ศาลแพ่งสั่ง"พุทธะอิสระ–4แกนนำ กปปส" ชดใช้กว่า1.4 ล.ปมบุกปิดตึกดีเอสไอ

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

ศาลแพ่งพิพากษาสั่ง "หลวงปู่พุทธะอิสระ-4 แกนนำ กปปส." ร่วมชดใช้ค่าเสียหากว่า 1.4 ล้าน กรณีนำมวลชน กปปส.ปิดล้อมอาคารดีเอสไอ เมื่อปี 56-57
  

วันนี้ (15 ก.พ.) ที่ห้องพิจารณา 703 ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก  เมื่อเวลา 09.30 น.  ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ 5034/2557  ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง หลวงปู่พุทธะอิสระ หรือพระสุวิทย์ธีรธัมโม , พล.ต.สมเกียรติ วัฒนวิกย์กิจ. , นายชุมพล จุลใส , นายนิติธร ล้ำเหลือ และน.ส.อัญชลี ไพรีรัก  แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.)  เป็นจำเลยที่ 1-5 เรื่องละเมิด เรียกค่าเสียหาย 2,663,409 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จากกรณีระหว่างเดือน พ.ย.56 - เดือน ม.ค.57 จำเลยทั้ง 5 เป็นแกนนำ พาผู้ชุมนุม กปปส. ร่วมกันบุกเข้าไปใน อาคารดีเอสไอ ถ.แจ้งวัฒนะ แล้ว ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ สายไฟ กล้องวงจรปิด ที่อยู่ในความครอบครองของดีเอสไอ โจทก์
         

คดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องคดีต่อศาล เมื่อวันที่ 18 พ.ย.57 ขณะที่จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดีว่า การชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ดำเนินการโดยปราศจากอาวุธ ซึ่งการแสดงออกถือเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ
         

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์ - จำเลย นำสืบแล้ว เห็นว่า กลุ่ม กปปส. ได้จัดการชุมนุมตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ค.56 และสิ้นสุดวันที่ 22 พ.ค.57 เมื่อมีการยึดอำนาจ  โดยระหว่างนั้นจำเลยทั้งห้าเป็นผู้นำชุมนุมที่บริเวณอาคารสำนักงานดีเอสไอของโจทก์  ทำให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้  โดยระหว่างการชุมนุมมีการตัดสายไฟฟ้าเมนหลัก  และทำให้เครือข่ายระบบอินเตอร์กับคอมพิวเตอร์ได้รับความเสียหายด้วย ซึ่งระหว่างนั้นดีเอสไอ โจทก์  ต้องมีค่าใช้จ่ายในการจัดหาอาหารและเครื่องดื่มเพื่อจัดให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องมาดูแลความปลอดภัยบริเวณอาคารโจทก์ในการดูแลอาคารและทรัพย์สินตามหน้าที่ของโจทก์  เมื่อฟังได้ว่าจำเลยทั้งห้าพาผู้ชุมนุมมายังอาคารโจทก์แล้วมีการตัดสายไฟแล้วไล่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ออกจากบริเวณนั้น  ทำให้ข้าราชการโจทก์ไม่สามารถงานปฏิบัติหน้าที่งานได้  จึงเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย  จนโจทก์ต้องย้ายสถานที่ปฏิบัติงานและย้ายเครือข่ายคอมพิวเตอร์-ระบบอินเตอร์เน็ต  ซึ่งโจทก์ได้เช่าพื้นที่ของทีโอทีในการติดตั้งเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และระหว่างการชุมนุมยังทำให้กล้องวงจรปิดในอาคารโจทก์ได้รับความเสียหายด้วย

ศาลแพ่งสั่ง"พุทธะอิสระ–4แกนนำ กปปส" ชดใช้กว่า1.4 ล.ปมบุกปิดตึกดีเอสไอ

 

ส่วนที่จำเลย ต่อสู้ว่า ค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารและเครื่องดื่ม เป็นค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน  ที่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถได้รับเบี้ยเลี้ยงจากหน่วยราชการอยู่แล้ว  ศาลเห็นว่าค่าใช้จ่ายนี้ เป็นคนละส่วนกัน เพราะเบี้ยเลี้ยงที่เจ้าหน้าที่ได้รับเป็นไปตามกฎหมายจากการปฏิบัติงาน  แต่ที่จำเลยบุกเข้าอาคารทำให้โจทก์ต้องมีค่าใช้จ่ายโดยตรงในส่วนนี้ที่เกิดจากการกระทำละเมิดของพวกจำเลย  และที่จำเลยต่อสู้ว่า  การชุมนุมกระทำโดยสงบ ปราศจากอาวุธถือเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญนั้น ศาลเห็นว่า สิทธิดังกล่าวกระทำได้แต่ต้องไม่กระทำสิทธิอื่นของบุคคลอื่นด้วย
         

เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์ของจำเลยแต่ละคนแล้ว  พิพากษาให้จำเลยต้องร่วมกันชดใช้ให้โจทก์ ในส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายเครื่องดื่ม-อาหารในการจัดกำลังพลดูแลอาคาร ค่าเสียหายต่ออุปกรณ์ในสำนักงาน โดยเห็นสมควรกำหนดตามพฤติการณ์จำเลยในการเข้าชุมนุม  จึงให้หลวงปู่พุทธะอิสระ และพล.ต.สมเกียรติ จำเลยที่ 1-2 ที่ได้เข้าชุมนุมที่ดีเอสไอ ระหว่างวันที่ 13 ม.ค.- พ.ค.57 ร่วมกันชดใช้ให้โจทก์ 899,203 บาท ส่วนนายชุมพล จำเลยที่ 3 ให้ชดใช้ 365,000 บาท และนายนิติธร กับ น.ส.อัญชลี จำเลยที่ 4-5 ให้ชดใช้ 184,931.35 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,449,134.35 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี  นับจากวันถัดฟ้อง คือวันที่ 19 พ.ย.57 จนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยร่วมกันจ่ายค่าฤชาธรรมเนียมศาล และค่าทนายความแก่โจทก์อีก 10,000 บาท
         

รายงานข่าวแจ้งว่า  วันนี้จำเลยทั้งห้าไม่ได้เดินทางมาศาลเพื่อร่วมฟังคำพิพากษา แต่มอบอำนาจให้ทนายความมาฟังคำตัดสินแทน
         

นายคฑาวุธ ทับทิมนิติภู ทนายความของพระพุทธะอิสระ และ พล.ต.สมเกียรติ จำเลยที่ 1-2 กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า จากนี้จะนำผลคำพิพากษาไป หารือกับจำเลยทั้งหมด ก่อนว่า จะยื่นอุทธรณ์หรือไม่