โวยหนัก!! ชาวบ้านในอำเภอท่าชนะบุกยื่น หนังสือร้องเรียนต่อพ่อเมืองหลังสุดทน พฤติกรรมของผู้ใหญ่บ้านที่ส่อทุจริตเงินหลวง และอมเงินวัด (คลิป)

Publish 2018-06-14 13:56:51



ชาวบ้านในอำเภอท่าชนะจังหวัดสุราษฎร์ธานีบุกเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อผุ้ว่าราชการจังหวัดขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลประสงค์ ที่นำงบหลวงใช้ส่วนตัว /ยึดครอบครองพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันของวัด/ตัดผลผลิตไปขาย/ขุดดินวัดขาย โดยนำไปใช้ส่วนไม่เคยมอบให้วัดหรือชี้แจงต่อชาวบ้าน/ยึดครองประปาหมู่บ้าน ล่าสุดเป็นผู้อนุญาตเปิดให้เล่นการพนันในงานศพเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปว่ากล่าวตักแต่ไม่ฟังถึงขั้นจะชกต่อยตำรวจจนเป็นข่าวดังออกสื่อไปทั่วประเทศ


ชาวบ้านในอำเภอท่าชนะบุกยื่นหนังสือร้องเรียนต่อพ่อเมืองหลังสุดทนพฤติกรรมของผู้ใหญ่บ้านที่ส่อทุจริตเงินหลวงและอมเงินวัด

วันนี้ ( 14 มิ.ย. 61 ) ตัวแทนชาวบ้านประมาณ 20 คน ต.ประสงค์  อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานีเข้ายื่นหหนังสือร้องเรียนต่อนายวิชวุทย์ จินโต ผวจ.สุราษฎร์ธานี โดยผ่านทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ที่เข้ายึดครอบครองพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันอายุประมาณ 10 ปี จำนวน 420 ต้น พื้นที่ประมาณ 23 ไร่ที่ชาวบ้านร่วมกันปลูกในพื้นที่สำนักสงฆ์บ้านร่มไทรเพื่อเป็นรายได้เข้าอุดหนุนสำนักสงฆ์และใช้ในกิจกรรมต่างๆของหมู่บ้าน แต่กลับถูกผู้ใหญ่บ้าน ตัดผลผลิตปาล์มน้ำมันไปขายและนำเงินไปใช้ส่วนตัว

 

ชาวบ้านในอำเภอท่าชนะบุกยื่นหนังสือร้องเรียนต่อพ่อเมืองหลังสุดทนพฤติกรรมของผู้ใหญ่บ้านที่ส่อทุจริตเงินหลวงและอมเงินวัด


โดยชาวบ้านได้ยื่นข้อเรียน จำนวน 5 ข้อ ประกอบด้วย 1.ผู้ใหญ่บ้านได้เข้ายึดครอบครองพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันที่ชาวบ้านร่วมกันปลูกในพื้นที่สำนักสงฆ์เก่าจำนวน 23 ไร่ ต้นปาล์มน้ำมันอายุประมาณ 10ปี จำนวน 420 ต้น มาเป็นเวลาประมาณ 4-5 ปี แล้วดำเนินการจัดเก็บเกี่ยวผลผลิตปาล์มน้ำมันในแต่ละรอบ (รอบละ 20 วัน) ขายได้ รอบละ 30,000 – 50,000 บาท โดยนำเงินไปใช้ส่วนตัวทั้งหมดไม่มอบให้ส่วนรวมและไม่เคยชี้แจงต่อชาวบ้านเมื่อชาวบ้านสอบถามจะแสดงอาการไม่พอใจและพูดจาในทำนองข่มขู่ชาวบ้าน จนครั้งนี้ชาวบ้านทนไม่ได้ จึงได้นำหลักฐานร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม เพราะหวังว่าจะได้รับการช่วยเหลือเช่นเดียวกันกรณี ผอ.โรงเรียนบ้านท่าใหม่ ให้นักเรียนกินขนมจีนคลุกน้ำปลาเป็นอาหารกลางวัน  2.จัดทำโครงการประปาหมู่บ้านแต่ไม่ยินยอมจ่ายน้ำให้ชาวบ้านใช้ กักเก็บน้ำไว้ใช้แต่ผู้เดียว เมื่อชาวบ้านไปสอบถาม อ้างว่าน้ำไม่เพียงพอที่จะจ่ายให้ชาวบ้าน 3.ใช้งบประมาณหลวงประมาณ 200,000 บาท ตามมติสนับสนุนก่อสร้างศาลาหมู่บ้านตามที่ตกลงไว้ในที่ประชุม แต่กลับนำเงินไปก่อสร้างศาลาในพื้นที่ของตนเองนำไปประกอบธุรกิจเปิดร้านรับซื้อน้ำยางของตนเอง และไม่ยินยอมให้ชาวบ้านใช้  4.ขุดดินสำนักสงฆ์บ้านร่มไทรในที่ใหม่ไปขายแล้วนำเงินไปใช้ส่วนตัว  5.ขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมผู้ใหญ่บ้านที่อนุญาตเปิดให้เล่นการพนันในงานศพเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบก็แสดงความเป็นผู้มีอิทธิพลข่มขู่จะทำร้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจนเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ สร้างคามเสื่อมเสีให้กับหมู่บ้าน หากมีการตรวจพบว่าเป็นความจริงขอให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวอย่างจริงจังเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างของคนอื่นต่อไป

นางแววตา  อาจหาญ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม จ.สุราษฎร์ธานี เป็นผู้รับหนังสือและกล่าวสั้นๆว่าจะนำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีและเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดภายใน 15 วัน ทำให้ชาวบ้านพอใจในระดับหนึ่งจึงแยกย้ายกันกลับไป แต่ก็ระบุกับผู้สื่อข่าวว่าหากการทำงานของศูนย์ดำรงธรรมไม่มีความคืบหน้าหรือปกป้องอุ้มชูคนกระทำความผิด กลุ่มชาวบ้านจะเดินหน้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อหัวหน้า คสช.จังหวัดสุราษฎร์ธานีและแม่ทัพภาค 4 อีกครั้ง

ภาพ/ข่าว   ณัฐธิดา  เริ่มฤกษ์   ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี




Recommend News