"หอการค้าฯ" ชี้!! วาเลนไทน์เงินสะพัดพุ่งเป็นประวัติการณ์ หวั่น!! "วัยรุ่น" มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tnews.co.th

               เมื่อวานนี้ (11 ธ.ค. 59) นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า  ผลการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์ จาก 1,207 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 1-7 กุมภาพันธ์ 2559 พบว่าปีนี้เงินสะพัดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 3,675.36 ล้านบาท ขยายตัว 4.6% โดยเฉลี่ยมีค่าใช้จ่ายในช่วงวันดังกล่าวคนละ 2,258.05 บาท จากปีก่อนใช้ 1,901.10 บาทต่อคน

                ถึงแม้จำนวนเงินที่ใช้จ่ายจะสูงขึ้น แต่ผลการสำรวจพบว่า ปริมาณสินค้าในวันวาเลนไทน์เมื่อเทียบกับปีก่อนไม่เปลี่ยนแปลง 49.5% มีปริมาณลดลง 28.6% และมีเพิ่มขึ้นแค่ 21.8% ขณะที่มูลค่าลดลง 13.8% เพิ่มขึ้น 38.9% และไม่เปลี่ยนแปลง 47.3% แสดงให้เห็นว่าคนยังซื้อสินค้าเท่าเดิมแต่ราคา หรือมูลค่าของสินค้าที่ซื้อเพิ่มขึ้นทำให้เงินสะพัดมากขึ้น

                จากกลุ่มตัวอย่าง 42.9% ระบุว่า ปีนี้มีความคึกคักมากกว่าปีที่ผ่านมา โดย 34.2% คาดว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น มีสถานที่ท่องเที่ยวมากขึ้น 22.7% นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ 14.7% ส่วนผู้ที่ตอบว่าปีนี้คึกคักน้อยกว่าปีที่ผ่านมามี 33.8% นั้น เพราะเห็นว่าเศรษฐกิจแย่ลงถึง 50.6% ราคาสินค้าแพงขึ้น 29.5% เป็นต้น สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนก็ยังมีความระมัดระวังในการใช้จ่าย
                สำหรับที่มาของเงินที่ใช้ในช่วงเทศกาล ส่วนใหญ่ 55.5% มาจากเงินเดือน เงินออม 38.2% โบนัส 3.1% อื่นๆ หรือขอผู้ปกครอง 3.2% และ 66.5% จะใช้เงินซื้อของขวัญคนละ 1,991.22 บาท ดอกไม้ 46.4% จำนวน 491.79บาท ไปทานข้าวนอกบ้าน 39.5% จำนวนเงิน 2,586.58 บาท เดินห้าง 31.6% จำนวน 1,063.61 บาท ไปดูหนัง 24.0% จำนวนเงิน 564.74 บาท เป็นต้น

                การซื้อสินค้าในช่วงวันวาเลนไทน์ ส่วนใหญ่จะเป็นการมอบดอกกุหลาบถึง 80% โดยช่วงอายุของคนที่มีค่าใช้จ่ายในการซื้อของขวัญให้คนรักมากที่สุดคือ 40-49 ปี อยู่ที่ 1,867.08 บาทต่อคน
                ทางด้านทัศนะในแง่ของสังคมกลุ่มตัวอย่างเห็นว่า สถานที่ที่อาจมีการฉลองวันวาเลนไทน์โดยการมีเพศสัมพันธ์ ส่วนใหญ่จะเป็นห้องพักรายวันถึง 26.8% และทัศนะต่อคำพูดที่ว่าการมีเพศสัมพันธ์ก่อนการแต่งงานเป็นเรื่องปกติสำหรับคนในปัจจุบันนั้น ส่วนใหญ่ 40.4% เห็นว่าแล้วแต่มุมมอง 34.8% เห็นเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ 24.8% เป็นเรื่องธรรมดา อย่างไรก็ตามกลุ่มตัวอย่างก็ยังเห็นว่าจำนวนคนที่มีเพศสัมพันธ์ก่อนการแต่งงานมีจำนวนเพิ่ม