ตอบทุกข้อสงสัย เคลียร์ชัดทุกปัญหา คาใจ ครั้งเเรก กับ"น้ำผึ้ง" ในรายการ "เนชั่นเจาะข่าวเช้า" ช่อง 22 วันจันทร์ที่17ก.ย.นี้ เวลา06.00-08.00น.

Publish 2018-09-16 23:22:19



    จากคดีสุดสะเทือนขวัญ สลดหดหู่  การที่ นายพัชรพล เอกปฐมศักดิ์หนุ่มใหญ่ไบค์เกอร์ วัย47ปี ไลฟ์สดฆ่าตัวภายในบ้านพักของตนเอง คาชุดขี่มอเตอร์ไซค์  โดยย้อนกลับไป เมื่อวันที่ 13 ก.ย. พ.ต.ท ศุภสัณห์ สุขแก้ว สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุยิงตัวตายภายในบ้านเลขที่ 88/37 ถ.พ่อขุนทะเล 22 หมู่ที่ 3 ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี รีบตรวจสอบที่เกิดพร้อม พ.ต.อ.วิชอบ เกิดผล รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.นิพล ชาตรี รอง ผกก.ป.สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน

 

 




    ซึ่งที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้นขนาดใหญ่เนื้อที่กว่า 100 ตารางวา ภายในห้องนอนชั้นบนประตูถูกล็อกจากภายในเจ้าหน้าที่ต้องพังกระตูเข้าไป บนเตียงพบศพนายพัชรพล เอกปฐมศักดิ์ อายุ 47 ปี นอนอยู่บนเตียงนอน สภาพนอนหงายสวมชุดสำหรับใส่ขับขี่รถบิ๊กไบค์สีเทาดำสวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ ใส่รองเท้าหนังสีดำ ที่ขมับขวามีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.หนึ่งนัด ที่ลำตัวพบปืนพกแบบออโตเมติก ขนาด 9 มม.วางอยู่ หน้าอกที่มือซ้ายยังกำตุ๊กตาสีแดงเอาไว้ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

 

 

   จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ใช้เฟซบุ๊กของตัวเอง ที่ไลฟ์สดพร้อมเขียนข้อความ “18+ นะฮะ ขออภัยไว้ล่วงหน้า” และไลฟ์สดตั้งแต่การแต่ตัวและหยิบอาวุธปืนที่วางอยู่บนเตียงนานกว่า 11 นาที จึงเดินมาปิดการไลฟ์สด แต่จากการตรวจสอบภายในห้องโดยละเอียด พบผู้ตายได้เขียนข้อความไว้ที่กระจกมีข้อความเขียนว่า”ไม่มีไรผมตัดสินใจทำเอง” ปืนที่ใช้ยิงจะยกให้กับผู้ที่เผาร่างแล้วนำไปทิ้งน้ำ และไม่มีงานศพโดยเด็จขาดและที่ปลายเตียงพบไอแพดยึดติดกับขาตั้ง และมีกระดาษเขียนข้อความว่า “ให้ดูคลิปสองคลิปสุดท้ายในกล่องก่อน แล้วค่อยดูคลิปแรกในMem”นอกจากนั้นที่หน้าจอทีวียังมีกรรไกรปักอยู่

 

 

  สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม  ผู้ตายมีลูก 2 คน ลงทุนสร้างตัวทำธุรกิจดำน้ำที่เกาะเต่า ในพื้นที่ครอบครัวแฟน ระยะหลังแฟนไม่ซื่อสัตย์ ติดโซเชียลอย่างหนัก และมีเรื่องชู้สาว แถมยังขับไล่ผู้ตายอยู่ตลอด  จะไปไหนก็ไปให้ไปแต่ตัว ถ้าไม่ทำงานก็ไม่ให้เงินใช้ ทั้งที่ธุรกิจทั้งหมดผู้ตายเป็นผู้สร้างมา ผู้ตายไม่มีความสุข ทุกอย่างที่สร้างเหมือนไม่ใช่ของเขา ไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีเพื่อนฝูง เหมือนเสือเฒ่าลำบากร่างกายก็เริ่มไม่ดี หมอนรองกระดูกทับเส้นมีการผ่าตัดถึง 2 ครั้ง ผู้ตายคงถึงที่สุดแล้ว หมดกำลังใจที่จะสร้างครอบครัวต่อ อะไรที่เป็นของผู้ตาย เขายกให้ลูกหมด กลับมาที่สุราษฏร์เขียนจดหมายสาปแช่งแฟนไว้ และจะไม่ยอมไปผุดไปเกิด ให้แฟนทรมานอย่างที่เค้าเป็น


