วัวธนู-ควายธนู สัตว์ภูติไสยศาสตร์ ของขลังที่ใช้เฝ้าบ้าน เฝ้าเรือน ใครได้ครอบครองได้ผลชะงัดนัก!!(มีภาพ)

Publish 2016-08-02 11:03:41



ควายธนู-วัวธนู เป็นเครื่องรางตามความเชื่อทางไสยศาสตร์ สะท้อนให้เห็นระบบความเชื่อทางไสยศาสตร์ของสังคมเกษตรกรรม อันมีความผูกพันกับวัฒนธรรมข้าว ซึ่งเลี้ยงวัวควายไว้ใช้งานในด้านการเกษตร วิชาเหล่านี้เป็นการทำหุ่นพยนต์รูปแบบหนึ่ง หุ่นพยนต์สามารถทำได้ทั้งรูปคนและสัตว์ ที่นิยมมีทั้งวัวธนูและควายธนู สามารถสร้างได้หลายวิธี เช่น สานจากไม้ไผ่ ปั้นด้วยดินผสมมวลสาร ปั้นจากขี้ผึ้ง ไปจนถึงหล่อขึ้นด้วยโลหะอาถรรพ์ เช่น ตะปูโลงศพเจ็ดป่าช้า ,เหล็กขนันผีพราย ,เหล็กยอดเจดีย์ เป็นต้น เอามาหลอมรวมกันหล่อเป็นรูปควาย บางสำนักใช้โครงเป็นไม้ไผ่แล้วพอกด้วยครั่งที่ได้จากต้นพุททรา เมื่อทำสำเร็จแล้วต้องปลุกเสกตามพิธีกรรม แล้วเลี้ยงไว้ให้ดี ต้องหาหญ้าและน้ำเลี้ยงเสมอ


เชื่อว่าสามารถใช้ให้เฝ้าบ้านหรือไร่นา ใช้งานได้ตามความประสงค์ ทั้งป้องกันภูตผีและโจรผู้ร้าย และสามารถสั่งให้ไปสังหารคู่อริได้อีกด้วย มีคาถาใช้เสกเมื่อทำควายธนูว่า โอมปู่เจ้าสมิงไพร ปู่เจ้ากำแหงให้กูมาทำควาย เชิญพระอีศวรมาเป็นตาซ้าย เชิญพระอาทิตย์มาเป็นตาขวา เชิญพระนารายณ์มาเป็นเขา เชิญพระอินทร์เจ้าเข้ามาเป็นหาง เชิญพระพุทธคีเนตร์ พระพุทธคีนายมาเป็นสีข้างทั้งสอง เชิญพระจัตตุโลกบาลทั้งสี่มาเป็นสี่เท้า เชิญฝูงผีทั้งหลายเข้ามาเป็นไส้พุง นะมะสะตีติ

ความเชื่อเรื่องควายธนูมีอยู่ทุกภาคของประเทศไทย บางท้องถิ่นเชื่อว่าผู้เลี้ยงต้องดูแลอย่างดีหมั่นให้อาหารและปล่อยออกไปท่องเที่ยว จะประมาทหลงลืมไม่ได้ ไม่เช่นนั้นควายธนูจะหวนมาทำร้ายเจ้าของเสียเอง แต่บางแห่งก็ถือเป็นเสมือนเครื่องรางธรรมดาสำหรับใช้พกพาติดตัว



มีเรื่องเล่าขานจากผู้เฒ่าผู้แก่ที่เล่าสืบต่อเนื่องกันมาถึงเรื่องการต่อสู้ ของวัวธนูกับเสือสมิง 4 ตัว ว่า มีพระธุดงค์รูปหนึ่งได้ธุดงค์แสวงหาความสงบเงียบ วันหนึ่งขณะธุดงค์เข้าไปในราวป่าปราศจากบ้านเรือนของผู้คน เป็นเวลาที่ตะวันกำลังจะลาลับขอบฟ้าไปแล้วนั้น สิ่งหนึ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าในสายตาไกลลิบๆ คือ อุโบสถร้างกลางป่า ระหว่างทางนั้นก็ได้พบกับชายชรานุ่งขาวห่มขาวคนหนึ่ง ซึ่งได้ขอติดตามพระธุดงค์ไปด้วยความห่วงใย ระหว่างเดินไปได้พบต้นไผ่ที่โน้มกิ่งลำต้นขวางทาง ชายชราได้หยิบมีดหมอจากย่ามฟันกิ่งไผ่นั้นแล้วจัดการจักเป็นตอกได้กำใหญ่ ก็เดินทางกันต่อไป แต่ขณะเดินไปชายชราก็นำตอกไผ่นั้นมาสานเป็นสิ่งหนึ่ง เมื่อสานเสร็จก็นำใส่ไว้ในย่าม จนกระทั่งเดินมาถึงอุโบสถร้าง ที่ด้านหลังอุโบสถยังมีศาลาหลังเล็กซึ่งผุพังหลังคาโหว่ และเห็นพระภิกษุ 4 รูปชุมนุมกันอยู่ แต่ก็หาได้ทักทายกับพระธุดงค์และชายชราไม่ อีกทั้งยังก้มหน้าไม่ยอมสบสายตา แต่ที่เห็นนั้นสายตาของพระภิกษุทั้ง 4 หาเหมือนดังสายตาคนปกติไม่ ดูไปเหมือนสายตาของสัตว์ร้าย ชายชราจึงรีบนำพระธุดงค์เข้าไปในอุโบสถร้างและปิดประตูหน้าต่างลงกลอนอย่าง รีบเร่ง แล้วจึงปัดกวาดพื้นอุโบสถให้พอพักอาศัยได้ จากนั้นชายชราได้ล้วงย่ามหยิบเอาเทียนขี้ผึ้งออกมา 2 เล่ม พร้อมธูปสามดอก จุดบูชาพระรัตนตรัยและบอกให้พระธุดงค์ทำวัตรเย็น

