ถอดพฤติกรรมสองประสาน เอกชัย-ฟอร์ด ยามแกนนำคนอยากเลือกตั้งแตกทัพ ดื้อดึงดันทุรังไม่ลดต่อ...หรือจะพร้อมปะทะ

จนถึงตอนนี้น่าสนใจว่าภายหลังการแตกทัพของแกนนำคนอยากเลือกตั้ง ที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการถอยและลดบทบาทตัวเองด้วยหวั่นว่าจะนำมาซึ่งความรุนแรง แต่ปรากฏว่ามีนักเคลื่อนไหวบางคนที่ยังคงดันทุรังปลุกระดมมวลชนต่อเนื่องอย่างไม่ลดละ ทั้งการวางกลยุทธ์ บุคลิคผู้นำที่น่าวิตกว่าจะบานปลายมากขึ้น จากพฤติกรรมของนายเอกชัย หงส์กังวาน และนายอนุรักษ์

จนถึงตอนนี้น่าสนใจว่าภายหลังการแตกทัพของแกนนำคนอยากเลือกตั้ง ที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการถอยและลดบทบาทตัวเองด้วยหวั่นว่าจะนำมาซึ่งความรุนแรง แต่ปรากฏว่ามีนักเคลื่อนไหวบางคนที่ยังคงดันทุรังปลุกระดมมวลชนต่อเนื่องอย่างไม่ลดละ ทั้งการวางกลยุทธ์ บุคลิคผู้นำที่น่าวิตกว่าจะบานปลายมากขึ้น จากพฤติกรรมของนายเอกชัย หงส์กังวาน และนายอนุรักษ์  เจนตวนิชย์ หรือที่รู้จักกันในนามฟอร์ด เส้นทางสีแดง ในช่วงเวลานี้เป็นที่น่าจับตามองยิ่ง ว่าจะนำพาผู้ชุมนุมที่อยู่ภายใต้สังกัด หลังกลุ่มคนอยากเลือกตั้งแตกกระจายเป็นกลุ่มก้อน ไปในทิศทางใด

ถอดพฤติกรรมสองประสาน เอกชัย-ฟอร์ด ยามแกนนำคนอยากเลือกตั้งแตกทัพ ดื้อดึงดันทุรังไม่ลดต่อ...หรือจะพร้อมปะทะ

 

จากกรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง จัดชุมนุมปราศรัยคัดค้านการเลื่อนวันเลือกตั้ง โดย"น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์" หนึ่งในแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง รวมทั้งนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว ได้อ่านคำแถลงยื่นคำขาดต่อรัฐบาล คสช. ภายในวันศุกร์ที่ 18 ม.ค. หากยังไม่มีการประกาศ พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ในราชกิจจานุเบกษา จะยกระดับการชุมนุมสู่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในวันเสาร์ที่ 19 ม.ค. ต่อมา นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงพระราชกฤษฎีกา น่าจะประกาศใช้ได้ในสัปดาห์หน้า ส่วนที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้งนัดชุมนุมเคลื่อนไหว 19 ม.ค. เพื่อกดดันและขีดเส้นให้รัฐบาลประกาศวันเลือกตั้งให้ชัดเจน นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ได้กดดันอะไร และไม่สามารถกดดันได้ เว้นแต่เขาตั้งใจจะกดดันคนอื่น

กระทั่งวันที่ 18 ม.ค. น.ส.ณัฏฐา หรือ โบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana ถึงความคืบหน้าในการนัดชุมนุมในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ว่า แถลงการณ์ส่วนตัวถึงพี่น้องคนอยากเลือกตั้ง โบว์ตัดสินใจไม่เข้าร่วมการชุมนุมวันเสาร์นี้นะคะ เพราะพิจารณาสถานการณ์ประกอบกับข้อมูล IO ที่ได้รับแล้ว ประเมินว่าตัวเองในฐานะหนึ่งในแกนนำอาจจะไม่มีศักยภาพพอจะรับรองความปลอดภัยของทุกคนได้ หากเกิดเหตุการณ์ "ม็อบชนม็อบ" ตามที่มีผู้ไม่หวังดีกำลังพยายามจัดการให้เกิดขึ้น

