มติฟัน...!! ชี้แจงกันชัดๆ ห้ามเยียวยาผู้ประกอบการ ร้านค้า รีสอร์ท บุกรุกชายหาดเขาหลัก

Publish 2017-11-15 15:02:34



ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังจาก คสช. และ จังหวัดพังงา ได้มีการจัดระเบียบ ผู้ประกอบการ รีสอร์ท ร้านค้า ประชาชน ที่บุกรุกชายหาดในแหล่งท่องเที่ยวย่านเขาหลักมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี ซึ่งพบว่า เมื่อถึงหน้าโลซีซั่น ของทุกปีรัฐจะสามารถจัดระเบียบชายหาดได้เรียบร้อย และเมื่อย่างเข้า ไฮซีซั่น ของทุกปีเหล่าผู้ประกอบการก็จะกลับมาบุกรุกบริเวณชายหาดเพื่อหาเลี้ยงชีพกันอีกครั้ง ทำให้ คสช. และ จังหวัดพังงา ต้องพยายามหาวิธีเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ด้วยการ นำเหล่าผู้ประกอบการ เข้ามาประกอบอาชีพในบริเวณ ที่สาธารณะประโยชน์หนังสือสำคัญที่หลวง(นสล.) แต่กลับพบว่า ประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2559 ได้ห้ามกระทำกิจกรรมใดๆ ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่สาธารณะติดชายหาด จึงทำให้ ที่ดิน นสล. ไม่สามารถที่จะเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ



ล่าสุด วันที่ 15 พ.ย.60 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดพังงา พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาค 4 พร้อมด้วยนายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา คณะทำงานจัดระเบียบชายหาดจังหวัดพังงา และตัวแทนผู้ประกอบการในพื้นที่ ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า ที่ได้รับผลกระทบจากการการจัดระเบียบชายหาด ร่วมประชุมเพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหา ให้กับผู้ได้รับผลกระทบ ในหมู่ที่ 1,2,3,5,6 จำนวน 89 ราย

 

โดยคณะทำงานจัดระเบียบชายหาดจังหวัดพังงา ได้มีมีมติจากการประชุม 5 ข้อ เพื่อยุติปัญหา คือ 1.ไม่อนุญาตให้บุคคลใด ทำการค้าขายบริเวณชายหาด ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า และไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ นสล.ในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ จากการจัดระเบียบชายหาด 2.ให้ อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำชับดูแลผู้ประกอบการและเจ้าของกิจการ ห้ามมิให้ก่อสร้าง เพิงพัก ศาลา อาคาร สินทรัพย์ใดๆ รวมทั้งการจัดวางร่ม โต๊ะ เตียง หรือที่นั่งบริเวณพื้นที่ชายหาดเพื่อป้องกัน มิให้ผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการจัดระเบียบชายหาด หรือบุคคลอื่น ใช้เป็นเงื่อนไขในการเรียกร้องสิทธิต่างๆ 3.ให้จัดทำประกาศจังหวัดพังงา แจ้งและดำเนินการให้บุคคลได้ทราบว่าจังหวัดพังงา ห้ามมิให้ผู้ใด ก่อสร้าง เพิงพัก ศาลา อาคารก่อสร้างใดๆ รวมทั้งการจัดวางร่ม โต๊ะ เตียง หรือที่นั่งบริเวณพื้นที่ชายหาด หากผู้ใดบุกรุกให้ดำเนินการรื้อถอนภายใน 15 วัน นับตังแต่วันประกาศ 4.ให้จังหวัดจัดทำคำสั่งประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกหน่วย ตรวจสอบพื้นที่และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด 5.ให้ อำเภอ ตรวจสอบและจัดทำข้อมูลประวัติผู้ประกอบการทั้ง 89 ราย มีผู้เดือดร้อนจริง จำนวนกี่ราย จะได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือต่อไป



ทั้งนี้ มติที่ประชุมร่วมทุกฝ่าย อนุโลมให้ผู้ประกอบการเดิมสามารถอยู่ได้จนถึง วันที่ 5 มกราคม 2561 และ เรียกร้องให้ผู้ประกอบการทั้ง 89 ราย ได้ลงทะเบียนตามโครงการตลาดประชารัฐ ซึ่งจังหวัดพังงา ดำเนินการใน 7 ประเภท ผ่านทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด อำเภอเพื่อจะได้จัดหาตลาดให้ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการต่อไป

ภาพ/ข่าว วรรณศิริ โพธิ์พันธ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.พังงา