#อย่าลงทุนทำกินในที่คนอื่น นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะถ้าวันใดถูกไล่จะเหลือแต่ตัว
#เจ็บอย่างเสือ_ตายอย่างเสือ

 

 

 นอกจากนี้ผู้ตายได้เขียนจดหมายระบายความในใจเกี่ยวกับปัญหาชีวิตครอบครัวความยาว 2 หน้ากระดาษ โดยมีข้อความสำคัญทิ้งท้ายว่า”ไม่ต้องมาร้องให้ ไม่ต้องมากราบมาไหว้ พี่ไม่อโหสิให้ เราจะทรมานใจอย่างที่พี่เป็นอยู่ในทุกๆวัน เราจะมีหน้าที่ทำในสิ่งที่พี่สั่งไว้ จากนั้นเราถึงจะเป็นอิสระในลมหายใจสุดท้ายของเรา”

 

 

เอาใบ มรณะบัตรไปโอนทุกอย่างให้เป็นชื่อเรา ที่เราอยากได้ อย่างที่เราเคยบอกให้พี่ทำ นี่คือสิ่งสุดท้ายที่พี่เคยบอกว่าจะทำให้

ถ้าเรื่องวิญญาณ และชีวิตหลังความตายมีจริง “พี่จะอยู่ทุกๆมุมมืด คอยดูเรา”
พี่ไม่ต้องการไปเกิดใหม่ พอแล้ว..

 

 

 

 


    ซึ่งบทความร่ายยาว เเสดงความคับเเค้น อัดอั้นตันใจของผู้ตาย ได้โพสต์เขียนไว้ในกระทู้ของพันทิป ยาวหลายบรรทัด เริ่มตั้งเเต่ เดือน มิถุนายน ที่ผ่านมา เเละกระทั้งล่าสุด คือ วันเสาร์ที่ 8 กันยายน

 

Wed 06/06/2018
สิบกว่าปีที่ลงหลักปักฐานในพื้นที่ ที่เรียกว่าเกาะเต่า เริ่มแรก ผมเลือกมาสอนดำน้ำลึก Scuba Diving ที่นี่ จนมาพบกับแฟนคนปัจจุบัน เนื่องจากประสบการณ์การเป็นเชฟอาหาร ฝรั่ง (รวมถึงเป็นครูสอนดำน้ำ PADI OWSI Open Water Scuda Instructor) ในต่างแดนร่วมแปดปี (New Zealand) จึงมาเช่าร้านจากครอบครัวแฟนซึ่งเป็นคนเกาะท้องถิ่นและเป็นเจ้าของสถานที่ ( Landlord ).

เงินทุกบาทที่หาได้ นำมาซ่อมแซม เปลี่ยนแปลงร้านให้ดีขึ้น รวมถึงสามารถกู้ซื้อบ้านราคาร่วมสามล้าน คนเดียวได้โดยไม่มีผู้ค้ำ.

ต่อมาก่อตั้งบริษัท เป็นโรงเรียนสอนดำน้ำ ในพื้นที่ของเจ้าของเดียวกัน คือครอบครัวแฟน (น้ำผึ้ง)ในเมื่อขาดเงินทุนหมุนเวียน จึงตัดสินใจขายที่มรดก22ไร่ มาลงทุนเพิ่ม.

บริษัทเดินหน้าไปด้วยดีจนสามารถอยู่ได้และทำเงิน เงินที่หามาได้ลงทุนพัฒนาพื้นที่ เทปูน ทำถนน ขุดบ่อน้ำใช้ สร้างบ้านให้เช่า ตึกที่ต่อเติมจากโครงสร้างอาคารของบริษัท รวมถึง บาร์ชายหาด ทั้งหมดที่ลงทุนคือในพื้นที่ของครอบครัวของ น้ำผึ้ง.

 

 

แน่นอน การอยู่ด้วยกันย่อมมีเรื่องทะเลาะกันบ้าง น้ำผึ้งเป็นคนขี้หึง ในระยะแรกไม่ปล่อยแม้กระทั่งให้ออกนอกบ้านคนเดียว จนกระทั่งเพื่อนที่มาจากกรุงเทพมาดำนำ้หลายครั้ง แต่แทบทุกครั้ง จบด้วยการทะเลาะหึงหวง การจินตนาการคิดมาก เมื่อทะเลาะกันแรงขึ้น บางครั้งมีการใช้กำลัง แต่สุดท้ายจบด้วยการออกปากไล่.

