จับคาหนังคาเขา ผู้ปกครองหื่นติดกล้องมือถือในรองเท้า แอบถ่ายใต้กระโปรงนร.หญิง

Publish 2018-11-15 09:26:35



พ.ต.อ.เขมพัทธ์ โพธิพิทักษ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ถูกผู้ปกครองชายใช้โทรศัพท์มือถือแอบถ่ายใต้กระโปรง ที่โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ในต.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงเข้าตรวจสอบ โดยพบผู้ก่อเหตุคือ นายชนินทร์ นุชนวล อายุ 38 ปี เป็นผู้ปกครองนักเรียนอนุบาล 1 พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง มีคลิปภาพวิดีโอแอบถ่ายจำนวน 3 ไฟล์ โดยมี น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผู้เสียหาย และตาของผู้เสียหายพร้อมคนที่อยู่ในโรงเรียนช่วยกันควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้

 
 



ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายชนินทร์ มาสอบสวนที่สภ.ปากเกร็ด โดยนายชนินทร์ให้การรับสารภาพ จึงได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า กระทำการอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยใช้กำลังประทุษร้ายต่อผู้อื่นอันเป็นการรังแกข่มเหง และคุกคามหรือกระทำการให้ได้รับความอับอาย หรือเดือดร้อนรำคาญโดยกระทำในที่สาธารณะสถาน โดยนายชนินทร์ สารภาพว่า ตนไปรับลูกเห็นน้องเขาซื้อของรู้สึกว่าอยากไปถ่าย ไม่ได้คิดไตร่ตรองว่าผลเสียมันเยอะกว่าที่คิด ตนไปแอบถ่ายแบบนี้หลายครั้งแต่ไม่ได้บ่อย ฝากขอโทษน้องเขาที่ตนทำไปโดยไม่ได้คิดและต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว

 



 

 



โดยภาพจากคลิปวิดีโอที่ผู้ต้องหาแอบถ่าย เป็นภาพมุมเสยที่ผู้ต้องหาเดินมายืนใกล้กับเด็กนักเรียนผู้เสียหาย โดยภาพพยายามเคลื่อนที่ไปใต้กระโปรงนักเรียนหญิงจนเห็นกางเกงใน เมื่อเด็กนักเรียนหญิงขยับตัว กล้องและผู้ต้องหาได้ขยับตัวตาม เป็นลักษณะนี้อยู่หลายช่วง จนกระทั่งมีเสียงนักเรียนหญิงตะโกนว่า แอบถ่ายใต้กระโปรงหนูทำไม จากนั้นก็มีเสียงคุณตาซึ่งเข้ามาพยายามจับตัวและแย่งโทรศัพท์ ก่อนที่รปภ.และครูของโรงเรียนจะช่วยกันเข้ามาจับตัวนายชนินทร์เอาไว้

 

 

 

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามตาของนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผู้เสียหาย กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนได้เดินทางไปรับหลานที่โรงเรียนเพื่อไปหาหมอ แต่หลานหิวจึงขอไปซื้อซูชิที่ร้านในโรงเรียนก่อน ตนจึงให้หลานเดินไปซื้อ ขณะนั้นตนเห็นชายผู้ก่อเหตุเดินตามหลานสาวก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะเป็นผู้ปกครองเหมือนกัน แต่ก็สังเกตว่าเดินแบบไม่ถนัดนัก ซึ่งตนก็เดินตามไป และขณะที่หลานกำลังซื้อซูชิอยู่ก็ร้องขึ้นมาว่า ถ่ายใต้กระโปรงหนูทำไม ตนจึงได้รีบเดินเข้าไปและเห็นเขากำลังจะเดินหนีตรงไปที่ถังขยะตนจึงรีบจับตัวไว้ ต่อมาครูและเจ้าหน้าที่ รปภ.ของโรงเรียนได้เข้ามาช่วยจับ ซึ่งตนจะให้ตำรวจดำเนินคดีเพื่อไม่ให้ไปทำกับใครอีก เพราะอาจเกิดเรื่องร้ายแรงกว่านี้ก็เป็นได้

 

ด้านนักเรียนหญิงผู้เสียหาย กล่าวว่า ขณะกำลังซื้อซูชิอยู่เหมือนมีคนมายืนใกล้ ๆ เมื่อตนเห็นว่าเขาเอาโทรศัพท์ไว้ใต้รองเท้าและแอบถ่ายใต้กระโปรงตนจึงร้องให้คนช่วย เรื่องที่เกิดขึ้นตนรู้สึกกลัวมากไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะมาเกิดในโรงเรียนและผู้ปกครองเป็นคนทำ 

 

 

 


 



เรียบเรียงโดย

นิตติยา บุญตาวัน