ขอผมพูดบ้าง อดีตรองปลัดฯ เปิดใจเที่ยวบินดีเลย์ โดนดราม่าโจมตี ทั้งที่ไม่เคยใช้สิทธิ์ราชการขออัปเกรดใดๆ

ขอผมพูดบ้าง อดีตรองปลัดฯ เปิดใจเที่ยวบินดีเลย์ โดนดราม่าโจมตี ทั้งที่ไม่เคยใช้สิทธิ์ราชการขออัปเกรดใดๆ

Publish 2018-10-23 11:05:03


จากกรณีที่เกิดเหตุการณ์เครื่องบินดีเลย์ ในเที่ยวบินทีจี 971 เส้นทางซูริค-กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา เนื่องจากนักบินไม่ยอมนำเครื่องขึ้นนั้น ทั้งนี้เป็นเพราะนักบินที่จะโดยสาร ยืนยันจะนั่งเฟิร์สคลาส

ทั้งที่เที่ยวบินนั้น ในชั้นเฟิร์ศคลาสที่นั่งเต็ม ส่งผลให้ผู้โดยสารกว่า 300 คนนั่งรอเครื่องบินขึ้นเกือบ 2 ชั่วโมงครึ่ง  จนสุดท้ายมีผู้โดยสารสามี-ภรรยาคู่หนึ่งยอมสละที่นั่งที่จองไว้ล่วงหน้าให้นักบินคนดังกล่าวได้นั่งแทนนั้น 



ต่อมาทางด้านนายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาเปิดเผย ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น และขอโทษเกี่ยวกับเรื่องนี้ ระบุว่า ตนในฐานะผู้บริหารระดับสูงได้รับทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วและไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องร้ายแรง และกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์กร จึงได้สั่งการให้เรียกผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย มาสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามระเบียบของบริษัท อย่างเคร่งครัด รวมทั้งจะกำหนดมาตรการป้องกันเพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีกในอนาคต


ก่อนที่จะมีเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า Yuwaree Pankla เล่าเรื่องราวในวันเกิดเหตุ หลังเครื่องการบินไทยดีเลย์ 2 ชั่วโมงครึ่ง ในสนามบินซูริค บอกว่าวันก่อนเดินทางกลับบ้านเที่ยวบิน TG971 (ZRH-BKK) มีกําหนดการบินออกจาก นครซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เวลา 13.30 CEST แต่ได้รับการประกาศ จากภาคพื้นดินว่ามีการล่าช้ากว่า กําหนดและไม่มีกําหนดการบินที่ชัดเจน จนกระทั่งเวลา 15.00 CEST มีเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินประกาศเชิญเราและสามีมาคุย จึงได้ทราบถึงปัญหา ของความล่าช้าของเที่ยวบินนี้ เนื่องจากเที่ยวบินนี้ได้รับแจ้งว่ามีคณะนักบินที่ต้องการจะโดยสาร เครื่องบินเที่ยวบินนี้กลับประเทศไทยด้วย จํานวน 4 คน

 

และนักบินต้องการที่นั่งในตําแหน่งที่เราและสามีได้ทําการจองมานานแล้วคือ 1K,2K จึงเป็นสาเหตุที่ทําให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินมาขอร้องให้เราเปลี่ยนที่นั่งไปนั่งที่อื่น เพราะไปขอผู้โดยสารท่านอื่นแล้วไม่มีใครยอมให้ และได้รับแจ้งว่าถ้าเราไม่ยอมเปลี่ยนที่ให้นักบินที่จะโดยสาร(Deadhead pilot)ไปด้วย นักบินประจําเครื่องก็จะไม่ยอมบิน เราจึงจําเป็นต้องตัดสินใจในขณะนั้นโดยยอมที่จะทําการเปลี่ยนที่นั่งที่จองไว้ตั้งแต่เริ่มต้นที่ซื้อตั๋ว 