น้ำผึ้งมีน้องสาวคนนึงชื่อ น้ำฝน เวลาดีทุกอย่างก็ดี จนถึงเวลาที่ขัดใจ คำว่า ที่แม่กู ของแม่กูก็ออกมา ต้องยอมรับว่า คนเกาะเวลาด่านี่ยิ้มมาก ผมเป็นผู้ใหญ่กว่า ทุกอย่างใช้เหตุผล มาเจอเด็กเมื่อวานซืนด่าเหมือนหมา มันก็จริงที่ไปทำมาหากินในที่เค้าเอง.

การทะเลาะกันในแต่ละครั้ง ความอดทนเพื่อ นีน่า ในขณะนั้นยังเล็ก ยังมีมาก
ปัญหาหายไป แล้วก็กลับมาอีกเรื่องเดิมๆ จากการจินตนาการว่าต้องมีใครมาคบหาพัวพันสนใจ.

 

หลายปีผ่านมาถูกไล่มากกว่าห้าครั้ง ลั่นปากว่า ถ้าไม่ทำงานก็ไม่ต้องใช้เงิน หนึ่งครั้ง.

ปัจจุบัน นีนา ร่วมสิบขวบ มี นที ตัวน้อยมาอีกหนึ่ง.

ไม่มีความคิด ไม่มีแรงที่จะสานงานต่อ อยู่ไปวันๆเหมือนไร้ค่าไร้ความหมาย
แทบไม่ทำงาน ออกทริปขี่มอเตอร์ไซค์ไปเรื่อยๆ โดยหวังว่าจะมีกำลังใจมาลุยทำงาน.

ซัมบาล่า สวรรค์ที่เคยไป ดินแดนแห่งจิตและวิญญาณ ไม่มีจริง ก็แค่สถานที่ท่องเที่ยว.

 

 

น้ำผึ้ง ป็นคนที่ชอบเที่ยวมาก่อน เคยแต่งงานมาแล้วแต่จบไม่สวย เป็นคนที่เข้ากับคนง่าย และคนชอบใกล้ชิดโดยเฉพาะผู้ชาย
เวลาเมาคุยสนุก ชอบถึงเนื้อถึงตัว แม้กระทั่งลูกน้องเรือยังยอมให้ลูบหน้าลูบหลัง ขณะที่ผมยังนั่งมองอยู่ จนถึงลูกน้องฝรั่งที่เป็นครูสอนของบริษัท.

มีอยู่ช่วงที่คุมทำเรือของบริษัทร่วมสองเดือน พอกลับมาเห็นแฟนยืนคร่อมขาลูกน้องฝรั่งคุยกันสนุกสนาน แต่ไม่เคยทัก เค้าเลยไม่เฉลียวใจกัน คิดว่าคงทำกันเป็นเรื่องปกติ.

 

 

 

การทะเลาะรึการกระทำตัวที่เกินเลยกับลูกน้อง เคยคุยทุกครั้งหลังกลับมาที่บ้าน (ไม่เคยทำให้เสียหน้า) โดยการใช้เหตุผล ก็เข้าใจและยอมรับทุกครั้ง แต่เหตุผลไม่เคยใช้ได้กับความงี่เง่าและการใช้อารมณ์ และความไม่เคยจำ.

จากความที่ไว้ใจเพราะตัวเองก็ไม่ทำกับใคร คิดว่า น้ำผึ้งคงไม่ทำ แต่เรื่องพวกนี้ ป่วยการที่ต้องไปจับตาดู คนที่ไม่ซื่อสัตย์ อยากมีอะไรกัน ห้านาที สิบนาทีก็แอบมีอะไรกันได้ในทุกที่.

 

 

 

เวลามาบ้านที่สุราษฎร์ที่ซื้อไว้ ถ้าผมออกทริปมอเตอร์ไซด์ ก็มักจะมีเพื่อนชายหรือฝรั่งตามมาอยู่ด้วยกับเด็กๆ แต่พอกลับจากออกทริป ผู้ชายเหล่านั้นกลับคุยเข้าหน้ากันไม่สนิท เหมือนอึดอัดใจ.

แน่นอน ถ้าถามว่าไว้ใจแฟนมั้ย เดี๋ยวนี้ตอบได้ว่าไม่ หลังจากมี นที น้ำผึ้งก็ทำหมัน ความต้องการมี อาจเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเค้า ถ้าแอบมีอะไรกับคนอื่นได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องป้องกัน.

