- 24 ก.พ. 2559
ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tnews.co.th
วันนี้ (24 ก.พ. 59) นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ระบุว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการเพิ่มขีดความสามารถภาคเกษตรกรและมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง อันประกอบไปด้วย
1. โครงการสินเชื่อ 1 ตำบล 1 SMEs เกษตร (SMAEs) เพื่อสร้างความยั่งยืนของภาคเกษตรไทย วงเงินสินเชื่อรวม 72,000 ล้านบาท
2. โครงการชุมชนปรับเปลี่ยนการผลิตสู้วิกฤตภัยแล้ง วงเงินสินเชื่อรวม 15,000 ล้านบาท
3. โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินและจำเป็นของเกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง ปี 2558/2559 รวม 6,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรพร้อมที่จะสนับสนุนโครงการสินเชื่อ 1 ตำบล 1 SMAEs ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ดำเนินโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสร้างความยั่งยืนของภาคเกษตรไทย และส่งเสริมการประกอบอาชีพของเกษตรกรหรือชุมชน รวมทั้งพัฒนาผลผลิตหรือผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรหรือชุมชน เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรในกระบวนการผลิต การรวบรวม การแปรรูป การตลาด และการบริการ ในวงเงิน 72,000 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาและยกระดับคุณภาพเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาล
สำหรับโครงการชุมชนปรับเปลี่ยนการผลิตสู้วิกฤตภัยแล้ง มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ในการผลิตการเกษตรตามมาตรฐานคุณภาพที่มีตลาดรองรับ สนับสนุนเงินทุนแก่ชุมชนในการจ้างผลิตเพื่อปรับเปลี่ยนการผลิตและให้เกิดการบริหารจัดการภายในชุมชน เพื่อการขยายผลสู่การปรับโครงสร้างการผลิตการเกษตรและพัฒนาสู่การจัดตั้งกองทุนเพื่อปรับโครงสร้างการผลิตการเกษตรตามนโยบายรัฐบาล ในเบื้องต้นได้กำหนดประเภทผลผลิตไว้ 6 ชนิด คือ พืชตระกูลถั่ว (ถั่วเขียว ถั่วเหลือง) ผักคะน้า กวางตุ้ง เห็ดฟาง เมล่อนและหญ้าเนเปียร์
โครงการนี้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 จำนวนวงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 3,000,000 บาท ต่อชุมชน คิดดอกเบี้ยจากชุมชนในอัตราร้อยละ 0.01 ต่อปี รัฐบาลชดเชยอัตราดอกเบี้ยส่วนต่างแทนชุมชน กำหนดชำระคืนเงินกู้ ไม่เกิน 12 เดือน นับแต่วันกู้ วงเงินสินเชื่อรวม 15,000 ล้านบาท โดยให้แต่งตั้งพนักงานประจำสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรทุกจังหวัดและสาขา เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ (Mr. XYZ) ทำหน้าที่ดูแล ติดตาม และกำกับการดำเนินงานโครงการในแต่ละชุมชนอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะมีรายได้ ดังนี้ รายได้ = (X+Y+Z) โดยที่ X คือ รายได้จากค่าเช่าที่ดินเพื่อการผลิต Y คือ รายได้จากค่าจ้างแรงงานการผลิต และ Z คือ เงินปันส่วนให้แก่สมาชิกตามโครงการหลังจากหักค่าใช้จ่ายของชุมชน
ส่วนโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินและจำเป็นของเกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง ปี 2558/2559 วงเงินสินเชื่อ 6,000 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรลูกค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ที่ไม่สามารถทำการผลิตได้หรือผลผลิตได้รับความเสียหาย ทำให้มีรายได้ลดลงกว่าร้อยละ 50 จากรายได้ปกติ และลูกค้ามีวงเงินกู้รวมกันไม่เกิน 500,000 บาท จำนวน 500,000 ราย ให้กู้ได้รายละไม่เกิน 12,000 บาท ระยะเวลาจ่ายเงินกู้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 - 30 มิถุนายน 2559 ปลอดดอกเบี้ย 6 เดือนแรก เดือนที่ 7- 12 คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี เฉลี่ยร้อยละ 2 ต่อปี กำหนดชำระคืนไม่เกิน 12 เดือนนับแต่วันกู้ สามารถใช้หลักประกันรับรองรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกันหรือใช้บุคคล 2 คนขึ้นไปค้ำประกันหนี้เงินกู้โครงการนี้ได้ไม่เกิน 12,000 บาท