ต่อมาตรวจสอบพบว่าเป็นผู้เสียสละที่นั่งให้กับนักบิน และได้เล่าเรื่องราว ในฐานะผู้ได้เสียสละและได้รับความเดือดร้อน มีข้อมูลเชื่อมโยงว่า มีดีกรีเป็นถึงรองศาสตราจารย์ยุวรีย์ พันธ์กล้า อาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนสามีซึ่งได้รับความเดือดร้อนด้วยนั้น คือ นายศักดิ์ดา พันธ์กล้า อดีตรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม 

 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ความภูมิใจวูบ! รู้จัก2ผดส.เสียสละที่นั่งเฟิร์สคลาสให้กัปตันการบินไทย วิจารณ์หนักยังมีหน้าทวงสิทธิ์

 



โดยทางด้านนาวาตรี จักรี จงศิริ กัปตัน ครูการบินและนักบินเทคนิค ฝูงบินโบอิ้ง 734 บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงสาเหตุการล่าช้าของเที่ยวบิน TG971 จากนครซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มายังสนามบินสุวรรณภูมิ โดยระบุว่าเวลาประมาณ 10.20 น. ลูกเรือและนักบินมาถึงเครื่อง กระทั่งเวลา 10.50 น. พบว่านักบินเปลี่ยนกะ (Passive หรือ Deadhead Crew) ได้ที่นั่ง 16AB/16JK ในชั้นธุรกิจ ซึ่งไม่ตรงตามคู่มือ


กัปตันผู้ที่มีอำนาจในการทำการบิน  จึงได้โทรถามผู้จัดการสถานี (KK) ถึงเรื่องการจัดที่นั่งของนักบินเปลี่ยนกะ (Passive Seat)และขอให้เปลี่ยน 2 ที่นั่งสำหรับนักบินเปลี่ยนกะให้อยู่ในโซนเฟิร์สคลาส เนื่องจากเที่ยวบินนี้บินเฉพาะชั้นธุรกิจ (Business Class หรือ B/Class) และชั้นประหยัด (Economy Class หรือ Y/Class) จึงมีที่ว่างให้ชั้นเฟิร์สคลาสสำหรับนักบินเปลี่ยนกะ ใช้ที่นั่งในโซนเฟิร์สคลาสได้ตามสิทธิ แต่ได้รับคำตอบจากผู้จัดการสถานีซูริก ว่า “ที่นั่งเฟิร์สคลาสเต็มแล้ว”

 

กัปตันผู้มีอำนาจแปลกใจ เนื่องจากตอนสรุปก่อนทำงาน ว่ามีผู้โดยสารชั้นธุรกิจ ที่ได้นั่งชั้นเฟิร์สคลาส เพียง 3 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่งตามลำดับเวลา และไม่แน่ใจว่า มีรายการจองผู้โดยสารชั้นธุรกิจที่ได้นั่งชั้นเฟิร์สคลาสเพิ่มเข้ามา หรืออัพเกรดผู้โดยสาร หรือมีเหตุผลอื่นใดที่ผู้จัดการสถานีซูริกไม่ได้อธิบายให้เข้าใจ จึงขอให้ผู้จัดการสถานีซูริก อย่าเพิ่งให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่อง ขอให้แก้ปัญหาตรงนี้ก่อน เพราะหากให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่องแล้ว ต้องมีการสับเปลี่ยนที่นั่งภายหลัง จะทำให้แก้ปัญหาภายในเครื่องยุ่งยากกว่าเดิม ตามที่ได้มีการนำเสนอไปแล้วนั้น 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เจอแล้วต้นตอวุ่น "น.ต.จักรี" กัปตัน ครูการบิน แฉหมดเปลือก สาเหตุทำเครื่องบินไทยดีเลย์ 2 ชม.ครึ่ง 2 ผดส.ต้องยอมสละที่นั่งเฟิร์ส คลาส

 

และก่อนหน้านี้ด้านนายดำรงค์ ไวยคณี ประธานสหภาพรัฐวิสาหกิจการบินไทย (สร.กบท.) ได้แถลงข่าวกรณีที่ผู้โดยสารเที่ยวบินทีจี 971 นครซูริค-กรุงเทพมหานคร ร้องเรียนว่าต้องสละที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาส ให้กับนักบินที่ร่วมโดยสารเนื่องจากที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาสเต็ม ทำให้เที่ยวบินล่าช้าไป 2 ชั่วโมงครึ่ง

