- 06 พ.ย. 2560
มากกว่ามูลค่าเม็ดเงิน!! "ตูน" วิ่งเปลี่ยน"ก้าวคนละก้าว" เปลี่ยนบรรยายกาศ "อึมครึม" คืนชีวิต รอยยิ้ม สู่3จ.ชายแดนใต้!!
เริ่มต้นอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับโครงการ "ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ" ของ"ตูน บอดี้สแลม"หรืออาทิวราห์ คงมาลัย ออกสตาร์ทที่ใต้สุดแดนสยาม อ.เบตง จ.ยะลา ในวันที่1 พ.ย. ที่ผ่านมา และจะสิ้นสุดที่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ในวันที่ 25 ธ.ค. รวมระยะเวลา 55 วัน รวมระยะทาง 2,191 กิโลเมตร ต้องขอชื่นชมหัวจิตหัวใจของลูกผู้ชายคนนี้จริงๆ ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขตั้งเป้ายอดบริจาคไว้คือ 700 ล้านบาท.
ไม่ใช่เรื่องธรรมดาในการวิ่งครั้งนี้ ตูนและคณะ เพราะต้องวิ่งในพื้นที่เขตสีแดง หรือ RED ZONE ที่มักเกิดเหตุการณ์รุนแรงที่ถือว่าอันตรายมากในเขต3จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่สีหน้าความมุ่งมั่นของหนุ่มตูนก็ไม่ได้มีความระแวงหรือกังวลใดๆ โดยตลอดเส้นทางในการวิ่งจะผ่านพื้นที่เสี่ยง อาทิเช่น บันนังสตา ลาแงะ รือเสาะ เมืองยะลา เมืองปัตตานี สายบุรี หนองจิก สุไหงปาดี ทุ่งยางแดง ล้วนแต่เป็นจุดที่มีการก่อเหตุ “พื้นที่สีแดง”ทั้งสิ้น และแม้จะมีทหาร-ตำรวจ คอยคุมกันดูแลตลอดเส้นทางก็ตาม ก็ต้องถือเป็นการเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ และเป็นการเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเช่นนอน ถ้าจิตใจไม่กล้าหาญและเสียสละจริง ก็ยากที่จะทำในสิ่งเหล่านี้ได้
ซึ่งเส้นทางการวิ่งของตูนและคณะ ในวันแรก ที่ผ่านมาหลังออกจากจุดสตาร์ทไปแล้ว ตูน และคณะ ได้วิ่งไปตามถนนสาย 410 ยะลา-เบตง จากนั้น จะแวะทำกิจกรรมบริจาคทุนให้แก่โรงเรียนบ้านด่านสันติราษฎร์ ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จากนั้น จะวิ่งผ่านวัดพุทธมงคล จนถึงสะพานโต๊ะกูแซ ต.แม่หวาด อ.ธารโต รวมระยะทางวิ่งวันแรกกว่า 50 กิโลเมตร
2 พ.ย. เวลา 06.42 น. ถือเป็นการวิ่งวันที่ 2 โดยออกสตาร์ทจากจุดเริ่มต้นที่สะพานโต๊ะกูแซ (ด่านตรวจทหาร) จ.ยะลา มุ่งหน้าสู่หน่วยกู้ภัย อบต.บ้านแหร จ.ยะลา 10.1 กม. -หน่วยกู้ภัย อบต.บ้านแหร-หน่วยป้องกันรักษาป่าพื้นที่ ยล.4 บันนังสตา จ.ยะลา 12.1 กม. -หน่วยป้องกันรักษาป่าพื้นที่ ยล.4 บันนังสตา จ.ยะลา-การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บันนังสตา จ.ยะลา 13.0 กม -การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค บันนังสตา จ.ยะลา
3 พ.ย. ตูน และคณะ ได้เริ่มวิ่งออกจากจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคบันนังสตา ไปยัง โรงเรียนบ้านตาเนาะปูเตะ ระยะทาง 12.3 กม. ที่ต้องหยุดวิ่งกลางทางเนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ซึ่งได้แบ่งระยะการวิ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ ระยะที่1โรงเรียนบ้านตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา ถึง สำนักงาน อบต.กรงปินัง ระยะทาง 12.6 กม ระยะที่สอง สำนักงาน อบต.กรงปินัง ถึงสถานสงเคราะห์เด็กชาย อ.เมือง จ.ยะลา ระยะทาง 12.2 กม. ก่อนที่จะหยุดพักทำกิจกรรมที่สถานสงเคราะห์เด็กชาย จากนั้นจะเริ่มวิ่งในระยะที่สาม จากสถานสงเคราะห์เด็กชาย ไปยัง สามแยกบ้านเนียง ระยะทาง 12 กม. และระยะที่ 4 จากสามแยกบ้านเนียง ไปยัง วัดธนาภิมุข จ.ปัตตานี ระยะทาง 11.7 กม. รวมระยะทาง 5 ระยะ ที่จะวิ่งทั้งหมดในวันนี้คือ 60.8 กม.
4 พ.ย. จาก อ.เบตง และจะเป็นวันสุดท้ายของการวิ่งในเขต จ.ยะลา ซึ่งตูนและคณะ ออกวิ่งจากสถานสงเคราะห์เด็กชายจังหวัดยะลา ถนนสุขยาง เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา ไปตามถนน ผ่าน ศอ.บต. วงเวียนศาลหลักเมืองยะลา เลี้ยวซ้ายออกถนนเทศบาล 1 ผ่านสำนักงานอัยการจังหวัดยะลา ผ่าน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ผ่านสี่แยกไฟแดง โรงพยาบาลศูนย์ยะลา จุดตรวจท่าสาป ออกถนนหมายเลข 409 สายยะลา – บ้านเนียง แวะทำกิจกรรม ที่โรงไฟฟ้ากัลฟ์ ยะลากรีน จำกัด ก่อนจะเข้าเขตรอยต่อบ้านป่าพ้อ หมู่ 3 ต.ลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา กับ ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานีต่อไป
5 พ.ย เริ่มวิ่งจากวัดธนาภิมุข ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ไปสิ้นสุดที่คิตตี้ รีสอร์ต ต.เทพา อ.เทพา จ.สงขลา โดยมีระยะทาง 49.50 ก.ม. รวมตั้งแต่วันแรกอยู่ที่กว่า 170 กิโลเมตร ซึ่งขณะเดียวกันในวันดังกล่าว ได้เกิดเหตุการณ์ กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้โรยตะปูเรือใบในอ.ยะรัง จ.ปัตตานี แต่อยู่คนละเส้นทางกับที่ ตูน ออกวิ่ง ทำให้รถรับส่งนักเรียน รถจักรยานยนต์และรถยนต์ของชาวบ้านยางรั่ว คาดเป็นการสร้างสถานการณ์ในพื้นที่
ซึ่งยอดเงินบริจาคล่าสุดที่ (5 พ.ย) อยู่ที่ 80,033,778.28 บาท นอกเหนือจากเม็ดเงินแล้ว แต่ความจริงมีคุณค่ามหาศาลมากกว่านั้น การวิ่งในสามจังหวัดชายแดนใต้ ตามที่ได้ลำดับกันไปแล้วนั้น ถ้าไปดูเส้นทางการวิ่ง ต้องย้ำอีกครั้งว่า พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่สีแดง ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงคือเหตุการณ์ปล้นปืนกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "ค่ายปิเหล็ง" ในตำบลปิเหล็ง อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ปี 2547 ครั้งนั้นทหารเสียชีวิต 4 นายกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่า คนร้ายได้อาวุธปืนไป 413 กระบอก ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ยึดคืนมาได้ 94 กระบอก จากนั้นก็ได้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นตามมานับครั้งไม่ถ้วน ถึงแม้ภาครัฐจะมีนโยบายต่างๆ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ปัจจุบันนี้ จนทำให้แนวโน้มของเหตุการณ์จะลดลง อย่างต่อเนื่องก็ตาม แต่ตลอดระยะ 13 ปีที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 6,500 คน และได้รับบาดเจ็บอีกว่า 12,000 คน
บรรยายการการวิ่งของ ตูนและคณะ ทำให้เราได้เห็น บรรยายกาศการที่พี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเด็กๆนักเรียน วัยรุ่น ผู้เฒ่าผู้แก่ หรือแม้แต่ผู้ป่วยนั่งรถวิวแชร์ ออกมานั่งรอเพื่อค่อยเงินบริจาค และจับมือส่งกำลังใจ นั้นคือมุมๆหนึ่งที่เราได้เห็น แต่ในแง่ภาพรวมของประเทศนั้นยิ่งใหญ่กว่า ในการที่มีคนลงไปทำกิจกรรมในพื้นที่ ที่เสียงอันตราย เป็นพื้นที่สีแดง และความรู้สึกร่วมไม่ได้แบ่งแยกว่าเป็นไทยพุทธ หรือไทยมุสลิม ซึ่งภาพที่แสดงออกมาให้เห็นไม่ใช่แค่สื่อเฉพาะประเทศ แต่เป็นสื่อทั่วโลก ที่ได้เห็นในสิ่งที่ดู “อึมครึม” น่ากลัว แต่ก็มีสิ่งดีๆเกิดขึ้น มากมายกว่ามูลค่าทางการเงินที่จะวัดเอาไว้ได้
ดังนั้นในวันนี้พวกที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนาๆในทางเสียๆหายๆ ควรกลับไปทบทวน ไตรตรอง พิจารณากันเสียใหม่ ในการกระทำของตัวเอง การที่คุณออกมา วิพากษ์วิจารณ์ ชีวิตคุณได้ทำอะไรให้กับแผ่นดิน หรือคนอื่นๆบ้าง ถ้าเราแปลพลังนี้เป็นความรู้สึกร่วมของคนไทย กิจกรรมต่างๆในสังคมไทย ก็แบบนี้บ่อยๆครั้ง บรรยายกาศต่างๆ ทั้งการขัดแย้งพื้นที่สีแดง หรือแม้กระทั้งความขัดแยงเรื่องการเมืองก็จะจบสิ้น และจะหมดไป
ท้ายที่สุดสิ่งที่ได้เห็นและรู้สึกได้ในการวิ่งครั้งนี้ ต้องขอชื่นชมในความเสียสละของพี่ตูน ที่ไม่ใช่วิ่งระดมทุนช่วยโรงพยาบาล แต่ยังช่วยสร้างรอยยิ้ม ความสามัคคีให้กับคนไทย และที่สำคัญพี่ตูนได้สร้างความสุขใจ แบบที่ไม่สามารถประเมินค่าได้
และหากท่านใด มีความประสงค์ที่จะบริจาค สามารถ ส่งSMS บริจาคครั้งละ 10 บาทโดยพิมพ์ T ส่งไปที่ 4545099 (เฉพาะเครือข่าย AIS, DTAC, True Move H)
หรือบริจาคผ่านบมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขารัชโยธินชื่อบัญชี : มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์ฯ (โครงการก้าวคนละก้าว)
เลขบัญชีเดินสะพัด : 111-393-5263
