"ธ.ก.ส." สนันสนุน "สินเชื่อ"  อุ้ม! SME ภาคเกษตร หวัง!! เพิ่มขีดความสามารถ-กู้วิกฤตภัยแล้ง

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tnews.co.th

             วันนี้ (24 ก.พ. 59) นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ระบุว่า  ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการเพิ่มขีดความสามารถภาคเกษตรกรและมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง อันประกอบไปด้วย

                1. โครงการสินเชื่อ 1 ตำบล 1 SMEs เกษตร (SMAEs) เพื่อสร้างความยั่งยืนของภาคเกษตรไทย วงเงินสินเชื่อรวม 72,000 ล้านบาท

                2. โครงการชุมชนปรับเปลี่ยนการผลิตสู้วิกฤตภัยแล้ง วงเงินสินเชื่อรวม 15,000 ล้านบาท

                3. โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินและจำเป็นของเกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง ปี 2558/2559 รวม  6,000 ล้านบาท

             ทั้งนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรพร้อมที่จะสนับสนุนโครงการสินเชื่อ 1 ตำบล 1 SMAEs ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ดำเนินโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อสร้างความยั่งยืนของภาคเกษตรไทย และส่งเสริมการประกอบอาชีพของเกษตรกรหรือชุมชน รวมทั้งพัฒนาผลผลิตหรือผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรหรือชุมชน เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรในกระบวนการผลิต การรวบรวม การแปรรูป การตลาด และการบริการ ในวงเงิน  72,000 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาและยกระดับคุณภาพเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาล

             สำหรับโครงการชุมชนปรับเปลี่ยนการผลิตสู้วิกฤตภัยแล้ง มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความรู้ในการผลิตการเกษตรตามมาตรฐานคุณภาพที่มีตลาดรองรับ สนับสนุนเงินทุนแก่ชุมชนในการจ้างผลิตเพื่อปรับเปลี่ยนการผลิตและให้เกิดการบริหารจัดการภายในชุมชน เพื่อการขยายผลสู่การปรับโครงสร้างการผลิตการเกษตรและพัฒนาสู่การจัดตั้งกองทุนเพื่อปรับโครงสร้างการผลิตการเกษตรตามนโยบายรัฐบาล ในเบื้องต้นได้กำหนดประเภทผลผลิตไว้ 6 ชนิด คือ พืชตระกูลถั่ว (ถั่วเขียว ถั่วเหลือง) ผักคะน้า กวางตุ้ง  เห็ดฟาง เมล่อนและหญ้าเนเปียร์

              โครงการนี้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 จำนวนวงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 3,000,000 บาท ต่อชุมชน คิดดอกเบี้ยจากชุมชนในอัตราร้อยละ 0.01 ต่อปี รัฐบาลชดเชยอัตราดอกเบี้ยส่วนต่างแทนชุมชน กำหนดชำระคืนเงินกู้ ไม่เกิน 12 เดือน นับแต่วันกู้ วงเงินสินเชื่อรวม 15,000 ล้านบาท โดยให้แต่งตั้งพนักงานประจำสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรทุกจังหวัดและสาขา เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ (Mr. XYZ) ทำหน้าที่ดูแล ติดตาม และกำกับการดำเนินงานโครงการในแต่ละชุมชนอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะมีรายได้ ดังนี้ รายได้ = (X+Y+Z) โดยที่ X  คือ รายได้จากค่าเช่าที่ดินเพื่อการผลิต Y  คือ รายได้จากค่าจ้างแรงงานการผลิต และ Z  คือ เงินปันส่วนให้แก่สมาชิกตามโครงการหลังจากหักค่าใช้จ่ายของชุมชน

             ส่วนโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินและจำเป็นของเกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง ปี 2558/2559 วงเงินสินเชื่อ 6,000 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรลูกค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ที่ไม่สามารถทำการผลิตได้หรือผลผลิตได้รับความเสียหาย ทำให้มีรายได้ลดลงกว่าร้อยละ 50 จากรายได้ปกติ และลูกค้ามีวงเงินกู้รวมกันไม่เกิน 500,000 บาท จำนวน 500,000 ราย ให้กู้ได้รายละไม่เกิน 12,000 บาท ระยะเวลาจ่ายเงินกู้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 - 30 มิถุนายน 2559  ปลอดดอกเบี้ย 6 เดือนแรก เดือนที่ 7- 12 คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี เฉลี่ยร้อยละ 2 ต่อปี กำหนดชำระคืนไม่เกิน 12 เดือนนับแต่วันกู้ สามารถใช้หลักประกันรับรองรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกันหรือใช้บุคคล 2 คนขึ้นไปค้ำประกันหนี้เงินกู้โครงการนี้ได้ไม่เกิน 12,000 บาท