สุดยอดสมุนไพร!! ไร้ผลข้างเคียง แถมมีฤทธิ์เพิ่มภูมิต้านเอดส์!!?

Publish 2017-10-18 18:58:12



โรคเอดส์เกิดจากการติดเชื้อ HIV อันนำมาสู่โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคนี้ไม่มียารักษาให้หายขาดได้ มีเพียงยาต้านไวรัสเท่านั้น ที่จะช่วยให้เชื้อไวรัสเอดส์ลดลง ซึ่งต้องนำเข้าจากต่างประเทศ มีข้อดีคือทำให้ไวรัสลดลง มีภูมิคุ้มกัน CD4 เพิ่มขึ้น แต่มีข้อเสียคือทำให้เกิดภาวะผิดปกติ เช่นตับอักเสบ ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน โรคไต ปลายประสาทอักเสบ ปวดเมื่อยตามข้อตามตัว ผื่นขึ้นเต็มตัว แขนตอบ ขาลีบ เราลองมาดูสมุนไพรที่ไม่มีผลข้างเคียงกันมั่งดีกว่า
การรักษาด้วยสมุนไพรอาจได้ผลการรักษาไม่เหมือนกัน บางคนรักษาได้ผลดีแต่ในผู้ป่วยบางคนอาจจะไม่เห็นผลชัดเจน ซึ่งจะเป็นความจริงเพราะเอชไอวี / เอดส์ยังแตกต่างกันในผู้ป่วยทุกรายและผู้ป่วยเอดส์ทุกคนมีความแตกต่างกันของตัวเองในส่วนที่เกี่ยวกับไวรัส แต่ไม่เคยมีการรายงานว่ามี effects หรือผลข้างเคียงที่รุนแรงจากการรักษาสมุนไพรของผู้ป่วยโรคเอดส์



>>> สมุนไพรบำบัดรักษาเอดส์
1. เนื้อและเปลือกมังคุดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นก็สามารถใช้รักษาเอชไอวี อีกทั้งยังป้องกันมะเร็งและหลอดเลือดหัวใจ แต่ถ้าคุณต้องการผลเป็นธรรมชาติมากขึ้นคุณสามารถทำน้ำมังคุดของคุณเอง เคล็ดลับคือค่อนข้างง่าย ใช้เปลือกมังคุดaและแยกออกเป็นสองส่วน แยกเนื้อและขูดผิวด้านในของเปลือกมังคุดที่สีแดง ใส่ลงในเครื่องปั่นที่ได้รับผสมกับน้ำผึ้งเป็นสารให้ความหวานและเพิ่มน้ำเพียงพอ หรือสามารถผสมกับผลไม้ที่คุณชื่นชอบ การกินมังคุดเป็นประจำกินสามารถทำให้อมตะเพราะผลไม้ชนิดนี้มีสารต้านอนุมูลอิสระสุดที่ทำหน้าที่ในการรักษาและซ่อมแซมเซลล์เสียกลายเป็นดีขึ้นอีกครั้ง มังคุดช่วยทำลายทุกโรคในร่างกายและเพิ่มภูมิต้านทาน และเชื่อว่ามังคุดสามารถรักษาโรคทางเอชไอวี

2. ว่านหางจระเข้
ว่านหางจระเข้ซึ่งเป็นพืชที่มีประโยชน์มากต่อร่างกาย สมัยก่อน นำมาใช้บำรุงผิวพรรณให้นุ่มนวล รักษาการเผาไหม้บนผิวหนัง มีคุณสมบัติป้องกันเชื้อราและแบคทีเรียบาง ย้อนกลับไปในยุค 70 การวิจัยพบว่าว่านหางจระเข้มีสารที่ช่วยกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวในร่างกายมนุษย์ การวิจัยยังช่วยในการค้นพบว่าพืชที่มีสารต่อต้านไวรัส polysaccharides ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ย้อนกลับไปในยุค 80 การวิจัยผู้ป่วยโรคเอดส์ 8 คน ใช้เวลาประมาณ 90 วัน ผู้ป่วยที่กินว่านหางจระเข้ และในระยะยาว เมื่อตรวจสอบไวรัสในเลือดก็ลดลง ผู้ป่วยเอดส์อาจจะใช้ดื่ม7 ออนซ์ในรูปเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ควบคู่ไปกับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส หลังจากช่วงเวลา 14 เดือน ก็สังเกตเห็นว่าสุขภาพของผู้ป่วยดีขึ้น นอกจากการต่อสู้ไวรัส แต่มันยังช่วยเพิ่มความงามตามธรรมชาติของผิวพรรณของผู้ป่วย