ถอดพฤติกรรมสองประสาน เอกชัย-ฟอร์ด ยามแกนนำคนอยากเลือกตั้งแตกทัพ ดื้อดึงดันทุรังไม่ลดต่อ...หรือจะพร้อมปะทะ

วานนี้ กกต.กับรัฐบาลแถลงสอดรับกันว่ามีแผนจะประกาศวันเลือกตั้ง 24 มี.ค. และร่นวันประกาศผลให้ทัน 9 พ.ค.ได้ เพื่อกำจัดความเสี่ยงที่การเลือกตั้งจะขัดรธน.และกลายเป็นโมฆะ ตามที่เราและหลายภาคส่วนได้เคยสื่อสารข้อกังวลไปแล้ว เรามีเวลาในอีกไม่กี่วันข้างหน้าที่จะจับตากระบวนการต่างๆอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยเฉพาะการประกาศ พรฎ. ที่จะเปิดทางให้ กกต.สามารถกำหนดวันเลือกตั้งได้จริง

เมื่อวันเลือกตั้งประกาศแล้ว การรณรงค์เพื่อสนามเลือกตั้งที่เสรีเป็นธรรมและมีผลในทางปฏิบัติจะดำเนินต่อไป แต่หากมีการบิดพลิ้วเป็นครั้งที่หก ประชาชนทุกภาคส่วนคงหมดความอดทนต่อรัฐบาล คสช. และการเรียกร้องหลังจากนั้นคงไม่จำกัดเพียงการได้มาซึ่งวันเลือกตั้งที่เลื่อนลอยอีกต่อไป ในส่วนของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง วันนี้ทางกลุ่มคงจะได้มีการประกาศรายละเอียดและเหตุผลของการชุมนุมโดยสันติวิธีในครั้งนี้

การชุมนุมทางการเมืองโดยสงบปราศจากอาวุธเป็นสิทธิโดยชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญและตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน อีกทั้งเป็นกลไกสำคัญในสังคมประชาธิปไตยในฐานะพื้นที่สำหรับทุกเสียง ไม่มีเวลาใดที่การชุมนุมจะรับใช้มวลชนได้มากเท่ายามที่บ้านเมืองถูกปกครองโดยเผด็จการ ที่สภาไม่มีฝ่ายค้านและเสรีภาพสื่อถูกคุกคาม แม้โบว์จะไม่ร่วมดำเนินการชุมนุมในครั้งนี้ ก็ขอร่วมยืนยันหลักการและให้กำลังใจทั้งเพื่อนผู้จัดการชุมนุมและเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลความปลอดภัยค่ะ ลงชื่อ ณัฏฐา มหัทธนา

อย่างไรก็ตามวันที่ 19 ม.ค. 2562 มีรายงานว่า นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว  แกนนำกลุ่มอยากเลือกตั้ง ยืนยันว่าจะมีการชุมนุมในวันที่ 19 ม.ค.แน่นอน เพียงแต่เปลี่ยนสถานที่ชุมนุมจากเดิม อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์บริเวณ ลานหน้าหอประชุมใหญ่ เวลา 16:00 น. ทั้งนี้มีกระแสลือว่าในกลุ่มของแกนนำอยากเลือกตั้ง มีความเห็นออกเป็นสองฝ่ายโดยนายรังสิมันต์  โรม และโบว์ เห็นทำนองเดียวกันว่ามีความชัดเจนแล้ว การเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันที่ 24 มี.ค. หากจัดชุมนุมอาจเสี่ยงต่อการเผชิญหน้ากับกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับเรา ทำให้เกิดเหตุการณ์บานปลายอาจเป็นเงื่อนไขให้ยืดวันเลือกตั้งออกไปอีก

ขณะเดียวกันบนเฟสบุ๊ก Rangsiman Rome ซึ่งเป็นของรังสิมันต์ โรม ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ขออภัยสำหรับทุกภารกิจครับ ตอนนี้ผมเป็นไข้หวัดใหญ่คงต้องพักพอสมควร ส่วนสาเหตุอันนี้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมลพิษในกรุงเทพด้วยไหมครับ

