รองโฆษก ตร. เตือนพระนัดชุมนุมวันรับทราบข้อกล่าวหา ระวังขัดกฎหมาย

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.Tnews.co.th


"พล.ต.ต.ทรงพล"รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย พระสงฆ์นัดชุมนุมในวันรับทราบข้อกล่าวหา เป็นสิทธิที่จะทำได้ แต่ต้องไม่ละเมิดต่อข้อกฎหมาย พร้อมทั้งส่งสำนวนคดี"พล.ต.อ.ประวุฒิ"ให้กับ ป.ป.ช.ดำเนินการแล้ว ส่วนการเสียชีวิตของ"เสี่ยตุ้ม"เบื้องต้นได้รับแจ้งแค่คนหายและจะประสานข้อมูลให้กพนักงานสอบสวนกัมพูชาหากได้รับการร้องขอข้อมูลหลักฐาน

 

วันนี้  (24 ก.พ.)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้มีการหารือกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อหาข้อสรุปว่าจะสามารถดำเนินคดีกับบุคคลใดได้บ้าง เนื่องจากการชุมนุมดังกล่าวถือมีความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ โดยการโต้แย้งลักษณะนี้ดังถือเป็นการข่มขู่หรือไม่นั้น พล.ต.ต.ทรงพล เปิดเผยว่าการชุมนุมเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่ต้องไม่ละเมิดต่อข้อกฎหมาย

 

สืบเนื่องจาก  พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสพเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เตรียมส่งสำนวน ให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์วุ่นวายจากการชุมนุมของพระสงฆ์ที่พุทธมณฑล เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่ พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) หรือเจ้าคุณประสาร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ในฐานะเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ออกมาระบุว่าหากมีการออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ชุมนุมมารับทราบข้อกล่าวหา จะมีการเคลื่อนไหวออกมาชุมนุมที่สถานีตำรวจภูธรพุทธมณฑล

 

พล.ต.ต.ทรงพล  เปิดเผยว่า ได้มีการส่งสำนวนคดีของพลตำรวจเอกประวุฒิ ถาวรศิริ อดีตที่ปรึกษา(สบ10) ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 "ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ" ในกรณีที่ดำเนินการติดตั้งเสาส่งสัญญานวิทยุ บนอาคารตึกใบหยก ไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ดำเนินการแล้ว ซึ่งต้องรอการพิจารณาจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

 

พล.ต.ต.ทรงพล เปิดเผยถึงประเด็นการเสียชีวิตของนายสมนึก จรูญจิรเสถียร หรือเสี่ยตุ้ม อายุ 51 ปี หุ้นส่วนบ่อนกาสิโน จังหวัดไพลิน ที่เสียที่เสียชีวิตในประเทศกัมพูชา ว่า เบื้องต้นทางการไทยได้รับแจ้งแค่คนหาย โดยตำรวจไทยมีหน้าที่เพียงสืบสวนข้อเท็จจริงและประสานข้อมูลให้พนักงานสอบสวนกัมพูชา เนื่องจากเหตุเกิดในประเทศกัมพูชา จึงต้องให้พนักงานสอบสวนของกัมพูชาเป็นเจ้าของคดี ถ้าหากกัมพูชาต้องการข้อมูลหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องกับคดีการอุ้มฆ่าเสี่ยตุ้มเพิ่มเติม ตำรวจไทยจะรวบรวมข้อมูลและส่งให้พนักงานสอบสวนของกัมพูชาดำเนินการต่อไป 


 
ส่วนข้อมูลการเดินทางเข้าออกประเทศของเสี่ยตุ้มจะต้องมีการประสานงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอีกครั้ง และยังไม่ยืนยันว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากอะไร  ส่วนกรณีทีมีกระแสข่าวว่าสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยของคดีนี้ได้ 2 คน  สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังไม่รับรายงาน และยังไม่มีหลักฐานว่า หุ้นส่วนกาสิโนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการอุ้มฆ่า ซึ่งต้องรอการรวบรวมพยานหลักฐานที่ชัดเจนอีกครั้ง โดยตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง