รองโฆษกสตช.ระบุชัดกลุ่มเสียประโยชน์อยู่เบื้องหลังพงส.เคลื่อนค้านคำสั่งคสช.

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tnews.co.th

"พล.ต.อ.วุฑฒิชัย" นายกสมาคม พงส. นั่งหัวโต๊ะถกคำสั่งคสช.ปรับโครงสร้างพงส. ให้กระทบคนทำงานน้อยที่สุด ยันไม่เคลื่อนไหวคัดค้าน ด้านรองโฆษกสตช. ระบุชัดกลุ่มเสียประโยชน์ ต้องการแยกงานสอบสวนออกจากสตช.อยู่เบื้องหลัง
         

วันนี้ (14 ก.พ.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)  พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ อดีต รองผบ.ตร. ในฐานะนายกสมาคมพนักงานสอบสวน เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการสมาคมพนักงานสอบสวน เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับพนักงานสอบสวน รวมทั้งรวบรวมความคิดเห็นของพนักงานสอบสวนทั่วประเทศ เพื่อเสนอต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีคำสั่งคสช.ที่ 6/2559 และ 7/2559 ปรับโครงสร้างพนักงานสอบสวน
        

พล.ต.อ.วุฑฒิชัย  เปิดเผยภายหลังการประชุม ว่า วันนี้เป็นการหารือกันของคณะกรรมการสมาคมฯ ซึ่งมีสมาชิกเป็นพนักงานสอบสวนจากทั่วประเทศ ต่อคำสั่ง คสช.ดังกล่าว โดยมีประเด็นที่หารือ 2 ประเด็น คือ ประชาชนจะได้รับบริการจากพนักงานสอบสวน ต่างจากเดิมอย่างไร และพนักงานสอบสวนจะได้รับผลกระทบอย่างไร ต่อคำสั่งนี้ ก่อนที่จะนำแนวคิด และข้อเสนอแนะทั้งหมดที่ได้เสนอต่อคณะทำงานที่มี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผบ.ตร.เป็นประธานในวันที่ 15 ก.พ.นี้
         

พล.ต.อ.วุฑฒิชัย กล่าวอีกว่า ทางสมาคมฯ ไม่มีแนวคิดเคลื่อนไหวคัดค้าน หรือต่อต้านคำสั่งดังกล่าว  เนื่องจากคำสั่ง คสช.ถือเป็นกฎหมาย พนักงานสอบสวนเป็นข้าราชการ จึงต้องปฏิบัติตามกฎหมาย แต่เรามีการหารือว่าจะทำอย่างไรให้การบริการประชาชนของพนักงานสอบสวนดีอย่างเดิม หรือดีกว่าเดิม โดยที่พนักงานสอบสวนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ทั้งนี้สมาคมฯ จะเสนอว่าการเกลี่ยตำแหน่งพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ และพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเป็นตำแหน่งเทียบเท่า รองผบก.และ ผกก. ควรจะไปดำรงตำแหน่งใด แต่ในหลักการเราเสนอให้ได้ทำหน้าที่สอบสวนต่อไป เพราะถือว่าพนักงานสอบสวนเหล่านี้แต่ละคน ได้สั่งสมประสบการณ์ด้านการสอบสวนจนเชี่ยวชาญ ซึ่งประชาชนจะได้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญดังกล่าว ส่วนเรื่องเงินประจำตำแหน่งทางผู้บังคับบัญชา ยืนยันว่าจะดำเนินการให้ได้รับกระทบน้อยที่สุดหรือไม่มีผลกระทบเลย นอกจากนี้ก็ได้มีการเสนอเรื่องความก้าวหน้าในอาชีพของพนักงานสอบสวนว่า เมื่อมีการยุบตำแหน่งพนักงานสอบสวน และกลับไปใช้ระบบเดิม อยากให้ผู้บังคับบัญชาใช้ระบบคุณธรรมในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้าย สำหรับผู้ที่เห็นต่าง หรือไม่เห็นด้วยคำสั่งคสช.ฉบับนี้ ตรงนี้ก็เป็นสิทธิ ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างได้ ซึ่งทางสมาคมฯ ได้มีการสรุปความคิดเห็นที่หลากหลายส่งให้กับผู้มีอำนาจพิจารณา ส่วนแนวคิดแยกงานสอบสวนออกจากสำนักงานตรำวจแห่งชาติ  ก่อนหน้านี้ตนได้จัดสัมมนาและมีการสำรวจความคิดเห็นของพนักงานสอบสวนพบว่าร้อยละ 66 ยังอยากให้งานสอบสวนยังอยู่กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป 

 

รองโฆษกสตช.ระบุชัดกลุ่มเสียประโยชน์อยู่เบื้องหลังพงส.เคลื่อนค้านคำสั่งคสช.

ส่วนกรณีการเสียชีวิตของ พ.ต.ท.จันทร์ ชัยสวัสดิ์ พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สน.เทียนทะเล เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีที่จะเป็นผู้สรุปความเห็นในทางคดี เรื่องนี้ไม่สามารถคิดเองได้
         

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.ปอศ.และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  กล่าวถึงการเคลื่อนไหวต่อต้านการปรับโครงสร้างพนักงานสอบสวนว่า เชื่อว่ามีกลุ่มบุคคลที่เสียผลประโยชน์อยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะกลุ่มบุคคล หรือ องค์กรที่พยายามเรียกร้องให้แยกงานสอบสวนออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ถึงขั้นมีการเสนอให้ตั้งสำนักงานสอบสวนแห่งชาติ 


" การออกมาแสดงความคิดเห็นหรือเรียกร้องขององค์กรเหล่านี้เป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ระเบียบและวินัย เพราะแต่ละคนยังเป็นข้าราชการตำรวจ ขณะดียวกันการเรียกร้องขององค์กรหรือสมาคม ควรเป็นเรื่องสิทธิประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ แต่ไม่ควรก้าวล่วงเรื่องการบริหารงานบุคคล ซึ่งเป็นเรื่องระดับนโยบาย ซึ่งเป็นอำนาจของผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  โดยจะมีการพิจารณาเรื่องวินัยกับพนักงานสอบสวนที่ออกมาเคลื่อนไหว และหากมีการชุมนุมต้องพิจารณาตาม พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ แต่หากเป็นการพูดคุยหรือหารือกันนั้นทำได้ แต่ต้องไม่ใช่การเคลื่อนไหวต่อต้านนโยบายฃ" รองโฆษก สตช.กล่าวและว่าได้สั่งการให้ตรวจสอบสมาคม หรือ องค์กรที่ออกมาเคลื่อนไหวว่ามีการจดทะเบียนอย่างถูกต้องและมีวัตตถุประสงค์ที่ขัดต่อกฎหมายหรือความสงบเรียบร้อยหรือไม่