 

ว่าขอให้รอผลการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อนว่า ตกลงเกิดอะไรขึ้น  ส่วนกรณีที่เกิดขึ้น จนกลายเป็นข่าวโด่งดังนั้น ตามระเบียบการบินไทยให้สิทธิที่นั่งนักบิน ที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นผู้โดยสารทั่วไป ก็มีสิทธิได้นั่งชั้นเฟิร์สคลาส หรือชั้นธุรกิจ แล้วแต่ประเภทเครื่องบิน แต่ถ้านักบินต้องทำหน้าที่บิน หรือปฏิบัติหน้าที่บิน เขาก็จะจองไว้ว่าต้องนั่งที่นั่งที่เท่าไหร่ แต่ถ้านักบินต้องการเดินทางเป็นผู้โดยสารธรรมดาก็ต้องรอที่นั่งว่างถึงจะได้นั่ง 

 

 

ส่วนเรื่องสิทธิประโยชน์ที่ไม่ลงตัวนั้น นักบินไม่ผิด ได้สิทธิตามระเบียบที่บริษัทมอบให้ แต่โดยเส้นของตัวเอง ณ ขณะนั้นเป็นพนักงาน Passive ทั่วไป ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยตรง และมีผู้โดยสารจองตั่วไว้แล้ว ถ้าเป็นตนก็ต้องเสียสละให้ผู้โดยสารก่อน เพราะเงินเดือนมาจากค่าตั๋วโดยสาร ไม่ใช่มีใครเมตตาให้เรา ซึ่งเท่าที่สอบถามกัปตันมีสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งเห็นด้วยที่ต้องสละที่นั่ง ยกเว้นผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่บิน อีกกลุ่มไม่เห็นด้วยเพราะทำตามกฎ
 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : แตะตรงไหนก็ช้ำ! สหภาพบินไทยจวกจิตสำนึก "นักบิน" จุดฉาวเครื่องดีเลย์ 2 ชม.ครึ่ง กลายเป็นผู้โดยสารเดือดร้อน

 

ล่าสุดนายศักดา พันธ์กล้า อดีตรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นบุคคลที่เสียสละที่นั่งบนเครื่องบินให้กับนักบิน ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า Sukda Punkla ว่าตนเองไม่เสียใจที่ได้ยกที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาสให้กับนักบิน ส่วนตนเองนั้นไปนั่งที่นั่งบิสซิเนสคลาสแทน ถ้าตนไม่ยอมย้ายในวันนั้น เครื่องคงไม่ได้ขึ้น

 

 

"เรื่องข้อเท็จจริงจากการร้องเรียนความล่าช้าของ TG971 วันที่ 11 ต.ค.61 ผมไม่ได้เสียใจเลยจากการย้ายที่นั่งจากชั้นหนึ่ง (First class)กลับไปที่ชั้นธุรกิจ (Business Class)เพราะถ้าผมไม่ยอมย้ายฯ คงไม่ได้บินกลับในวันนั้นเพียงแต่รู้สึกข้องใจว่าเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ทำให้ผู้โดยสารกว่า 300 คนเสียเวลาไป 2 ชม.ครึ่ง

 

จึงได้ทำจดหมายร้องเรียนไปที่ช่องทางกำหนด แต่ทั้งนี้จดหมายดังกล่าวได้หลุดไปเป็นข่าวข้างนอก ได้อย่างไรไม่เกี่ยวข้องกับผม และผมไม่ได้มุ่งหวังโจมตีองค์กร ผมเพียงต้องการให้ข้อเสนอแนะเพื่อจะได้นำเหตุการณ์นี้มาทบทวนปรับปรุงการปฏิบัติงานของผู้เกี่ยวข้องเพื่อบริการแก่ผู้โดยสารให้ดีขึ้นแต่จากจดหมายร้องเรียนดังกล่าวได้มีความเข้าใจวัตถุประสงค์ของการร้องเรียนที่คลาดเคลื่อนไปผมจึงขออธิบาย 2 ประเด็นดังนี้

 

