เดือดกว่าศึกนอก! ประชาธิปัตย์ ล้างกระดาน ... สายหมอวรงค์เหี้ยน! ไม่ส่ง​- ลาออก

เดือดกว่าศึกนอก! ประชาธิปัตย์ ล้างกระดาน ... สายหมอวรงค์เหี้ยน! ไม่ส่ง​- ลาออก

Publish 2019-02-05 12:21:16


ว่าด้วยเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์ นำหัวขบวนโดย "นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" เมื่อย้อนกลับช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนของปีที่แล้ว ตั้งแต่มีการแข่งขันช่วงชิงการขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคฯ ทั้งนี้ในที่ประชุมได้มีผู้เสนอชื่อบุคคลเป็นหัวหน้าพรรค 3 คน ได้แก่  "นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"  "นายอลงกรณ์ พลบุตร" และ "นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม" อย่างไรก็ตาม ผลเป็นไปตามคาด "นายอภิสิทธิ์" ชนะไป ด้วยคะแนนเสียง 67,505 คะแนน ได้เป็นหัวหน้าพรรคฯต่อ อันดับ2 รองลงมา คือ "หมอวรงค์" ได้คะแนนเสียงไป 57,689 คะแนน และสุดท้าย "นายอลงกรณ์ พลบุตร"  ได้คะแนนเพียง 2,285 คะแนน 

 

 

 

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าพฤติกรรมของ"นายอภิสิทธิ์" หลังจากได้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคนั้น มีท่าทีที่จะกวาดล้างสายที่หนุน"หมอวรงค์" ที่เคยเป็นอดีตแกนนำกปปส.หรือไม่? หากย้อนกลับไป เมื่อช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว ที่ผ่านมา สืบเนื่องจากกรณี "นายสุเทพ เทือกสุบรรณ" ผู้ร่วมก่อตั้งพรรค รปช. ในฐานะประธานคณะกรรมการรณรงค์เชิญชวนประชาชนให้มาร่วมเป็นผู้ก่อตั้งและสมาชิกพรรครวมรปช. เดินคารวะแผ่นดิน ที่จังหวัดภาตใต้ ได้เดินทางถึง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่ง "นายถาวร เสนเนียม" อดีตส.ส.สงขลา พรรค ปชป. ได้เปิดบ้านพักของตนเองให้การรับนายสุเทพและคณะเพื่อพักผ่อนและใช้เป็นสถานที่พักค้างคืน  เมื่อเรื่องนี้ร้อนถึงหู "นายอภิสิทธิ์" ไม่รีรอ เขาได้สั่งการด่วนจี้มอบให้ "นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ" รองหัวหน้าพรรคสอบสวนข้อเท็จจริงว่ากรณีดังกล่าวว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อข้อบังคับพรรคในฐานะสมาชิกพรรคหรือไม่ ...   

 


นอกเหนือไปจากนั้น เมื่อช่วงเช้าของเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 61 ได้ปรากฏภาพ"นายวิทยา"ร่วมเดินเคียงข้างกับ"นายสุเทพ" โดยเพจเฟซบุ๊กพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ได้โพสต์ข้อความและภาพความเคลื่อนไหวของปฏิบัติการเดินคารวะแผ่นดิน วันที่ 24 ที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยช่วงเช้า "นายสุเทพ" ได้นำทีมงานสักการะศาลหลักเมือง จากนั้นเริ่มเดินที่ตลาดแขกและบริเวณย่านท่าวัง โดยมี "นายวิทยา แก้วภราดัย" อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตแกนนำ กปปส. ร่วมปฏิบัติการเดินคารวะแผ่นดินด้วย 

 

จนกระทั่ง  ช่วงเช้าของวันที่ 21 พฤศจิกายน เมื่อเวลา 7 นาฬิกา 30 นาที "นายถาวร" และ "นายแพทย์วรงค์"  ได้เข้าพบ "นายอภิสิทธิ์" เพื่อชี้แจงกรณีที่นายถาวร เปิดบ้านพักที่จังหวัดสงขลา ให้ นายสุเทพ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกาฯ ที่ผ่านมา ครั้นเป็นเหตุให้สมาชิกพรรคฯร้องเรียนผ่าน "นายนิพิฏฐ์" รองหัวหน้าพรรคฯที่ดูแลพื้นที่ภาคใต้ นำไปสู่การสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว รวมทั้งท่าที ของ "น.พ.วรงค์" ที่ประกาศว่า "ถ้าลุงกำนันผ่านมาพิษณุโลก ขออนุญาตเปิดบ้าน เลี้ยงข้าวสักมื้อครับ"

