จีไอที เผยข้อมูลส่งออกอัญมณี-เครื่องประดับไทย สัมพันธ์กับราคาทองคำที่ลดลง

จีไอที เผยข้อมูลส่งออกอัญมณี-เครื่องประดับไทย สัมพันธ์กับราคาทองคำที่ลดลง

Publish 2018-12-10 14:19:34



 

วันนี้ 10 ธ.ค. 2561 นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือจีไอที เปิดเผยว่า จากข้อมูลการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยตั้งแต่เดือน ม.ค. - ต.ค. 2561 รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1.01 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 9.61% เมื่อคิดเป็นเงินไทยมีมูลค่าประมาณ 3.25 แสนล้านบาท แต่เมื่อหักกับสินค้าที่มีราคาผันผวนรายวันอย่างทองคำออก การส่งออกจะมีมูลค่า 6,495 ล้านดอลล่าร์ หมายความว่าเพิ่มขึ้น 7.85% คิดเป็นเงินไทยประมาณ 2.07 ล้านบาท
  
ทั้งนี้หากนำมาจำแนกประเภท พบว่า เครื่องประดับที่ทำจากทองส่งออกได้เพิ่มขึ้น 10.65% เครื่องประดับที่ทำจากเงินเพิ่มขึ้น 6.43% เครื่องประดับแพลทินัมเพิ่มขึ้น 0.88% ตามลำดับ ส่วนเพชรเจียระไน พลอยเนื้อแข็ง และพลอยเนื้ออ่อนเจียระไน เพิ่มขึ้น 5.86%, 4.09% และ 7.73% ตามลำดับ ส่วนข้อมูลการส่งออกเรียงลำดับตามอัตราการขยายตัวนั้น ได้แก่จีนเพิ่มขึ้น 34.81% ตามด้วยกลุ่มประเทศตะวันออกกลางเพิ่ม 15.41% สหรัฐเพิ่ม 15.12% สหภาพยุโรปเพิ่ม 11.67% อินเดียเพิ่ม 6.59% อาเซียนเพิ่ม 6.49% รัสเซียและ CIS เพิ่ม 3.63% และญี่ปุ่นเพิ่ม 2.28% ส่วนฮ่องกง ที่ก่อนหน้านี้เคยเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทยมาตลอด กลับลดลง 0.23% ขณะที่ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกลดถึง 10.82%

 



อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาสสุดท้ายก่อนสิ้นปี สามารถคาดเดาได้ว่าการส่งออกจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลกรวมถึงเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้ากับไทย โดยจะมีการนำไปสต๊อกสำหรับไว้ขายในช่วงปลายปี แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการส่งออกทั้งปีจะเป็นไปในทิศทางใดยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป ทั้งนี้มั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าหากเป็นการส่งออกเครื่องประดับประเภทอื่นที่ไม่ใช่ทองคำ ยอดส่งเป็นบวกอย่างแน่นอน แต่ถ้ารวมทองคำเป็นไปได้ว่ายอดส่งอาจลดลง พร้อมสัมพันธ์กับราคาทองคำที่ลดลง

 


 

สำหรับราคาทองคำประจำวันยังคงที่นับแต่วันที่ 7 ธ.ค. 2561 คือ ทองคําแท่ง รับซื้อบาทละ 19,300 ขายบาทละ 19,400 ทองคํารูปพรรณ รับซื้อบาทละ 18,950 ขายบาทละ 19,900 แต่โดยรวมจะเห็นได้ว่ายังมีความเคลื่อนไหวสูงสุดในรอบ 5 เดือนที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยส่วนหนึ่งมาจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลล่าร์ หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานเดือน พ.ย. 2561 ที่ซบเซาของสหรัฐฯ ทั้งนี้ ได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า จากการใช้เครื่องมือ FedWatch วิเคราะห์ภาวะการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ พบว่า เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปีหน้า ซึ่งลดลงจากที่เคยคาดการณ์เมื่อเดือนที่แล้วว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีหน้า

 



 

จากรายงานเชิงสถิติพบว่าจ้างงานนอกภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเพียง 155,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ระดับ 200,000 ตำแหน่ง รวมถึงค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมง ซึ่งเป็นข้อมูลที่เฟดให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อนั้น เพิ่มขึ้น 0.2% ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 0.3% เกี่ยวกับกรณีความวิตกกังวลกับข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ส่งผลให้ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงอย่างต่อเนื่องและยังไม่มีท่าว่าจะฟื้นตัวในเร็ววันนี้ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้มีการวิเคราะห์จาก ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส ที่คาดว่า แนวโน้มราคาทองคำ spot จะเคลื่อนไหว Sideways up หากทะลุแนวต้าน 1,242 ดอลลาร์ โดยราคาทองคำมีแนวรับอยู่ที่ 1,230 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และแนวรับถัดไป 1,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขณะที่มีแนวต้านที่ 1,242 และ 1,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามลำดับ
 
สำหรับวิธีการตรวจสอบทองคำแท้โดยหลักนั้น ถ้ามีความชำนาญในระดับหนึ่งตรวจสอบจากขนาดและน้ำหนักของทอง ว่ามีความสอดคล้องกับความเป็นจริงมากเพียงใด เช่นควรรู้ว่าทองคำหนัก 1 บาท หรือ 2 บาทนั้น ควรมีขนาดและน้ำหนักประมาณไหน หรืออาจใช้วิธีดูจุดสำคัญ เช่น ตัวเลข โลโก้ หรือตราแสตมป์ ส่วนใหญ่ที่ตัวเรือนเครื่องประดับทอง จะมีการตีตัวเลขกำกับไว้ เช่น 8k 9k 10k 14k 18k เป็นต้น 

กรณีนี้หากพบว่าตัวเลขไม่ชัดเจนให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจเป็นทองปลอม รวมถึงการสังเกตตามรอยต่อหรือจุดเสียดสี ถ้าเป็นทองคำแท้จะไม่มีรอยถลอก ลอก หรือเปลี่ยนสี แต่ถ้าเป็นทองคำชุบหรือทองปลอมอาจมีรอยตำหนิ นอกจากนี้ถ้าเป็นทองคำปลอมหรือทองคำชุบจะสังเกตเห็นได้ว่ามีรอยถลอกและสีแตกต่างจากเดิม ตรงข้ามถ้าเป็นทองคำแท้สีจะไม่หลุดลอกอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามควรใช้แว่นขยายเพื่อความละเอียดและแม่นยำมากขึ้น

 

ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก ราคาทอง


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย