"กฟผ." ชี้!! หยุดจ่ายก๊าซฯ ไม่กระทบ "ระบบไฟฟ้า-ค่าเอฟที"!!

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tnews.co.th

 

             เมื่อวานนี้ (15 ก.พ. 59) นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน ระบุว่า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  ได้รายงานถึงการเตรียมความพร้อมรับมือการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากแหล่งยาดานา ประเทศพม่า ในระหว่างวันที่ 20-23 กุมภาพันธ์  2559 ทำให้ก๊าซธรรมชาติที่ส่งมาจากประเทศพม่าหายไปทั้งหมดประมาณ 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุต  ส่งผลกระทบต่อโรงไฟฟ้าในฝั่งภาคตะวันตก โดยมีกำลังการผลิตที่ลดลงรวม 3,394 เมกะวัตต์  ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตจะทำการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าด้วยก๊าซธรรมชาติจากฝั่งตะวันออกเพิ่มขึ้นและใช้น้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลมาเดินเครื่องที่โรงไฟฟ้าราชบุรีทดแทนปริมาณก๊าซธรรมชาติที่ลดลง โดยคาดว่าจะใช้น้ำมันเตาประมาณ 22.3 ล้านลิตร และน้ำมันดีเซลประมาณ 6.9 ล้านลิตร ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตยืนยันว่าจะไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าในช่วงการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติอย่างแน่นอน

             นอกจากนี้ ผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) ถือว่าน้อยลงกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ในช่วงปลายปี 2558 เนื่องจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้มอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตและบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมกันเจรจาการเลื่อนกำหนดการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติจากผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติแหล่งยาดานาจากแผนเดิมในช่วงวันที่ 1-4 มีนาคม 2559 ซึ่งหากหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติในช่วงดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าประมาณ 0.25 สตางค์ต่อหน่วย โดยเลื่อนเป็นช่วงวันที่ 20-23 กุมภาพันธ์ 2559 ซึ่งเป็นช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าลดลงจากกำหนดเดิม เนื่องจากตรงกับช่วงวันหยุดยาว ตลอดจนราคาน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลลดลงจากที่ประมาณการไว้ค่อนข้างมาก ทำให้ผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าที่ต้องมีการเดินเครื่องด้วยน้ำมันเตาใกล้เคียงกับราคาก๊าซธรรมชาติ ส่งผลให้กรณีแหล่งก๊าซยาดานาหยุดซ่อมครั้งนี้จะมีผลกระทบต่อค่าเอฟทีที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ ไว้ 0.25 สตางค์ต่อหน่วย เป็นทำให้ค่าเอฟทีลดลง 0.07 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานจะนำค่าเอฟทีที่ลดลงจากกรณีหยุดซ่อมก๊าซฯ ไปคำนวณค่าเอฟทีที่จะเรียกเก็บในงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2559 ให้สะท้อนตามต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงเพื่อประกาศใช้ต่อไป