3. ชาสมุนไพร
ชาสมุนไพรไม่ได้เป็นเพียงประโยชน์ในการช่วยไขมันส่วนเกินและในทางกลับช่วยในการลดน้ำหนักตรงกันข้ามก็จะมีการรายงานเพื่อช่วยในการโต้ตอบไวรัสเอดส์ในร่างกาย มีจำนวนของชาสมุนไพรที่มีอยู่ในตลาด แต่ผู้ป่วยโรคเอดส์จะต้องผ่านการยินยอมจากแพทย์ผู้รักษา ถ้าชาถูกเคี่ยวประมาณ 10 นาทีก่อนที่จะดื่มมันจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผลการวิจัยว่าชาจะช่วยให้ค่อยๆยับยั้งไวรัสเอดส์
วิธีการที่ชาสมุนไพรทำงานก็คือโดยการช่วยให้การเผาผลาญไขมันในร่างกายซึ่งจะทำให้มีความเสี่ยงต่อไวรัส เมื่อไขมันถูกกำจัดออกร่างกาย ก็จะกลายเป็นวิธีการที่เป็นไปได้มากขึ้นที่จะตอบโต้ไวรัสเอดส์

4. ลูกใต้ใบ
สามารถยับยั้งเอนไซม์ Reverse transcriptase ของ HIV - 1 ได้

5. ฟ้าทะลายโจร
สาร dehydroandrographolide succinic acid monoester ซึ่งสังเคราะห์ได้จากสาร andrographolide จากฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ต้านเชื้อ HIV-1 และมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ HIV-2 ได้

6. ขมิ้นชัน
สารสีเหลืองของ Curcumin ในขมิ้นชันมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ Protease ของ HIV-1 และ HIV-2 ได้

7. เห็ดหลินจือ
มีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อ HIV-1 ได้ผลดี โดยป้องกันเซลไม่ให้ถูกทำลายในช่วงแบ่งตัวของไวรัส และไม่มีพิษต่อเซล และมีสรรพคุณช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย รักษาอาการภูมิแพ้และตุ่มคันทางผิวหนัง ในปี 2533 โรงพยาบาลจุฬาภรณ์รายงานผลการวิจัยที่ได้ผลกับผู้ป่วยโรคเอดส์ ในการประชุมนานาชาติที่เมืองอัมสเตอดัมประเทศเนเธอร์แลนด์

8. เห็ดไซบีเรีย
นักวิทยาศาสตร์ในไซบีเรียวิจัย พบว่าสามารถช่วยในการรักษาและต่อต้านไวรัสเอดส์ เห็ด Chaga เห็ดเหล่านี้เติบโตในต้นเบิร์ชของไซบีเรีย และสามารถป้องกันไม่ให้ดีเอ็นเอของเซลล์ถูกสารอนุมูลอิสระที่ทำลายล้าง เห็ด Chaga มีกรด betulinic ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นพิษต่อไวรัสเอดส์ นอกจากนี้ยังช่วยในการยับยั้งและชะลอการเจริญเติบโตการไวรัสที่กำลังแพร่พันธ์ในร่างกาย ถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมของยาที่ใช้สำหรับผู้ป่วยโรคเอดส์

9. มะระขี้นก
ในเมล็ดแก่ของมะระขี้นก มีโปรตีน TBG-P 29 ซึ่งมีฤทธิ์ต้านเชื้อ HIV โดยการยับยั้งเอนไซม์ reversetranscriptase นอกจากนี้ผลอ่อนยังใช้เป็นยาเจริญอาหาร รักษาอาการเบื่ออาหารของผู้ป่วยโรคเอดส์ได้

10. บอระเพ็ด ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้แก่ผู้ป่วยโรคเอดส์



11. มะขามป้อม นอกจากจะมีวิตามินซีสูง สามารถช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย และยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทานกับผู้ป่วยเอดส์

12.Nigella Sativa หรือที่เรียกว่า 'เมล็ดสีดำ
วารสารแอฟริกันดั้งเดิมเสริมและการแพทย์ทางเลือก แถลงว่าผู้ป่วย HIV ซึ่งหลังจากที่เข้ารับการรักษาด้วยสารสกัดจากเมล็ดสีดำมีประสบการณ์aการกู้คืนที่สมบูรณ์โดยไม่มีไวรัสเอชไอวีที่ตรวจพบหรือมีการต่อต้านเชื้อต่อเอชไอวีในซีรั่มเลือดของพวกเขาทั้งในระหว่างและระยะเวลาที่การรักษาสิ้นสุด

13. กระเทียม
ใช้เหน็บทวาร โดยการชุบกับน้ำมันมะพร้าวก่อนที่จะเหน็บทวาร จะช่วยในการฆ่าไวรัสเอดส์ในลำไส้ใหญ่ในขณะที่คุณนอนหลับ นอกจากนี้ยังจะต่อสู้กับพยาธิ และแบคทีเรียได้

14. ใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ทา จะช่วยในการฆ่าเชื้อไวรัสเอดส์ เอชเปอร์ออกไซด์ได้ ควรใช้ทั่วร่างกายวันละครั้ง เวลาที่แนะนำมากที่สุดคือในตอนเช้า เมื่อนำมาใช้ก็จะถูกถูบนร่างกายและจะได้รับภายในร่างกายผ่านทางผิวหนัง ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์แต่การนำมารับประทานมันอาจฆ่าแบคทีเรียที่เป็นมิตรในลำไส้
น้ำมิใช่เป็นเพียงสารประกอบที่เกิดจากไฮโดรเจนกับออกซิเจนเพียงอย่างเดียว ยังมีสารประกอบของไฮโดรเจนกับออกซิเจนอีกตัวหนึ่งคือ H2O2 -ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งเป็นสารที่ไม่อยู่ตัว สามารถสลายตัวให้ออกซิเจนกับน้ำ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ คล้ายโอโซน (O3) มากใช้ฆ่าแบคทีเรีย สลายตัวให้ออกซิเจน ได้เหมือนกับน้ำ
ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่มีขายตามร้านขายยานั้น มีไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์อยู่ 3% อีก 97% เป็นน้ำ นับว่าเป็นส่วนผสมพอเหมาะสำหรับการนำมาใช้ แสงและความร้อนทำให้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์สลายตัวกลายเป็นน้ำได้อย่างดี ด้วยเหตุนี้ร้านเครื่องยาเขาจึงบรรจุไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ไว้ในขวดทึบแสง และเขายังเติมสารบางอย่าง เช่น แอลกอฮอล์ ลงไปเล็กน้อยเพื่อกันมิให้ H2O2 สลายตัวเร็วเกินไปและมีป้ายติดไว้ข้างขวดเตือนให้ผู้ตั้งเก็บไว้ในที่เย็น

15. สูตรของ อ.สุทธิวัสส์ บรรยาย ที่วัดเขาพุทธโคดม ศรีราชา
กินพริกหอม / พริกพาน / หมากแข่น / มะแข่น / ปาปิก้า
ตัวยาถ้ามีขนาดเท่าเม็ดพริกไทย ให้กินวันละ 15 เมล็ด
ถ้าขนาดเล็กมากให้กิน 90 เมล็ด กินประมาณ 1 เดือน จะหายขาดได้ ยามีรสซ่าลิ้น ให้บดใส่แคปซูลจะกินง่ายกว่า
ถ้าจะให้ดีควรล้างระบบดูดซึมก่อน
- กินโยเกิรต์ นมสด น้ำผึ้ง มะนาว
- สูตรล้างระบบดูดซึมอื่นๆ ที่เหมาะสมกับแต่ละคน
คือระบบดูดซึมที่สำคัญมาก ถ้าระบบนี้ไม่สามารถนำสารอาหารหรือยาที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย ต่อให้อาหารดีหรือยาดี ก็ไม่สามารถซึมผ่านผนังลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดได้ ถ้าระบบดูดซีมดีร่างกายก็จะสามารถสร้างภูมิขึ้นมาช่วยในการต่อต้านเชื้อโรคต่างๆได้ดีมากขึ้น ระบบเลือดก็จะดี ผิวพรรณก็จะดีและงามตามไปด้วย

>>> แนวทางในการรักษาโรคเอดส์
1. หยุดหรือชลอการเพิ่มขึ้นของเชื้อไวรัส 
2. เสริมสร้างภูมิต้านทานด้วยยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน
3. ให้ยาป้องกันโรคแทรกซ้อนที่พบบ่อย คือวัณโรค ปอดอักเสบ เชื้อราขึ้นสมอง ตุ่มคันตามตัว มีไข้ทุกวัน เบื่ออาหารน้ำหนักตัวลดลง ท้องเสีย ภูมิคุ้มกันต่ำกว่า CD4 ต่ำกว่า 500 ลงมา
>>> สัญญาณง่ายๆ ที่ทำให้ต้องสงสัยการติดเชื้อ HIV นี้ บอกมาเพื่อ
1. น้ำหนักลดลงเรื่อยๆ อย่างไม่ทราบสาเหตุ
2. ไข้ต่ำๆ หรือไข้สูง เกิน 2 สัปดาห์โดยไม่ทราบสาเหตุ
3. มีต่อมน้ำเหลืองตามตัว เช่น คอ รักแร้ ขาหนีบ โตขึ้น
4. มีฝ้าขาว ( เชื้อรา ) ขึ้นบนลิ้น หรือในปาก
5. มีผื่นยุงกัดผิวหนังที่ไม่ยอมหาย
 

หากมีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง จะได้รีบไปตรวจเลือด HIV ที่ รพ. อย่ามัวแต่ลังเล หรือกลัวที่จะตรวจ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไปรู้เร็ว รักษาเร็ว ก็อาจมีโอกาสหายเหมือนคนปกติได้เร็วขึ้น

 

via : ทองในตู้ , Focuschannel Thailand



เรียบเรียงโดย

สราวุฒิ ธนกุสุมาลย์