เผยแชทสุดท้ายสาวหายตัวปริศนา บอกชีวิตถึงทางตัน ด้านตำรวจเรียกสอบพยานหาเบาะแสการหายตัว

Publish 2019-03-06 14:55:48


เผยแชทสุดท้ายสาวหายตัว บอกชีวิตถึงทางตัน ก่อนหายตัวปริศนา ด้านตำรวจเรียกสอบพยานหาเบาะแสการหายตัว

 

กรณี นางระตี ศรีนวลละออง อายุ 72 ปี เข้าแจ้งความ น.ส.สุดาวรรณ หรือ ปุ๊ เสกสรรค์ หลานสาววัย 30 ปี หายตัวปริศนา ก่อนจะมีผู้พบเห็นมีการโพสต์ลงเฟซบุ๊กของเจ้าตัวว่าเสียชีวิตแล้ว ทำให้ญาติไม่สบายใจ พยายามติดตามหาตัวกันวุ่นวาย จนต้องเข้าแจ้งความคนหายไว้ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับตัวหลานสาว โดยล่าสุดเพื่อนสนิทของเจ้าตัวไม่เชื่อว่าจะตายจริง พร้อมเผยเจ้าตัวมีภาระหนี้ต้องจ่ายวันละเกือบ 2 พันบาท

 

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 มี.ค.62 ที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวน ภ.จว.กระบี่ พ.ต.อ.พิษณุ พ่วงพร้อม ผกก.สส.ภ.จว.กระบี่ เรียกประชุมชุดสืบสวน เพื่อเร่งติดตามคดี น.ส.สุดาวรรณ หรือ ปุ๊ เสกสรรค์ วัย 30 ปี ที่หายตัวไปแบบปริศนา ทิ้งโพสต์สุดท้ายผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่าเสียชีวิตแล้ว ทำให้ญาติติดใจสงสัย เนื่องจากไม่สามารถติดต่อเจ้าตัวได้ ทั้งนี้ชุดสืบสวน รวบรวมข้อมูลจากเฟซบุ๊กของเจ้าตัว

 

 

 



รวมถึงเรียกญาติ รวมทั้งเพื่อนสนิทมาสอบถามข้อมูลทั้งหมด เพื่อลงพื้นที่สืบหาเบาะแสการหายตัวไปครั้งนี้ โดยทราบจากเพื่อนสนิทว่า ในช่วงเย็นวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวไปทำงานเป็นวันสุดท้ายที่ร้านขายอุปกรณ์เครื่องครัว ในตัวเมืองกระบี่ มี น.ส.นุ้ย (นามสมมุติ) เพื่อนที่เป็นสาวทอม ไปรับกลับมาบ้านพักบริเวณซอยสุวรรณา ถ.กระบี่ ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่

 

จากนั้นช่วงค่ำวันเดียวกัน น.ส.นุ้ย ออกไปเที่ยวข้างนอกกับเพื่อนอีกกลุ่ม โดย น.ส.ปุ๊ ไม่ออกไปด้วย ขอนอนพักอยู่ที่บ้าน กระทั่งกลางดึกเจ้าตัวแจ้งให้ น.ส.นุ้ย ทราบว่าออกไปจากบ้าน น.ส.นุ้ย แล้ว โดยกลับไปที่บ้านเช่าที่เคยเปิดเป็นร้านขายกาแฟ บริเวณบ้านทุ่งโหลง ถ.กระบี่ จากนั้นก็หายตัวขาดการติดต่อไป กระทั่งมาปรากฎโพสต์การเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งตำรวจจะเชิญตัว น.ส.นุ้ย มาสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ขณะที่ พ.ต.ท.สุนทร คำภาพันธ์ รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองกระบี่ ประสานให้ชุดสืบสวน ตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าตัว เพื่อหาพิกัดล่าสุดว่าอยู่บริเวณใด เพื่อตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ หาเบาะแสของเจ้าตัวอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งชุดสืบสวนตั้งประเด็นข้อสงสัยว่าเจ้าตัวน่าจะยังมีชีวิตอยู่ เนื่องจากลักษณะภาพที่นำมาโพสต์นั้น เหมือนเป็นการเซลฟี่ ถ่ายด้วยตัวเอง ประกอบกับสีหน้าของเจ้าตัวก็ยังดูสดใส ไม่ซีดเหมือนคนเสียชีวิต นอกจากนี้เรื่องสำลีที่ใช้อุดจมูก ตามปกติของการจัดแต่งศพ จะต้องจัดสำลีไว้เรียบร้อยกว่านี้ แต่ในภาพกลับปล่อยสำลีไว้ไม่เป็นระเบียบ รวมทั้งตามหลักของอิสลาม จะไม่ใช้สำลีอุดจมูกศพ ทำให้ตำรวจต้องการเจอตัว น.ส.ปุ๊ เพื่อสอบถามถึงต้นตอของปัญหา โดยเฉพาะเรื่องหนี้สินนอกระบบ

 

 

 

 

 



ต่อมาผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อไปที่ น.ส.นุ้ย เพื่อสอบถามเรื่องราวก่อนการหายตัวไปของ น.ส.ปุ๊ เจ้าตัวปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ โดยเล่าข้อมูลให้ฟังเพียงสั้นๆ ว่า ในวันเกิดเหตุ ตนไปรับ น.ส.ปุ๊ จากที่ทำงานกลับมาบ้านในช่วงเย็น จากนั้นช่วงค่ำวันเดียวกัน เพื่อนๆ โทรศัพท์ชวนให้ตนออกไปตกปลาบริเวณหน้าเมืองกระบี่ ตนก็ออกไปโดย น.ส.ปุ๊ ไม่ออกไปด้วย กระทั่งช่วงดึก น.ส.ปุ๊ บอกว่ากลับไปบ้านเช่าที่บ้านทุ่งโหลง แล้ว ก่อนจะขาดการติดต่อ ตอนเช้าของอีกวัน ตนพยายามติดต่อไป ก็ไม่สามารถติดต่อได้แล้ว จนมาเห็นโพสต์ดังกล่าว ก็รู้สึกตกใจ จึงพยายามสอบถามจากเพื่อนๆ ว่ามีใครรู้เรื่องบ้าง แต่เพื่อนๆ เองก็ไม่มีใครรู้เบาะแสว่า น.ส.ปุ๊ เสียชีวิตจริงหรือไม่ หรือหายตัวไปไหนกับใคร ส่วนปัญหาส่วนตัว ก็ทราบว่าเจ้าตัวมีปัญหาหนักเรื่องหนี้สิน ส่วนปัญหาอื่นไม่มี

 

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 90 บ้านทุ่งโหลง ถ.กระบี่ ซึ่งเป็นบ้านที่เจ้าตัวเช่าเปิดร้านขายกาแฟ ชื่อร้านฟิน ฟิน โดยพบกับ น.ส.ศุมาลิน ชมโฉม อายุ 43 ปี เจ้าของบ้านเช่าดังกล่าว พาผู้สื่อข่าวเข้าไปตรวจสอบในบ้าน พบว่าข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว รวมทั้งเสื้อผ้า ของ น.ส.ปุ๊ ยังคงอยู่ในบ้าน โดย น.ส.ศุมาลิน เล่าว่า ก่อนหน้าที่ น.ส.ปุ๊ จะหายตัวไป มาติดต่อของเช่าบ้านเพื่อเป็นขายกาแฟ ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าตัวมีพฤติกรรมการจ่ายค่าเช่าทุกงวด ไม่เคยค้าง กระทั่งต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าตัวเริ่มผัดผ่อนค่าเช่า โดยอ้างว่าป่วย ซึ่งตนก็เข้าใจจึงให้ผัดผ่อนมาตลอด กระทั่งปลายเดือน เจ้าตัวบอกว่าจะย้ายออก โดยจะขายอุปกรณ์ร้านกาแฟ แล้วนำเงินมาชำระค่าเช่าบ้านให้ โดยนัดจะชำระให้ตนวันที่ 1 มี.ค.แต่ก็เงียบหายไป จนรุ่งเช้าตนมาดูที่บ้าน ก็พบว่าข้าวของบางส่วนถูกขนย้ายออกไปแล้ว เหลือเพียงของใช้ส่วนตัว

 

น.ส.ศุมาลิน เล่าต่อว่า ทันทีที่ตนเห็นโพสต์ดังกล่าวจากเพื่อนของ น.ส.ปุ๊ ตนเองไม่เชื่อว่าเจ้าตัวจะฆ่าตัวตาย หรือสร้างเรื่องมาเพื่อหนีหนี้ เพราะจากพฤติกรรมของเจ้าตัว แม้จะมีหนี้เยอะ แต่ก็เป็นคนดิ้นรนหาเงินมาชำระหนี้ตลอด ไม่เคยหนี จึงอยากให้เจอตัว น.ส.ปุ๊ เพื่อญาติๆ และเพื่อนๆ จะได้หาทางช่วยแก้ปัญหา

 

ผู้สื่อข่าวทราบว่า ที่บ้านดังกล่าว น.ส.ปุ๊ เช่าเปิดร้านขายกาแฟ โดยมีเพื่อนเป็นทอมอีกคนมาเช่าอยู่ร่วมกันด้วย โดยใช้วิธีรับผิดชอบค่าเช่ากันคนละครึ่ง ผู้สื่อข่าวจึงติดต่อไปที่ น.ส.อาร์ เพื่อนทอมที่มาเช่าบ้านอยู่ด้วยกัน ทราบว่า น.ส.ปุ๊ เป็นเพื่อนของแฟนสาวของตน ช่วงที่ตนมาเช่าบ้านอยู่ด้วย เนื่องจากกำลังหาบ้านพักเพื่อมาทำงานในตัวเมืองกระบี่ ก็เลยมาขอเช่าอยู่ด้วยกับ น.ส.ปุ๊ แต่ตนไม่ค่อยอยู่บ้าน เพราะต้องเดินทางไปทำงานอีกอำเภอหนึ่ง กระทั่งวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา น.ส.ปุ๊ ทักแชทมาที่ตน บอกว่าให้ตนช่วยเฝ้าบ้านให้ด้วย เนื่องจากจะมีคนมาขนของใช้ในร้านกาแฟ ตนเองก็ไม่เอะใจอะไร กระทั่ง น.ส.ปุ๊ แชทบอกว่าฝากให้ตนจัดการเรื่องข้าวของในร้านให้ด้วย ตัวเองมีบุญได้มีชีวิตอยู่เท่านี้แล้ว พร้อมทั้งบอกว่าตัวเองถึงทางตันแล้ว ไม่รู้จะพึ่งพาใคร ซึ่งตนเองก็พยายามปลอบใจอยู่ตลอด จนมาทราบอีกทีก็มีโพสต์ดังกล่าวปรากฏออกมา ซึ่งตนก็ตกใจเมื่อทราบเรื่องดังกล่าว ส่วนสาเหตุเชื่อว่าน้องเค้ามีความกดดันจากปัญหาหนี้สิน

 

 

 

 

 

 

 

ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ กระบี่

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายประดิษฐ รอดเกิด