เสร็จสิ้นแล้วชายชราได้นั่งจักสานตอกไผ่ของแกไปเรื่อยๆ ตรงมุมอุโบสถ จนตะวันลับฟ้าไปแล้ว ทันใดก็มีเสียงของเสือคำราม พร้อมสายลมพัดพา กลิ่นสาบลอยเข้ามา ชายชรากระซิบบอกพระธุดงค์ให้ตั้งสมาธิจิตบริกรรมพระพุทธคุณ มีสิ่งใดผิดปกติอย่าได้สนใจเป็นอันขาด เสียงของเสือนั้นดูใกล้เข้ามาจนได้ยินเสียงหายใจครืดคราด และเสียงตะกุยตะกายที่ประตูอุโบสถ จากเสียงนั้นกะประมาณอย่างน้อย 3-4 ตัว ทันใดนั้นชายชราได้ผุดลุกขึ้นไปที่ประตูอุโบสถ แล้วสอดไม้ไผ่ที่สานนั้นออกไปตามรูช่องดาลอันแล้วอันเล่าจนหมด หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงของสัตว์ต่อสู้กันอย่างรุนแรง จนกระทั่งเสียงนั้นสงบนิ่งไป ครั้นรุ่งเช้าเมื่อเปิดประตูอุโบสถออกมา ปรากฏเห็นเสือโคร่ง 4 ตัว มีขนาด 6 ศอก นอนตายไส้ทะลักออกมา ชายชราได้บอกกับพระธุดงค์ว่า พระภิกษุทั้ง 4 ที่พบเมื่อเย็นวานล้วนเป็นเสือสมิงทั้งนั้น สังเกตได้ว่าที่คอยังมีผ้าเหลืองพันอยู่ทุกตัว และถ้าชายชราไม่มากับพระธุดงค์ด้วย เสือสมิงทั้ง 4 ตัว คงทำอันตรายแก่พระธุดงค์ไปแล้ว ส่วนที่ชายชราจักสานไม้ไผ่นั้น เป็นวัวธนู



วัวธนู นั้นสร้างขึ้นจากวัตถุแต่ละชนิดได้ 3 ประเภท คือ


 1. วัวทอง เป็นวัวธนูชั้นหนึ่งสร้างขึ้นด้วยโลหะอาถรรพ์ มีตะปูตรึงโลงศพ เหล็กขนันผีตายทั้งกลม งั่ง (ตัวยาซัดทองชนิดหนึ่ง) ทองแดงเถื่อน ดีบุก ทองขวานฟ้า เงินปากผี ทองยอดนพศูล นำมาหล่อหลอมเข้าด้วยกันแล้วลงอักขระตามตำราที่บังคับ หรือหล่อเป็นโคถึกหรือกระทิงโทน

2. วัวขี้ผึ้ง เป็นวัวธนูชั้น 2 ท่านให้ใช้ขี้ผึ้งปิดหน้าผีตายโหง ผีตายทั้งกลม ผสมด้วยผมผีตายพราย ผมผีตายลอยน้ำ ตานกกด ตาแร้ง ตาชะมด กำลังวัวเถลิง เผาไฟให้ไหม้บดเป็นผงผสมกับเถ้าฟอนเจ็ดป่าช้าแล้วนำไปคลุกกับขี้ผึ้งปั้น เป็นรูปวัวหรือควายก็ได้ เสกด้วยอาการ 32 บางตำราเพิ่มคนเลี้ยง 1 คน

3. วัวไม้ไผ่ เป็นวัวธนูชั้น 3 ใช้ชั่วคราวในเวลาฉุกเฉิน ให้ใช้ไม้ไผ่ที่ขึ้นคร่อมทาง กลั้นหายใจตัดด้วย นะโม ตัสสะ กะทีเดียวให้ขาดจากกัน นำมาสานเป็นรูปหัววัว คล้ายเฉลวปักหม้อยาแผนโบราณ


กล่าวสำหรับวัวธนูนั้น มีอิทธิฤทธิ์ 108 ยอดยิ่งในโชคลาภค้าขาย เป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม เรียกคู่ แก้เคราะห์ร้าย เฝ้าบ้านกันขโมย ป้องกันอาถรรพ์คุ้มครองบ้าน ป้องกันปราบปรามภูตผีปีศาจ คุณไสยมนต์ดำ สรรพคุณล้ำเลิศไม่มีภัยอันตรายใดๆ จะกล้ำกรายได้เลย