 

 

 

ถ้าถามว่าทำไมไม่ไว้ใจ ขนาดเพื่อนพรรคพวกที่สนิทกันเองที่มีครอบครัวอยู่แล้ว (คุณ น เจ้าของบริษัทดำน้ำ) ยังเคยทักมาคุยในลักษณะหวังผล อันนี้เคยเล่าให้ฟังเอง.

โทษใครมั้ย ไม่โทษ เพราะคนของเราเองที่ทำตัวให้คนอื่นหวังในเรื่องอย่างว่า.

เคยทะเลาะจนยอมตัดเพื่อนทิ้งทั้งหมด ไม่สื่อสารกับใคร แต่ น้ำผึ้งเองกลับไม่สามารถ หยุดโซเชี่ยลได้.

ไม่เคยค้นโทรศัพท์ว่าคุยกับใครบ้างเพราะคิดง่ายๆ ถ้าคนซื่อสัตย์คงไม่ทำ.

ถ้าถามว่าเชื่อว่าแอบคุยกับใครมั้ย ตอนนี้ตอบได้ว่าเชื่อ เคยเข้าไปดูใน Facebook ก็มีผู้ชายมาโพสต์ว่าโสด.

ถ้าถามว่าคิดมั้ยว่าแฟนไม่ซื่อสัตย์เคยไปนอนกับคนอื่น ตอบว่าคิดเพราะหมาเคยกินอุจาระแล้ว มันก็ต้องแอบไปกินอีกจนได้.

ผม Negative คนคนนี้ ครอบครัวนี้ เกาะนี้ไปแล้ว จากที่เคยเป็นคนอารมณ์ดี เกาะนี้เปลี่ยนผมจากหน้ามือเป็นหลังมือ คนละคนไปแล้ว ทุกรอยยิ้มที่ไม่เคยออกมาจากใจ.

ขณะนี้ความเชื่อใจมันหมดไปพร้อมกับกำลังใจที่จะสร้างครอบครัวต่อ อยู่ไปไร้ประโยชน์ เพราะคำว่า “จะไปไหนก็ไป ให้ไปแต่ตัว” มันก้องอยู่ตลอดเวลา รวมถึง “ถ้าไม่ทำงาน ก็ไม่ต้องใช้เงิน” อะไรกัน นี่มันคือธุระกิจที่ผมสร้างมากับมือ.

จากประสบการณ์ แนวคิดคนเกาะ (ถึงจะไม่ทั้งหมด) จะเสนอให้มาลงทุน “ถ้ามันทำไม่รอด มันก็แบกไปไม่ได้”.

เห็นมาหลายเคส แต่ไม่นึกว่าจะมาโดนกับตัว..

“อย่าลงทุนทำกินในที่คนอื่น” นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะถ้าวันใดถูกไล่จะเหลือแต่ตัว
ใช่ ผมเหลือแต่ตัวจริงๆ โดยไม่เฉลียวใจมาก่อน เสียดายเวลา เสียดายความคิดที่ทุ่มเท ตอนนี้ตัวเองสุขภาพไม่ดีเหมือนตอนหนุ่มๆ เพราะอีกไม่กี่ปีจะถึงห้าสิบแล้ว.

ด้วยสถานะปัจจุบัน เป็นหมอนรองกระดูกสามข้อ เป็นนิ้วล็อกทั้งสองข้าง มีปัญหาบ่อยกับระบบทางเดินอาหาร สายตาที่เริ่มไม่ปกติ ปีที่แล้วผ่าตัดไปสองครั้ง.

วัวแก่ ยามหมดประโยชน์ก็ต้องเข้าโรงฆ่าสัตว์ ผมคงไม่มีประโยชน์สำหรับคนที่นั่นแล้ว.

เมื่อถึงทางแยกแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลงชีวิตอีกครั้ง..

 

 

Sat 08/09/2018
สามเดือนที่จากไปร่อนเร่ข้างนอกคิดแต่ว่าอาจจะมีอะไรดีขึ้น กลับมารอบนี้ก็ยิ่งปวดใจมาก
กว่าเดิม.
เคยเจรจาแต่คำขอคืนดีกลับขอแบบพูดไปที ระบบงานทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดตัดสินใจทำกับลูกน้องโดยไม่มีผม.

ถามตรงๆวามีใครคุยด้วยมั้ย ก็ยอมรับตรงๆว่ามีหลายคน..

เค้าคงมีโครงการมากมายในหัวหลังจากที่ผมออกปากยกทุกอย่างให้ เพื่อเด็กทั้งสอง นีน่า กับ นที จะได้มีอนาคต.

เค้าคงคิดว่าตัวเค้าเองเก่งทางด้านธุรกิจ ทั้งๆที่ตอนแรกพบกันเค้าแค่ทำอาหารในร้านแม่เค้าและเที่ยวดื่มไปวันๆ.

ผมเติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจ จึงมีแนวคิดและพาเค้าสร้างตัวจนมาถึงปัจจุบัน.

คำว่าบ้านที่เคยคิดลงหลักปักฐานมันกลับไม่ใช่ ผมไม่มีบ้าน ไม่มีอนาคตให้กับเด็กทั้งสอง.

ที่เกาะตอนนี้ไม่เหลือที่ให้ผมกลับไปแล้ว มันน่าเศร้ามากมาย.

หมดทุกอย่าง ไม่มีแม้แต่ ความคิดที่จะใช้ชีวิตต่อ หลังจากที่ครอบครัวนี้ได้ครอบครองทุกอย่างไปแล้ว เงินทุกอย่างถูกเปลี่ยนไปบัญชีใหม่.

บิลทุกอย่างที่เป็นชื่อของผม ถูกระงับการจ่าย เช่นบัตรเครดิตที่ใช้ร่วมกัน หรือบิลโทรศัพท์.

นึกไม่ถึง และไม่เคยเตรียมตัวที่จะเจอสถานะการณ์แบบนี้.

นึกไม่ถึง ว่าคนที่ไว้ใจที่สุดจะกลายมาเป็นงูเห่า.

ผมเกิดปี 1971 อายุมากกว่าแฟนร่วมสิบปี นี่คือความแตกต่างด้านความคิด.

 

Xxxxxx (ขอเซนเซอร์) คือชื่อในโซเชี่ยล และชื่อผู้หญิงคนนั้น.

XXXXXX รีสอร์ท (ขอเซนเซอร์) โฉลกบ้านเก่า คือสถานที่ของครอบครัวนั้น.

เกาะเต่า คือเกาะแห่งนั้น สถานที่ภายนอกสวยงาม แต่มีความอำมหิตซ่อนอยู่.

ถ้าข้อความนี้ถูกแพร่ออกไป นั่นหมายถึงผมไม่มีชีวิตอยู่แล้ว.

ผม พัชรพล เอกปฐมศักดิ์ ผู้ที่ได้ทุ่มเทแรงกายและใจ สร้างและพัฒนา
-บริษัท อัลวาโร่ ไดฟ์วิ่ง Alvaro Diving Co.,Ltd
-บาร์ชายหาด The Pirate Bar
-ร้านอาหาร ธาราพร

“ผู้ชายนอกครอบครัวคนใด ที่มากิน มาใช้เงินที่ได้มาจากสิ่งที่ผมสร้างขึ้น
จะพบจุดจบอย่างไม่เป็นธรรมชาติอย่างที่ผมเป็น”

“บุคคลผู้นี้XXXXXXXX มีหน้าที่เลี้ยงดู นีน่า และ นที จนเติบโตให้ได้ดี จนมีชีวิตที่สุขสบาย จนลมหายใจสุดท้าย ถึงจะหมดหน้าที่”

“สมบัติของสะสมที่เป็นชื่อของผม เช่นปืนทั้งสี่กระบอกและอื่นๆ จะตกไปสู่ นีน่า และ นที เท่านั้น ถ้าไม่รับให้ทำลายทิ้ง”

นี่คือคำสั่งและคำสาปสุดท้ายของ ชายที่มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าและความแค้นเต็มอก ผู้ซึ่งล่วงลับไปแล้ว.

ศักดิ์ศรีของผมไม่มีทางที่จะยอมกลับไปให้เหยียบย่ำ.
ยอมเป็นหางเสือ ดีกว่าเป็นหัวหมา.
เจ็บอย่างเสือ ตายอย่างเสือ.

ผมจะไม่เอ่ยขอความช่วยเหลือใดๆ ทุกอย่างจะปล่อยไปตามกรรมลิขิต
ถ้าถึงเวลาสำหรับผมแล้ว อีกห้าวันหลังจากนี้ คือวันลาจาก.
(ผมจะใช้ระยะเวลานี้เพื่ออดอาหาร และระบายของเสียในร่างกายให้หมด และจะลดอุณหภูมิห้องให้ต่ำที่สุดเพื่อรักษาสภาพศพจนกว่ามีคนมาพบ.)

