อย” เปิดเผยอีกว่า ตนมีหลักที่ตั้งขึ้นมาเพื่อการบรรลุการปฏิบัติธรรมครั้งนี้ คือ 1.การไม่พบใคร และไม่ให้ใครพบ หากระหว่างที่จำศิลแล้วมีคนพบตน จะเริ่มต้นนับวันที่ 1 ใหม่ 2.ไม่เปร่งวาจาพูดกับใครตลอดที่ปฏิบัติธรรม
ขณะเดียวกันตอนที่ออกมาจากการจำศิล และเห็นว่าผมยาว ไม่มีการปลงผม “ครูบาน้อย” ชี้แจงว่า เพราะอยู่คนเดียว ไม่มีใครปลงผมให้ แต่ปัจจุบันเมื่อตัวเองออกมาแล้ว ก็ปลงผมตามปกติ ส่วนกรณีของหนวดเครานั้น ระบุว่าตัวเองเป็นคนไม่มีขน ไม่มีหนวดเครา ซึ่งเป็นสรีระธรรมชาติของร่างกายโดยส่วนตัวไม่อยากให้สนใจเรื่องการปฏิบัติ ที่ตนทำ เพราะเป็นเพียงข้อปฏิบัติที่ตนยึดถือเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ไม่มีกฎตายตัวว่าต้องปฏิบัติอย่างไร สำหรับการจำศิล ระยะเวลา 3 ปี 3 เดือน 3 วัน ก็เป็นการนำหลักปฏิบัติของครูบาอาจารย์ที่ตัวเองเคารพนับถือ มาสานต่อเท่านั้น
พร้อมยืนยันตนไม่เคยอวดอ้างอิทธิฤทธิ์ ไม่เคยนำหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าไปบิดเบือน และสิ่งที่ทำไม่ใช่การขังตัวเอง เพราะตลอด 3 ปี 3 เดือน 3 วัน ตนยังสามารถเดินออกมาเข้าห้องน้ำ สรงน้ำ ในกุฏิที่หน้าถ้ำได้ ทั้งยังออกมาซักจีวรในพื้นที่กลางแจ้งได้ ไม่ใช่ว่าตนเองจะจำศีล โดยไม่เห็นเดือนเห็นแสงตะวัน
นอกจากนี้การจำศีลปฏิบัติธรรมลักษณะนี้ ตัวเองก็ทำเป็นประจำอยู่แล้ว โดยจะทำช่วงเข้าพรรษา 3 เดือน ของทุกปี แต่นี่คือครั้งแรกที่จำศีลยาวนานถึง 3 ปี 3 เดือน 3 วัน