ถอดพฤติกรรมสองประสาน เอกชัย-ฟอร์ด ยามแกนนำคนอยากเลือกตั้งแตกทัพ ดื้อดึงดันทุรังไม่ลดต่อ...หรือจะพร้อมปะทะ

ล่าสุดผู้ชุมนุมและแกนนำที่ยังคงหลงเหลืออยู่ได้ยืนกรานว่าจะยกระดับชุมนุมใหญ่เพื่อนต้านรัฐบาลต่อในวันที่ 26 ม.ค. ที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ตามในขณะที่กลุ่มของสามประสาน "จ่านิว-โบว์-โรม" ที่คงภาพลักษณ์ของความเป็นปัญญาชน ดำเนินกลยุทธแบบสังติอหิงสาได้ลดท่าทีและบทบาทลง ด้วยพยายามอ้างว่าไม่อยากเสี่ยงให้เกิดความรุนแรงแบบ "ม็อบชนม็อบ" เพราะจนถึงตอนนี้ได้ปรากฏว่าได้เกิดมีกลุ่มชุมนุมที่เห็นต่างแตกหน่อหลายกลุ่มก้อน อาทิว่า คนฝั่งธนรักสันติ ,สภานักศึกษารามคำแหง ที่เจตนาให้กลุ่มคนอยากเลือกตั้งหยุดพฤติกรรมดังกล่าวเสีย 

สุ่มเสียงที่จะเกิดเป็นความรุนแรงมากขึ้นจนทางจ่านิวเลือกที่จะนำผู้ชุมนุมอีกกลุ่มมาตั้งหลักในรั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ขณะที่ทางด้านนายเอกชัย หงส์กังวาน และนายอนุรักษ์  เจนตวนิชย์ สองนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและผู้ชุมนุมคนอยากเลือกตั้งที่เป็นตัวตั้งตัวตี ก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดราวาศอกเพิ่มดีกรีเคลื่อนไหวแสดงออกอย่างรุนแรงและตรงไปตรงมามากขึ้น ชี้ชัดมากขึ้นกับการระดมมวลชนยืดหยัดอยู่ในละแวกใกล้เคียงกับกลุ่มผู้ชุมนุมเห็นต่าง ราวประหนึ่งว่าพร้อมปะทะกัน ดังคำกล่าวของโบว์ก่อนหน้าว่า "ม็อบชนม็อบ"

ถอดพฤติกรรมสองประสาน เอกชัย-ฟอร์ด ยามแกนนำคนอยากเลือกตั้งแตกทัพ ดื้อดึงดันทุรังไม่ลดต่อ...หรือจะพร้อมปะทะ

 

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงขึ้น เมื่อเฟสบุ๊กของนายเอกชัย ได้โพสต์ว่าถูกรุมทำร้ายเมื่อช่วงค่ำระบุว่าถึงเหตุการณ์ภายหลังจากกลับจากชุมนุมคนอยากเลือกตั้งที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า วันนี้ (19 ม.ค. 2562) เวลา 19.15 น. ชาย 4 คนทำร้ายร่างกายผม โชคดีที่นักท่องเที่ยวต่างประเทศประสบเหตุเข้าช่วยเหลือ 

และดูเหมือนว่านายเอกชัย ยังคงเชื่ออย่างถึงที่สุดว่าพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุที่กระทำแก่ตนนั้นมีลักษณะการทำงานคล้ายทหารหรือบุคคลที่ถูกฝึกมาอย่างดี และยืนยันว่ามีอายุประมาณ 20-30 ปี ซึ่งลักษณะการก่อเหตุไม่คล้ายกับเยาวชนติดยาเสพติดอย่างที่เคยถูกทำร้ายก่อนหน้านี้ พร้อมกล่าวว่าเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับ คสช. ส่วนสาเหตุเชื่อว่า ไม่เกี่ยวกับการที่เคลื่อนไหวทางการเมือง แต่เกี่ยวกับการไปวิจารณ์ทหารว่าไม่ควรเข้ามายุ่งกับการเมือง และวิจารณ์ประวัติศาสตร์ของกองทัพไทย จึงทำให้นายพลในกองทัพบกบางคนไม่พอใจ