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการพิสูจน์จากทางการ ห้ามมิให้จัดงานศพ หรือเพื่อระลึกถึงใดๆ ให้เผาทำลายศพของข้าพเจ้า แล้วนำส่วนที่เหลือไปทิ้งน้ำ ไม่อนุญาตให้เก็บไว้ไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม.

“I came with the wind I gone with the wind”

ถึงน้ำผึ้ง..
“ไม่ต้องมาร้องให้ ไม่ต้องมากราบมาไหว้ พี่ไม่อโหสิให้ เราจะทรมานใจอย่างที่พี่เป็นอยู่ในทุกๆวัน เราจะมีหน้าที่ทำในสิ่งที่พี่สั่งไว้ จากนั้นเราถึงจะเป็นอิสระในลมหายใจสุดท้ายของเรา”

เอาใบ มรณะบัตรไปโอนทุกอย่างให้เป็นชื่อเรา ที่เราอยากได้ อย่างที่เราเคยบอกให้พี่ทำ นี่คือสิ่งสุดท้ายที่พี่เคยบอกว่าจะทำให้.

ถ้าเรื่องวิญญาณ และชีวิตหลังความตายมีจริง “พี่จะอยู่ทุกๆมุมมืด คอยดูเรา”
พี่ไม่ต้องการไปเกิดใหม่ พอแล้ว..

ด้วยความแค้นเต็มอก..

 



    เเละในวันที่    16 กันยายน  2561  ที่เมรุวัดโพธิ์นิมิต ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ฯ ภรรยา ลูก พร้อมด้วยพ่อและญาติทั้งสองฝั่ง รวมถึงเพื่อนๆบิ๊กไบค์จากชุมพร ภูเก็ต อุบลราชธานี อุดรธานีและแม่สอด พร้อมเพื่อนร่วมอาชีพจากเกาะเต่า มาร่วมส่งดวงวิญญาณทำการฌาปนกิจศพของนายพัชรพล เป็นครั้งสุดท้าย บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจ  ซึ่ง   นายสหภูมิ ศรีสกุลฉั่ว พ่อของนายพัธรพล เผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ติดใจอะไรแล้ว ส่วนตัวคิดว่าหนุ่มเป็นคนเลือกและตัดสินใจเอง ซึ่งเป็นปัญหาภายในครอบครัว ซึ่งขณะนี้ไม่ได้มีความกังวลเป็นห่วงเรื่องหลานเมื่อสูญเสียพ่อไป เนื่องจากหลานยังมีทั้งแม่ และครอบครัวฝั่งแม่ของหลานที่จะเลี้ยงดู


   ด้าน น.ส.ธรรมมรณ์ นิชนิภาโฆสิต น้องสาวของนายพัธรพล บอกว่า หลังจากทราบข่าวก็เดินทางมาร่วมไว้อาลัยให้พี่ชายครั้งสุดท้าย ถึงแม้ว่าพี่ชายจะสั่งเสียไม่ให้จัดงานศพ แต่ก็อยากทำให้ครั้งสุดท้ายเพื่อส่งไปสู่ภพภูมิที่ดี กับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่โทษใครทั้งนั้น

 

   ที่สำคัญ หากต้องการอัพเดตสถานการณ์คดีดังกล่าว อย่างเจาะลึกในทุกเเง่มุม   ทางด้าน  น้ำผึ้ง หรือ  น.ส.พึ่งพิศ จันทร์อินทร์ ภรรยาของ นายพัชรพล เอกปฐมศักดิ์ หรือ หนุ่ม  เสี่ยเกาะเต่าผู้ล่วงลับ จะมาเปิดใจ เคลียร์ชัดๆครั้งเเรก ถึงเรื่องราวต่างๆ ซึ่งเป็นปมหรือปัญหาคาใจ  ที่สื่อต่างๆไม่เคยถามมาก่อน   ติดตามชมได้ในรายการ เนชั่นเจาะข่าวเช้า  ทางเนชั่นทีวี ดิจิทัลทีวี หมายเลข 22 ในวันจันทร์ที่ 17 กันยายน 2561   เวลา 06.00-08.00 

   

อาทิ..
เจอกันฝ่ายชายได้อย่างไร ??   จดทะเบียนกันหรือไม่??  หลังจากพิธีฌาปนกิจสามีเเล้ว จะมีเเผนดำเนินชีวิตอย่างไร ฯลฯ  

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณภาพ

springnews

 

 



เรียบเรียงโดย

ดลวรรธน์ โพธิชาธาร