ประเด็นที่ 1. คือผมซื้อบัตรโดยสารชั้นธุรกิจด้วยเงินสด ในขากลับจากซูริค-กรุงเทพฯ เที่ยวเดียวที่การบินไทยกรุงเทพฯ ซึ่งแพงมากและเส้นทางนี้ไม่มีชั้นหนึ่ง (First class)ในขณะที่ไปซื้อบัตรโดยสารและไม่ได้ขอใช้สิทธิ์พิเศษใดๆ ในการอัพเกรดไม่ทราบเรื่องการอัพเกรดที่นั่ง จึงเข้าใจว่าเมื่อมีการเปลี่ยนเครื่องเขาก็ยึดที่นั่งตามเดิม เพราะตอนไปออกบัตรโดยสาร (BOARDING PASS) ก็ไม่ได้เลือกที่นั่งเอง เจ้าหน้าที่ออกบัตรโดยสาร (BOARDING PASS)ให้โดยได้ที่นั่ง 1K,2K ทราบว่าเป็นที่นั่งด้านหน้าสุดก็คิดว่าได้ที่นั่งสบายเท่านั้น (ทั้งนี้ขอเรียนเพิ่มเติมว่าที่นั่งชั้นธุรกิจของTG777 นั้น จะนั่งสบายกว่าชั้นธุรกิจของ TG747มาก มาทราบเรื่องการอัพเกรดที่นั่งจากข่าวในภายหลังและผมเป็นอดีตข้าราชการที่เกษียณมาแล้วไม่ได้ร้องขอให้มีสิทธิ์พิเศษใดๆ เลย


ประเด็นที่ 2. คือเรื่องการย้ายที่นั่งเป็นเพียงต้นตอของปัญหาไม่ใช่สาระสำคัญของการร้องเรียนเพราะมันมีผลกระทบเพียง 2 คน แต่สาระสำคัญของการร้องเรียนอยู่ที่ความล่าช้าของเที่ยวบินที่เกิดขึ้นมีผลกระทบต่อคนมากกว่า 300 คน โดยบางคนไม่ทราบแม้กระทั่งมีการเปลี่ยนเครื่อง บางคนคิดว่าล่าช้าเพราะต้องรอการแก้ไขเครื่องที่เสียหาย จากการที่ทุกคนไม่ทราบถึงสาเหตุของความล่าช้า ผู้โดยสารส่วนใหญ่จึงมีความกังวลใจถึงความปลอดภัยของเที่ยวบินตลอดเวลาของการรอคอยและการเดินทาง 


แต่ถ้าผู้ปฏิบัติงานคำนึงถึงผู้โดยสารมากกว่ากฎเกณฑ์ของนักบินที่ไม่ได้ปฎิบัติงาน โดยนำเครื่องขึ้นตามเวลาและเมื่อถึงที่หมายท่านก็ดำเนินการจัดทำรายงานเรื่องภายในของการกระทำผิดกฎของพวกท่านเองใครพักผ่อนไม่เพียงพอก็ว่ากันเอง ก็จะไม่มีผลกระทบต่อผู้โดยสารทั้งลำ ทั้งนี้ผมไม่ได้ขัดแย้งเรื่องการพักผ่อนของนักบินซึ่งทราบดีครับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

 

 

สุดท้ายนี้เพื่อภาพลักษณ์ของสายการบินในองค์กร หวังว่าท่านจะมีการออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงกับสังคมว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้ภาพของผู้โดยสารบางส่วนถูกมองว่าไม่เสียสละที่นั่งให้นักบิน หรือภาพลักษณ์ของนักบินที่ดีและเจ้าหน้าที่ในการบินไทยที่มีความเป็นมืออาชีพที่ไม่ได้เกี่ยวข้องต้องเสื่อมเสียโดยเหมารวมไปกับเหตุการณ์ครั้งนี้ เพราะจะทำให้คนที่ดี ตั้งใจทำงาน ภูมิใจในองค์กรนี้ ตัองได้รับผลกระทบกับเหตุการณ์นี้ไปด้วย การพูดความจริงและจริงใจที่จะแก้ปัญหาจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : Sukda Punkla 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล