- 04 ก.พ. 2559
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้ใหญ่บ้านทุ่งสง จ.นครฯ ขึ้นป้ายหนีตาย ไปร้องทุกข์ ระบุชัดเหตุ อส.ตร.ทำเกินหน้าที่กระโดดล็อคคอ กอแดรัดฟัดเหวี่ยง ขณะขับรถจยย.ตรวจพื้นที่ เผยแจ้งความเอาผิด ตร.หัวหน้าชุดที่อยู่ในเหตุการณ์แล้ว
วันนี้ (4 ก.พ.) นครศรีธรรมราช - ผู้สื่อข่าวรายงายว่าที่หน้าบ้านพักริมถนนสายทุ่งสง-นาบอน เลขที่ 68/1 ม.6 ต.ชะมาย อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบ้านของนายวีระวัฒน์ เรืองจรัส อายุ 52 ปี หรือ "ผู้ใหญ่บาว" ได้ขึ้นแผ่นป้ายไวนิลขนาดใหญ่ปิดประตูรั้วหน้าบ้าน โดยมีข้อความระว่า "ผู้ใหญ่บ่าวหนีตาย เดินทางไปร้องทุกข์ ปิดที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน ปิดร้านค้า กลัวอิทธิพล กลัวเครือข่ายเจ้าหน้าที่ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีสังกัด ไม่มีผู้บังคับบัญชา แอบซุกยาเสพติด สมคบคิดชี้มูล ให้เจ้าหน้าที่ชั่ว (บางคน) ที่อยู่ในคราบโจร เข้ามาตรวจค้นจับกุมยัดเยียดข้อกล่าวหา จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และขออนุญาตพ่อแม่พี่น้องประชาชน เดินทางไปร้องเรียน ร้องทุกข์ กล่าวโทษ และขอความเป็นธรรม และจะนำข้อร้องเรียนของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ในกรณีค้นบ้าน ค้นบุคคล หรือยานพาหนะ ในพื้นที่ตำบลชะมาย ต้องเป็นพนักงาน เจ้าหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มีตำแหน่ง มีสังกัด มีผู้บังคับบัญชา มีบัตรประจำตัวข้าราชการ ตามที่กฎหมายกำหนดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ต้องได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย" และภายในบ้านดังกล่าวไม่มีใครอยู่
ผู้สื่อข่าวจึงโทรศัพท์ติดต่อนายวีระวัฒน์ หรือ "ผู้ใหญ่บ่าว" ได้เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ตนขี่รถจักรยานยนต์ออกตรวจพื้นที่ในหมู่บ้านตามปกติ ได้เจอด่านตรวจที่บริเวณรอยต่อระหว่าง ม.6 และ ม.8 ของ ต.ชะมาย ซึ่งมีตำรวจ สภ.ทุ่งสง และอาสาสมัครตำรวจ (อส.ตร.) ประมาณ 10 คน ตั้งด่านลอยไม้รู้ทำถูกตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งหรือไม่ แล้วคอยตรวจค้นผู้ที่ขับรถผ่านไปมา
ขณะที่ตนขี่รถจักรยานยนต์กำลังจะผ่านไป มี อส.ตร.คนหนึ่งกระโดดเข้าล็อกคอราวกับจับตัวนักโทษหนีคดี แล้วตรวจค้นพบอาวุธปืนขนาด .357 ซึ่งเป็นปืนพกประจำตัวมีทะเบียนและใบอนุญาตพกพาถูกต้อง ออกโดยนายทศพร จันทรประวัติ นายอำเภอทุ่งสง เมื่อเห็นใบพกแล้วบอกว่าเป็นอนุญาตที่ไม่ถูกต้อง เป็นแค่บัตรอนุเคราะห์เท่านั้น จากนั้นจึวควบคุมตัวตนไปที่โรงพัก ปรากฏว่าเมื่อ พ.ต.อ.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผกก.สภ.ทุ่งสง เห็นว่ามีใบอนุญาตถูกต้องจึงได้ของโทษพร้อมกับปล่อยตัวโดยไม่แจ้งข้อหาใดๆ
จากนั้นตนจึงเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.สมศักดิ์ แก้วแสน พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งสง ให้ดำเนินคดีกับตำรวจหัวหน้าชุดตั้งด่านลอยและพวกในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งมีการลงบันทึกประจำวันไว้ หลังจากนั้นตนได้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.เพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ แต่ต้องมาผวาหนักและเหมือนว่ากำลังตนเองถูกคุกคามมาตลอด เพราะมีชายฉกรรจ์มาเดินป้วนเปี้ยนอยู่บริเวณบ้านบ่อยครั้งในยามวิกาล ทำให้เกรงว่าตนเองและครอบครัวจะไม่ปลอดภัย
ผู้ใหญ่บ่าว กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนไม่เข้าใจและขัดใจเป็นอย่างมากคือ อส.ตร.มีอำนาจแค่ไหนที่แสดงอำนาจบาตรใหญ่ใส่ชาวบ้าน ขณะจับกุมกระโดดล็อกคอกอดรัดฟัดเหวี่ยงยังกับจับโจรผู้ร้าย ทั้งๆ ที่ตนบอกแล้วว่าเป็นผู้ใหญ่มาจากตรวจตราหมู่บ้านก็ยังไม่ฟัง จึงอยากจะทราบว่า อส.ตร.มีบทบาทอย่างไร มีกฎหมายอะไรรับรอง ทำถูกต้องหรือไม่ ที่ผ่านมาชาวบ้านโดนกันมาเยอะ และในวันนี้ (4 ก.พ.59) ตนได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อร้องเรียนเรื่องนี้กับหน่วยบงานที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตามเรื่องนี้นายทศพร จันทรประวัติ นายอำเภอทุ่งสง ได้รับทราบพร้อมสั่งการให้นายศรีวิทย์ ช่วยสง ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอทุ่งสง ไปพบนายวีระวัฒน์ เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมทั้งขอร้องให้ปลดแผ่นป้ายไวนิลลง และจะส่งกำลัง อส.ของอำเภอทุ่งสงเดินทางไปคอยดูแลและให้ความปลอดภัยแก่กับนายวีระวัฒน์ และครอบครัวด้วย
ขอบคุณภาพจากเว็ปไซต์ผู้จัดการ