 


ทั้งนี้ "นายพิฏฐ์" ได้อยู่ร่วมหารือในครั้งนี้ด้วย ซึ่งภายหลังการหารือเกือบ 1 ชั่วโมง "นายถาวร"และ"นายแพทย์วรงค์" เดินลงจากชั้น 2 อาคารควง อภัยวงศ์ ซึ่งเป็นห้องทำงานของ"นายอภิสิทธิ์" ด้วยสีหน้าท่าทางเคร่งเครียด โดย"นายถาวร" โบกมือให้สื่อในทำนองไม่ให้สัมภาษณ์ 



ในเวลาต่อมาของวันเดียวกัน ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) "นายอภิสิทธิ์" แถลงภายหลังประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค กรณีดังกล่าวว่า "ตั้งแต่ทราบเรื่องไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะการเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ลักษณะนั้นอาจก่อให้เกิดความสับสนในหมู่สมาชิก และประชาชนอาจสงสัยว่าเหตุใดทั้งสองท่านจึงไปอยู่ในกิจกรรมของพรรคการเมืองอื่น เพราะโดยพื้นฐานการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด ก็ต้องสนับสนุนทุ่มเทให้กับพรรคนั้น ... การไปอยู่ในกิจกรรมพรรคการเมืองอื่นๆ ย่อมกระทบต่อพรรคปชป. จึงได้ให้"นายนิพิฏฐ์" ตรวจสอบเรื่องนี้ โดย"นายนิพิฏฐ์" ได้รายงานว่า ทั้ง 2 กรณี เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ตนได้พูดคุยกับทั้งสองคนแล้ว และได้อธิบายว่าปชป.มีจุดยืนชัดเจน ไม่มีแนวคิดไปฮั้วพรรคการเมืองใด

 

 

ดังนั้นการกระทำใดที่จะทำให้สับสน ไขว้เขว ก็ไม่ควรกระทำ ซึ่งทั้งสองท่านยอมรับจุดยืนของพรรคฯ แต่การกระทำที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ได้ระมัดระวังเท่าที่ควร... "เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก ดังนั้น ทางกก.บห.จึงมีมติว่า "หากมีสมาชิกพรรคฯไปทำกิจกรรมใดๆร่วมพรรคฯอื่น ก่อให้เกิดผลกระทบกับการแข่งขันทางการเมืองต่อพรรคปชป. จะมีการดำเนินการลงโทษตามข้อบังคับพรรคฯ คือ ไม่ส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง และถ้ากรณีร้ายแรงก็ให้สิ้นสมาชิกภาพ ดังนั้นถือว่ากรณีของ"นายถาวร"และ"นายวิทยา"ได้จบลงแล้ว ต่อไปสมาชิกจะต้องปฏิบัติตามมติกก.บห.อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ทั้งสองท่านก็ยังคงมีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งได้ เพราะได้คุยกันและเรื่องนี้ยุติแล้ว แต่หากมีการทำอีกครั้งก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง"

 

และเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ปีที่แล้วที่ผ่านมา ที่ รร.นานาบุรี อ.เมือง จ.ชุมพร "นายชุมพล จุลใส" หรือ "ลูกหมี" อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้เชิญสมาชิกพรรคเขต 1 ชุมพร เข้าร่วมประชุม เพื่อกำหนดท่าทีหลังจากที่มีกระแสข่าว ว่า ทางพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ส่งตนเองลงสมัคร ส.ส. เนื่องจาก"นายสุพล จุลใส" หรือ "ลูกช้าง" นายก อบจ.ชุมพร คนปัจจุบัน จะลงสมัคร ส.ส.ชุมพร สังกัดพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ที่ได้เปิดตัวไปแล้ว โดยมีสมาชิกพรรคกว่า 1,000 คน เข้าร่วมประชุมอย่างเนืองแน่น

 

 

นายชุมพล กล่าวว่า การที่ตนเองสังกัดพรรค ปชป.มานานตั้งแต่เดินเข้าสู่เส้นทางการเมืองระดับชาติ และเมื่อออกไปต่อสู้เพื่อประเทศชาติ ร่วมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ก็กลับสู่พรรค ปชป. เพราะ ในเส้นทางการเมืองจะขอสังกัด พรรค ปชป.เท่านั้น นอกจาก พรรค ปชป.ไล่ออกจากพรรค ค่อยว่ากันอีกทีอย่างไรก็ตามได้สมาชิก พรรค ปชป.ได้ตั้งคำถามไปถงพรรค ปชป.ว่าทำอย่างนี้กับคนที่ต่อสู้เสียสละเพื่อพรรค ปชป. เพื่อประชาชนมาโดยตลอดได้อย่างไร การห้ามผู้ใดผู้หนึ่งมิให้ลงสมัคร ส.ส.แล้วขู่อดีต ส.ส.ว่าจะไม่ส่งลงสมัคร ส.ส.ในครั้งนี้

 

ถ้าเป็นจริงถือได้ว่า เป็นการกระทำที่น่าเกลียด ไม่ยึดถือหลักการของ ความเป็นประชาธิปไตย และจะได้รับการประณามจากสมาชิกพรรค จากทั้งในและนอกประเทศอย่างแน่นอน และถือได้ว่ายุคเสื่อมของพรรค ปชป.ในภาคใต้กำลังเริ่มขึ้น อีกทั้งเป็นไปได้ว่าผู้สมัครของพรรค ปชป.ในชุมพรบางเขต มีโอกาสพ่ายแพ้ เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยสนใจปัญหาของประชาชน เกษตรกร ผู้เดือดร้อน จนได้รับการปฏิเสธจากชาวบ้านในเขตเลือกตั้งนั้นอย่างมาก จนมีการกล่าวกันว่าเสาไฟฟ้าที่ไม่มีหลอดไฟ อาจจะไม่ได้รับเลือกอีกแล้ว

 

สำหรับนายชุมพล จุลใส หรือ "ลูกหมี" ต้องว่าเป็นคนสนิทของนายสุเทพ โดยในช่วงการชุมนุมกปปส. ซึ่งนายชุมพลได้ลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง โดยเป็นหนึ่งใน 9 แกนนำกปปส. ร่วมกับคนรุ่นอายุเดียวกัน คือ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และนายสกลธี ภัททิยกุล  ที่น่าสนใจ ในช่วงการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชา ,นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม และนายอลงกรณ์ พลบุตร โดยนายชุมพล เป็นผู้หนึ่งที่สนันสนุนให้นพ.วรงค์เป็นหัวหน้าพรรค  และอีกสถานการณ์สนามเลือกตั้งที่ จ.สงขลา กับปัญหารอยร้าวในประชาธิปัตย์ ใน เขต 1 จ.สงขลา  ที่ได้เลือก

 

 

"นายสรรเพชญ บุญญามณี" บุตรชาย "นายนิพนธ์ บุญญามณี" นายก อบจ.สงขลา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ลงสมัคร แทน"นายเจือ ราชสีห์" ด้วยเหตุผลข้ออ้างเรื่องการไพรมารี่โหวต หรือ หยั่งเสียง... ปรากฏว่า เรื่องยังไม่จบ มาเกิดขึ้นอีก ในเขต 3  โดยมีเจ้าของพื้นที่เดิมคือ "นายวิรัตน์ กัลยาศิริ" โดยจะส่ง "นายไพร พัฒโน" ลงสนามเลือกตั้งแทน  แต่ที่น่าแปลกใจ มาตราฐานไม่เท่าเทียมกัน เพราะในครั้งนี้กลับไม่มีการทำไพรมารี่โหวตแต่อย่างใด  ซึ่งชัดเจนและเป็นที่ทราบกันดีว่า ทั้ง 2 คน "นายเจือ-นายวิรัตน์" นั้น ถือว่าเป็นคนสนิท "นายถาวร เสนเนียม" อดีตรองหัวหน้าพรรค ในซีกของกลุ่มที่สนับสนุน "นพ.วรงค์" ครั้งลงชิงตำแหน่ง "หัวหน้าพรรค" เมื่อรายงานข่าวสำหรับกรณีของนายวิรัตน์นั้น มีการหยิบยกข้ออ้างปัญหา

 

ด้านสุขภาพของนายวิรัตน์ โดยมีอาการปวดบริเวณหลัง ซึ่งขณะนี้กำลังนอนรักษาตัวอยู่ อาจจะไม่สามารถลงสมัครส.ส.ได้  จึงเป็นเหตุที่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ส่งนายวัรัตน์ ลงสมัครส.ส.  เขต3 แต่บอกว่าจะให้ นายเจือ ลงสมัครแทนในเตนี้  ซึ่งเมื่อนายวิรัตน์และทีมได้ปรึกษาหารือกันแล้ว มีความเห็นว่า “พอรับได้” แต่ปรากฏว่า ในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค  “นายไพร พัฒโน” นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ได้เสนอชื่อบุคคลอื่น เข้าแข่งขันในเขต 3 อีก  และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าพรรค ตัดสินใจว่า “เป็นบุคคลอื่น คงไม่ได้ แต่ถ้าเป็นนายไพรเอง ก็จะรับพิจรณา” ปรากฏล่าสุด นายไพรได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง  นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ เพื่อมาลงสมัคร ส.ส.เขต 3 สงขลา ในนามพรรค ปชป.โดยด่วน  รายงานข่าวยังระบุอีกด้วยว่า นายวิรัตน์ได้สอบถามไปยังนายอภิสิทธิ์   เพราะอะไรถึงทำแบบนี้ อีกทั้งสุขภาพของตนก็ยังแข็งแรงดีอยู่

 

 

 



กรณีนี้ตอกให้ชัดขึ้นไปอีก เมื่อ "นายวิรัตน์" เคลื่อนไหวผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว ระบุว่า.. "ตามที่มีผู้ปล่อยข่าวลือในพื้นที่ว่าผมป่วยหนัก ไม่สามารถลงสมัคร ส.ส. ได้ทำให้พี่น้องโทรมาแสดงความห่วงใยจำนวนมาก ผมขอเรียนพี่น้องว่าผมสบายดีครับ และผมยืนยันกับพรรคแล้วว่าพร้อมที่จะทำงานรับใช้พี่น้องที่เดิมครับ ขอบพระคุณพี่น้องที่แสดงความห่วงใยมาครับ..วันนี้ได้ต้อนรับคณะท่านสมัย เจริญช่าง และกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร ณ สำนักกฎหมายประชาธรรม ปรึกษาหารือกันเรื่องคดีความครับ"

 

 

 

 

และเมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมา ฟสบุ๊กคนสนิท "นายสมัย พ.ต.ท.สุรพล รื่นสุข" ระบุว่า "อ.สมัย เจริญช่าง" อดีต สส. หลายสมัย พรรคประชาธิปัตย์  ใจความในจดหมายลาออกของ "นายสมัย" ระบุว่า ตนเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มาตั้งแต่ปี 2528 ถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 34 ปี บัดนี้มีความจำเป็นต้องขอลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป" ซึ่งในจดหมายฉบับนั้นนายสมัยไม่ได้อธิบายว่าอะไรคือ "ความจำเป็น" ของเขาในการลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้

 

 

ทว่าก่อนหน้านี้ อ.สมัย ไปบรรยายศาสนธรรมฯ เมื่อวันเสาร์ที่ 12 มกราคม ว่า "ปัจจุบันไม่มีพรรคการเมืองใดมีนโยบายเพื่อมุสลิม รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ ผมได้เสนอนโยบายดังกล่าวกับ"นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" หัวหน้าพรรค แต่ไม่มีการตอบรับแต่อย่างใด สัปดาห์หน้านี้ผมจะไปลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และผมจะเดินสายทั่วประเทศ เพื่อแจ้งให้พี่น้องทราบ"  เป็นไปได้หรือไม่ว่าสาเหตุที่เขาตัดสินใจลาออกจากปชป.นั้น เนื่องจากพรรคฯ ไม่มีนโยบายเพื่อมุสลิม และไม่เคารพเสียงประชาชนในพื้นที่ (พูดอย่างหนึ่งแต่ปฎิบัติอีกอย่างหนึ่ง)  

 

 

 


 เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านี้ มีกรณีเมื่อ 4กุมภาพันธ์ ที่ จ.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เปลี่ยนตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 3 สงขลา อีกรอบจาก "นายไพร พัฒโน" มาเป็น "พล.ต.ท.สาคร ทองมุนี"  พรรคประชาธิปัตย์ เปลี่ยนตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 3 สงขลา อีกรอบจากนายไพร พัฒโน อดีตนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ มาเป็นพลตำรวจโทสาคร ทองมุนี อดีตผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ทั้งที่นายไพร เพิ่งประกาศลาออกจากตำแหน่ง เพื่อลงสมัคร ส.ส.ในเขตเลือกตั้งที่ 3 แทนนายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีตส.ส.เขต 3 สงขลาของพรรค ที่พรรคประชาธิปัตย์อ้างว่ามีปัญหาด้านสุขภาพ

 

กรณีดังกล่าวกระจ่างขึ้น เมื่อล่าสุดวันนี้ 5 กุมภาพันธ์ รายงานข่าวจาก จ.สงขลา ระบุถึงกรณีความวุ่นวายในการส่งผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่พลิกฝุ่นตลบ เมื่อพรรค ปชป.ตัดสินให้ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี อดีตผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ลงสมัครแทนนายไพร พัฒโน อดีตนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ที่ได้ลาออกจากตำแหน่งนายกฯเมื่อเช้าวันที่ 4 ก.พ.นี้ เพื่อลงสมัคร ส.ส.เขต 3 พรรค ปชป. แทนนายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.เขต 3 จ.สงขลา โดยกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ อ้างว่า นายวิรัตน์ มีปัญหาด้านสุขภาพ  ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 23.45 น.วันที่ 4 ก.พ.62 นายวิรัตน์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว ใช้ชื่อว่า “ส.ส. ทนายวิรัตน์ กัลยาศิริ” ระบุว่า

 

 

ผม นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส. เขต 3 สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอยืนยันว่า 1. ผมสบายดี หมอยืนยันว่าสามารถลงสมัคร ส.ส. ได้  2. ผมไม่ได้ขอถอนตัวจากการสมัคร ส.ส. เขต 3 สงขลา แต่ได้ยืนยันกับพรรคว่าขอลงสมัคร ส.ส. สงขลา เขต 3 ที่เดิม  ส่วนพรรคจะมีมติอย่างไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้ากระบวนการชอบด้วยกฎหมาย และหลักประชาธิปไตย ผมเคารพ  หลังจากโพสต์นี้ หากมีใครยังอ้างด้วยข้อความเท็จว่าผมป่วยจนไม่สามารถลงสมัครได้ หรืออ้างเท็จว่าผมถอนตัวจากการลงสมัคร ส.ส. สงขลา เขต 3 ด้วยความเคารพขอให้หยุดเสีย มิเช่นนั้นผมคงมีความจำเป็นต้องใช้สิทธิในการปกป้องตนเองครับ

 

 

อย่างไรก็ตาม  จากปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น คือการล้างหน้ากระดานครั้งใหญ่ เพื่อเตรียมศึกเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม ที่จะถึงนี้  และจากหลายๆกรณีที่กล่าวมาข้างต้น เป็นไปได้หรือไม่ว่า น่าจะมาจากสาเหตุที่ "นายอภิสิทธ์"นั้น เคยลั่นวาจาออกไปว่า "หากผลคะแนนเลือกตั้งไม่เกิน 100 เสียง ตนพร้อมจะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค" หรือนี่ ... อาจจะเป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลมก็เป็นได้ ? 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
-เลขาฯประชาธิปัตย์ ซัด เพื่อไทย-ปล่อยข่าวเสี้ยม! ยัน ไม่มีดีลลับ-ตั้งรัฐบาล!

-พรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัวผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี มั่นใจ ทวง ส.ส. คืนทั้ง 8 เขต พร้อมชูนโยบายประชาชนต้องได้รับผลประโยชน์สูง

-“ผู้กองปูเค็ม”บุกประชาธิปัตย์ ฟ้อง “ชวน” ทุจริตหยั่งเสียงโหวต “อภิสิทธิ์”

-ประชาธิปัตย์ กับ กปปส. ใครหนอเสียสละเพื่อชาติ จากใจ คนใน ปชป.เอง

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ธัญญา พัชรวงศ์ศักดา