ถอดพฤติกรรมสองประสาน เอกชัย-ฟอร์ด ยามแกนนำคนอยากเลือกตั้งแตกทัพ ดื้อดึงดันทุรังไม่ลดต่อ...หรือจะพร้อมปะทะ

ขณะที่ทางด้านฝากฝั่งของ "กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง" อย่าง นางสาวณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ ได้ออกมารับลูกต่อกรณีดังกล่าวด้วยการโพสเฟสบุ๊กระบุว่าขอประนามการทำร้ายร่างกายนักกิจกรรม คุณ เอกชัย หงส์กังวาน สิ่งที่คุณเอกชัยแสดงออกคือการต่อสู้ทางความคิด หากไม่เห็นด้วย อาวุธที่ควรใช้ตอบโต้คือความคิด ไม่ใช่กำลังค่ะ

น่าสนใจว่าภายหลังที่นายเอกชัย ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลวชิระเพื่อหาว่าได้รับบาดเจ็บมากน้อยเพียงใดมาประกอบในสำนวนคดี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบจุดเกิดเหตุเพื่อหาตัวว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นใครเพื่อจะได้จับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พบว่าบนเฟสบุ๊กฟอร์ด เส้นทางสีแดง ที่เป็นของนายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ โพสต์ข้อความบอกเล่าเหตุการณ์โดยเริ่มตั้งแต่การทำกิจกรรม จนกระทั่งเกิดเหตุทำร้ายนายเอกชัย ซึ่งตนเองได้อยู่เป็นเพื่อนกับนาย​เอกชัย ในการแจ้งความ​บนโรงพักพร้อมกับเดินทางไปโรงพยาบาลวชิระเพื่อตรวจร่างกาย​ อยู่รอเป็นเพื่อนคุณเอกชัยจนถึงตี​ 3 เพื่อรอผลเอกซเรย์และใบรับรองแพทย์​ โดยนายเอกชัย ได้ชำระเงินค่ารักษาด้วยตัวเองเป็นเงิน​ 440 บาท​

ถอดพฤติกรรมสองประสาน เอกชัย-ฟอร์ด ยามแกนนำคนอยากเลือกตั้งแตกทัพ ดื้อดึงดันทุรังไม่ลดต่อ...หรือจะพร้อมปะทะ

 

ถอดพฤติกรรมสองประสาน เอกชัย-ฟอร์ด ยามแกนนำคนอยากเลือกตั้งแตกทัพ ดื้อดึงดันทุรังไม่ลดต่อ...หรือจะพร้อมปะทะ

 

 "หากท่านใดที่มีความประสงค์​จะช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล​ หรือให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเคลื่อนไหวเป็นการส่วนตัว​ ​สามารถให้การสนับสนุนได้ที่​ ธ.กรุงไทย​ ออมทรัพย์​ 256……​ ชื่อบัญชี​ เอกชัย​ หงส์​กังวาน​ น้ำใจคนละเล็กละจากท่านจะเป็นกำลังใจให้เขาได้พักรักษาตัวและกลับมาเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไต​ยต่อไป" นายอนุรักษ์ โพสต์ในเฟซบุ๊ก

สะท้อนเป็นอย่างดีว่านอกจากถือร่วมอุดมการณ์ร่วมกันแล้วความสัมพันธ์ระหว่างนายเอกชัย และนายอนุรักษ์ มีความแน่นแฟ้น ดังปรากฏให้เห็นจากความปรารถนาดีที่หยิบยื่นให้แก่กัน เหนืออื่นใดกับพฤติกรรมของทั้งคู่ที่พยายามเดินหน้าต่ออย่างไม่ลดละนั้น ก็เสมือนว่าพร้อมรับแรงปะทะจากกลุ่มเห็นต่าง ตรงข้ามกับโบว์และโรม ที่ตัดช่องน้อยแต่พอตัวอาจด้วยตระหนักดีว่าอาจนำมาซึ่งความรุนแรงอย่างหนีไม่พ้น เรียกได้ว่านับตามองยิ่งว่าหลังจากแกนนำที่เป็นเหมือนมันสมองได้ตีจาก สองนักเคลื่อนไหว เอกชัย-อนุรักษ์ ที่ยังดันทุรังยืนหยัด จะชักนำพาผู้ชุมนุมไปในทิศทางใด